นาวิน ต้าร์-น้ำหวาน รับคำขอโทษจากคู่กรณี ถอนฟ้องปมจอดรถขวาง
migrator
13 มกราคม 2564

เคลียร์กันลงตัวแล้ว สำหรับหนุ่มนาวิน ตาร์ กับภรรยา ไฮโซน้ำหวาน พัสวี ที่ได้แจ้งความดำเนินคดีหมิ่นประมาทกับสองสามีภรรยาจอดรถขวางทางที่หาดบางแสน จังหวัดชลบุรี แล้วทางคู่กรณีมีการโพสต์ต่อหนุ่มนาวิน ต้าร์ และภรรยา ผ่านโซเชียล จนทั้งคู่มอบหมายให้ทนายความดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งวันนี้ทางด้านนาวิน ตาร์และภรรยา ได้เดินทางมายังสน.บางเขน เพื่อเข้ารับคำขอโทษจากคู่กรณี

ภาพจากอีจัน
ล่าสุดนาวิน ต้าร์ เผยถึงเรื่องนี้ว่า “วันนี้ผมก็ยินดีนะครับที่ได้รับการติดต่อจากทางคู่กรณีให้มารับฟังคำขอโทษเกี่ยวกับกรณีเรื่องคดีความการจอดรถขวางนะครับ ทางคู่กรณีทั้ง 3 ท่านก็ได้ขอโทษทางผมและภรรยาและครอบครัวนะครับ และทั้ง 3 ท่านก็ยอมรับผิดในทุกๆ ประเด็นที่เราข้องใจ และผมก็เชื่อว่าพี่ๆ สื่อมวลชนทุกคนก็น่าจะได้เห็นความชัดเจนตรงนี้ ทางฝั่งผมก็คิดว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะดำเนินคดีความต่อ เราก็ขอให้ทุกอย่างยุติลง ผมและภรรยาก็ขอให้อภัยน้องๆ ทั้ง 3 คนแล้วกัน เพราะน้องๆ ทั้ง 3 คนเท่าที่ผมทราบ น้องผู้ชายก็เพิ่งจะอายุ 19 มันก็ทำให้ผมมองย้อนนะ จริงๆ อายุเท่านี้ก็คงจะอายุเท่ากับลูกศิษย์ของผมนะครับ ถึงแม้ว่าจะผ่านเยาวชนมาแล้ว แต่ก็ยังไม่ถือว่าเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้วกัน เราก็ต้องบอกตามตรงว่าอยากที่จะให้อภัยเขา และอยากที่จะให้โอกาสเขาปรับปรุงตัวใหม่ และเราก็คิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดมันจะเป็นบทเรียนสำหรับน้องๆ ทั้ง 3 คน และสำหรับคนอื่นๆ ด้วยที่อาจจะมีข้อพิพาทในลักษณะเดียวกันครับ”
ภาพจากอีจัน
“ในส่วนของข้อความที่เขาเขียนโพสต์นั้น น้องๆ ทั้ง 3 คนเขาก็รับผิดแล้วว่าข้อความที่เขาโพสต์ เขายอมรับผิด ข้อความที่เขียนที่แปะหน้ารถน้องเขาเป็นคนเขียนเอง รวมถึงข้อความต่างๆ ที่เขียนบทรถน้องผู้ชายก็บอกว่าเขาเป็นคนทำเอง รวมถึงเรื่องที่น้องเขาบอกว่าเขาจอดไม่เกินครึ่วชั่วโมง น้องเขาบอกว่ามันก็ไม่ใช่ ก็ตรงตามที่เราให้ข้อมูล เพราะทางเรารอน้องเขามาเลื่อนรถประมาณ 2 ชม. และทางผมไม่ได้ขับรถออกไปและวนรถกลับมาเพื่อที่จะมาเขียนมาต่อว่าอะไร เรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องที่ทางน้องเขายอมรับผิดมาแล้วว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้น ผมก็คิดว่าคงไม่ได้ไปเอาผิดอะไร ทีนี้ในเรื่องของแนวทางในการยอมความกัน ผมก็มอบหมายให้คุณอาทนายเป็นคนดูแลต่อในเรื่องของเงื่อนไขในการยุติคดี ก็มีไม่มากนะครับ ก็มีในเรื่องของที่เขาต้องออกมายอมรับผิดกับทางสื่อ ซึ่งเป็นสื่อที่เขาเป็นคนติดต่อไปเองด้วย ในเรื่องต่างๆ เหล่านี้ผมก็มอบหมายให้ทางทนายเป็นคนจัดการแล้วกัน”
ภาพจากอีจัน
