จุกอกเกินทน! แม่ช็อก แฟนลูกสาววัย 17 คือสามีตัวเอง

อีจัน บันเทิง

อีจัน บันเทิง

26 มกราคม 2569

จุกอกเกินทน! แม่ช็อก แฟนลูกสาววัย 17 คือสามีตัวเอง

นับว่าเป็นอีก 1  เรื่องราวที่หลายคนที่ได้อ่านหรือได้ฟัง ต่างก็ได้แสดงความคิดเห็นไปกันต่างๆนานา ซึ่งเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ได้ถูกเล่าเอาไว้ใน รายการพุธทอร์คพุธโทร เมื่อต้องเจอกับเรื่องจุกอก ที่มารู้ว่าแฟนของลูกสาวตนเองวัย 17 ปี แท้จริงแล้วนั้น คนนั้นคือสามีของเรา! ( พ่อเลี้ยงของลูก )

เรื่องราวของคุณโอลีฟ ( นามสมมติ ) ได้โทรมาเล่า-ปรึกษาสิ่งที่เกิดขึ้น ที่ทำให้เธอนั้นเกิดอาการช็อคเมื่อได้ทราบความจริงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เรื่องราวความรัก สามเศร้า ที่ไม่ควรเกิดขึ้น และ ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นค่ะ

คำถามในหัวมากมายที่เธอต้องเผชิญ กับการที่ต้องตัดสินใจเดินออกมาจากความสัมพันธ์นี้ เพื่อที่จะเซฟหัวใจของตัวเอง พร้อมถามสังคมว่า เธอคิดถูกแล้วใช่หรือไม่?

โดยคุณโอลีฟ นามสมมติ เล่าในรายการไว้ว่า

“ คุณโอลีฟ (นามสมมติ) อายุ 38 ปี เรื่องเกี่ยวกับลูกสาววัย 17 ปี เหตุการณ์คือ ลูกสาวเคยเล่าว่ามีแฟน คบกับแฟนคนหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้เราก็คุยกับลูกอยู่ตลอด พอวันหนึ่งมีคนรู้จักมาเล่าให้เราฟังว่า แฟนคนนี้ของลูก เป็นคนที่น้องไม่ควรคบด้วย เพราะว่าเป็นคนใกล้ตัวมากๆ ใกล้ตัวเราเลยค่ะ จนมีคนมาเตือนเยอะมาก ว่าให้ระวังแฟนเรากับลูกสาวค่ะ แฟนเราคนปัจจุบัน แฟนของเราอายุ 39 ปี เป็นพ่อเลี้ยงของลูกสาว เราคบกับแฟนคนนี้มาประมาณ 9 ปี เขาดูแลลูกเรามาตั้งแต่ลูกเราอายุ 13 ปี

ซึ่งเรื่องนี้ได้มีการพูดคุยกับลูกสาวเรียบร้อยแล้ว เขายอมรับ จนมาวันหนึ่งเราไปเจอแชทแฟนกับลูกสาว คุยกันเหมือนคนเป็นแฟนกัน มีบอกรักกัน แต่เราก็พูดคุยกับทั้ง 2 คนว่า สิ่งที่ทำอยู่มันไม่ควรนะ ไม่รู้ว่าจะจริงหรือไม่จริง แต่ควรหยุด

ทั้งคู่บอกว่า เขาหยุดทั้งคู่แล้ว  2 คนนั้นทั้งคู่บอกว่าไม่ได้เป็นอะไรกัน จนมาวันหนึ่งน้องอยากจะจบความสัมพันธ์นี้กับแฟนเรา โดยการที่ไปแจ้งตำรวจ ไปแจ้งความข้อหาพรากผู้เยาว์

จนเรื่องมันแดงขึ้นมา แต่ซึ่งจริงๆแล้วเขาตกลงมีความสัมพันธ์แบบนี้ แบบลับๆมา 2-3 ปีแล้ว และตอนนี้ก็เป็นคดีความกันอยู่ ซึ่งหลังจากที่เราได้มีการคุยกับทั้งคู่แล้วนั้น ว่าจริงๆความสัมพันธ์นี้ เป็นความสัมพันธ์ที่ตกลงกันว่า จะอยู่กันแบบลับๆแบบนี้ โดยที่ไม่เรารู้ ตอนแรกที่เราจับได้มีการคุยกัน มีการประกัน กันออกมา มีการเดินเรื่องต่างๆ จับแยกตัวน้องกับพ่อเลี้ยง ซึ่งตอนแรกเราก็ยังไม่ได้เลิกกับแฟน หลังจากแยกออกก็คอยดูว่าสถานการณ์เป็นยังไง แต่สุดท้ายแยกออกจากกันแล้ว เขา 2 คนก็ยังมีความที่จะไปหากันอยู่ตลอด โดยการแอบเราไปเจอกันตลอด

จนมันหนักขึ้น เราเลยคุยกันอีกครั้งว่า สรุปจะเอายังไง เพราะมีการแอบขึ้นมาหากันตลอด ต่างคนต่างไม่หยุด สรุปทางน้องก็บอกว่าจะจบตรงนี้ โดยการที่น้องจะออกไปอยู่กับแฟนคนใหม่ ส่วนตัวเรา เรายอมรับว่าเราตัดตัวลูกสาว ตัดแบบจัดการเลย เพราะถือว่าให้อภัยไปแล้ว แต่ก็ยังไม่มีความหยุด ยังโกหกเราในหลายๆอย่าง ไม่เปลี่ยนสักที เราเลยเลือกที่จะตัดทั้งแฟนและลูกออกจากชีวิตเลย

แต่สิ่งที่เราเอากลับมาคิดคือ เราตัดสินใจถูกแล้วใช่ไหม ที่เราตัดสินใจตัดเขาทั้ง 2 คน เพราะว่าทุกวันนี้เขายังติดต่อกันอยู่ และยังส่งเสียดูแลกันอยู่ตลอด ”

ทั้งนี้ทางด้านดีเจต้นหอม หลังจากที่ได้ฟัง ก้ได้ถามกลับไปยังคุณโอลีฟว่า

ดีเจต้นหอม : ลูกสาวเสียใจกับการกระทำนี้มั้ย?

คุณโอลีฟ นามสมมติ : ไม่เสียใจเลยค่ะ ไม่มีคำขอโทษแม่ ไมมีการร้องไห้

ดีเจต้นหอม : ลูกนี่เราเลี้ยงมาตั้งแต่เด็กเลยมั้ย

คุณโอลีฟ นามสมมติ : เราเลี้ยงมาเลยค่ะ

ดีเจเผือก : แล้วที่บอกว่าเขาย้ายกลับมาตอนอายุ 13 ปี ก่อนหน้านี้เขาไปอยู่ไหนมา

คุณโอลีฟ นามสมมติ : เขาย้ายไปอยู่กับพ่อเขาอยู่ช่วงหนึ่ง แค่ 1-2 ปี

ซึ่งสรุปสุดท้ายทางดีเจเติ้ลได้ให้คำปรึกษาว่า

“ ก็คิดถูกแล้วนะ เพราะว่าแฟนน่ะต้องตัด อย่าไปเจอกันอีกเลย กับลูกถ้าเขาทำแล้วเขายังไม่รู้สึกผิดบาปกับสิ่งที่ทำที่เขาเลือก เขาก็ใช้แฟนคนอื่นกับแม่ ไม่มีทั้งคำขอโทษ ความรู้สึกผิด สำหรับพี่นะก็ควรตัด เราเลี้ยงเขาได้แต่ตัว ดีที่สุดแล้วที่เราเลี้ยงเขาจนโตมาได้ขนาดนี้ จากนี้ไปชีวิตเขา เขาเลือกแล้วมันก็พูดกันก็แล้วแต่บุญแต่กรรมเลย ”

ต่อกันที่ ดีเจเผือก ได้ให้คำปรึกษาว่า

“ เราไม่รู้หรอกว่าเจตนาของคนเป็นพ่อเป็นแม่มันดีแน่ๆ แต่ในสิ่งที่เราคิดว่าดี เราไม่รู้ว่ามันมีตรงไหนที่มันไปกระทบอะไรในชีวิตของลูกบ้างไหม หรือต่อให้ไม่มี เราเลี้ยงเด็กคนหนึ่งมาอย่างดี พอขึ้นมันก็เป็นชีวิตเขา ที่เขาจะตัดสินใจทำอะไรในชีวิตด้วยตัวเอง ซึ่งอันนี้มันก็แล้วแต่บุญแต่กรรมของจริงแล้วแหละ ”

และคนสุดท้าย ดีเจต้นหอม ปิดจบการให้คำปรึกษาไว้ว่า

“  ดีเจต้นหอม : โอลีฟตอนนี้มันทำอะไรไม่ได้แล้ว สำหรับสองคนนี้ รากเหง้าของมันคือแข็งแรงไปแล้วในการที่เขาจะทำอะไรกัน แต่หอมจะบอกอย่างหนึ่งว่า อย่าเกลียดลูก

คุณโอลีฟ : ใช่ค่ะพี่หอม มีความโกรธลูก แต่ว่าเขาก็คือลูก

ดีเจต้นหอม : เพียงเราทำอะไรเขาไม่ได้ ช้างฉุดก็ไม่อยู่แล้วตอนนี้ มีคนบอกให้แจ้งความพรากผู้เยาว์ แต่คือใจเด็กมันไม่ได้อยู่กับแม่ไง ใจเด็กมันอยู่กับผู้ชาย

ในตอนนี้ก็ได้แต่ภาวนาผู้ชายเลี้ยงลูกของเราไปให้มันดี ไปตลอดรอดฝั่ง ให้มันอยู่อย่างมีความสุข คิดแค่นี้ เพราะเรื่องมันเกิดขึ้นไปแล้ว คนที่จะต้องมีสามัญสำนึกคือผู้ชาย คุณโอลีฟเอาตัวเองออกมา เลือกตัดตัวเองออกมาเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว เพราะเราไม่สามารถที่จะไปอยู่รับรู้เรื่องของคนสองคนนี้ได้

ถ้าเกิดแล้ววันหนึ่ง ลูกโซซัดโซเซกลับมาหาเรา โอเคลูก แม่ยังเป็นแม่ที่ซัพพอร์ต ขอเพียงแค่ลูกสำนึก ถ้าวันหนึ่งมันสำนึกแล้วมันกลับมาหาเรา มันยังเป็นลูกเราอยู่

ตอนนี้เราเองก็ต้องอยู่กับตัวเอง เอาตัวเองให้รอด เราไม่รู้หรอกว่าเขาจะกลับมาวันไหน แต่วันนี้เราต้องอยู่ให้ได้โดยไม่มี 2 คนนั้น

คุณโอลีฟเข้มแข็ง หอมให้กำลังใจคุณโอลีฟมากๆ เคสแบบนี้เอาตัวเองให้รอด ”