“สำหรับคดีความที่ได้แจ้งตั้งแต่แรกที่ได้มอบหมายให้คุณอาทนายเป็นผู้แจ้งความตั้งแต่แรก ก็คือเป็นคดีหมิ่นประมาท ดังนั้นไม่เข้าผิดทางพรบ.คอม สำหรับคดีหมิ่นประมาทก็ยอมความกันได้ ในวันนี้เราก็มาพูดกันถึงคดีนี้ครับ เรามีคดีนี้คดีเดียวครับ เราไม่ได้แจ้งความเรื่องพรบ.คอม ครับ” “สำหรับคดีเรื่องกรีดรถนะครับ ก็อยู่ในช่วงของการดำเนินคดีความเหมือนกัน อันนี้เป็นอีกเรื่องนึง อยู่ในขั้นตอนของการดำเนินคดีแล้วกัน ทีนี้เรื่องของผู้ต้องหาอันนี้เราก็พอทราบมาอยู่แล้ว เพราะว่าเราก็มีหลักฐานที่เป็นภาพจากกล้องวิดีโอชัดเจนว่าเป็นใคร แต่ผมเองก็ยังไม่อยากจะพูดอะไรมากตอนนี้ ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องการดำเนินการทางกฎหมาย ไม่อยากให้มันไปรบกวนอะไรกับรูปคดีครับ”
ภาพจากอีจัน
ด้านน้ำหวาน บอกว่า “สำหรับน้ำหวานก็คือมาเพื่อให้อภัยเหมือนกันค่ะ และมาเพื่อคำถามที่สงสัยเหมือนกับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคนสงสัยว่าใครเป็นคนเขียนจดหมายในกระดาษนั้น เพราะมีคนเขียนข้อความส่งมาหาน้ำหวานเยอะมากว่าใครเป็นคนเขียน ก็ได้สอบถามน้องเขา และน้องเขาก็ยอมรับเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับน้องผู้หญิงที่เป็นคนเขียน และในเมื่อน้องเขากล้ารับและมาขอโทษ เราก็เลยเลือกที่จะให้อภัยเขา เพราะโดยส่วนตัวแล้วน้ำหวานมีลูกเหมือนกัน และเห็นเขามาพร้อมกับลูก ก็เลยอยากจะให้อภัยค่ะ แต่ถามว่าทำไมเราถึงต้องแจ้งความ เพราะตอนแรกมันมีการข่มขู่ว่าจะทำร้ายพี่ต้าร์เกิดขึ้นค่ะ ก็เลยรู้สึกไม่สบายใจ” นาวินต้าร์ “คือมันมีสิ่งเดียวเลยที่ทำให้ผมและภรรยาต้องลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิและความปลอดภัยของตัวเอง ก็คือข้อความที่บอกว่าอย่าให้เจอนะ ถ้าเจอจะทำอย่างนั้น อย่างนี้ ซึ่งผมเองลูกก็ยังเล็ก และผมก็คิดว่าแบบนี้ไม่ได้แล้ว ผมจะต้องลุกขี้นมาทำอะไรสักอย่าง ที่ผ่านมาผมอาจจะไม่ได้มีโอกาสมาคุยกับทางสื่อมวลชนเลย วันนี้ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีแล้วกัน จะได้เข้าใจถึงเหตุผลและหลักการของผม จริงๆ แล้วไม่มีอะไรมากครับ คือผมอยากจะให้ทางเขารับรู้ว่าทางผมกับภรรยาตอนอ่านข้อความพวกนี้ ไม่มีใครที่รู้สึกสบายใจ เราก็ต้องมาถกกันว่าจริงๆ เรื่องมันเป็นยังไง ทีนี้ถ้าน้องทั้ง 3 คนเขามาขอโทษแล้วในวันนี้ ทางฝั่งผมก็สบายใจว่ามันไม่น่าจะมีเหตุการณ์อะไรแบบนี้เกิดขึ้น”
ภาพจากอีจัน
“ผมก็เข้าใจนะครับว่าประเด็นของการจอดรถขวางกันมันเป็นปัญหาของสังคมในขณะนี้ที่สื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนทุกคนกำลังให้ความสนใจอย่างมากเลย ก็ถือว่าของผมอาจจะเป็นกรณีแล้วกันที่สุดท้ายแล้วมันก็ใจเขาใจเรานะครับ เวลาที่เราทำอะไรเราก็ต้องเกรงใจเพื่อนมนุษย์ เพื่อนคนไทยด้วยกัน และในที่สุดแล้วผมก็มองว่าการให้อภัยมันก็คือทางออกที่เราทุกคนจะสามารถอยู่ด้วยกันได้อย่างสงบสุข มันก็มีครับที่หลายคนเกิดอารมณ์เกิดความรู้สึก แต่เรื่องเหล่านั้นเราต้องมองข้ามมันไป และการให้อภัยมันคือสิ่งที่จะทำให้เราอยู่ร่วมกันได้ในฐานะคนไทยด้วยกัน”