‘หนุ่ม กรรชัย’ อึดอัดใจ หลังถูกแอบอ้างชื่อ ปมทนายดังลวนลามสาว 19
น้ำฝน อีจัน
22 มกราคม 2569

(วันนี้ 22 ม.ค. 69) จากกรณี ทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล ทนายความชื่อดังจากรายการ “โหนกระแส” ได้โพสต์ข้อความลักษณะขออภัยทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง หลังตกเป็นข่าวฉาว ลวนลามสาววัย 19 ปี ตามที่ปรากฏเหตุการณ์ไปแล้วนั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้
ล่าสุดวันนี้ ในรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ‘หนุ่ม กรรชัย’ เปิดใจรู้เรื่องทนายคนดังเมื่อปลายปีที่แล้ว และได้ลดบทบาททนายคนดัง ในรายการโหนกระแสลง เสียใจที่ถูกแอบอ้างชื่อ
‘หนุ่ม กรรชัย’ ได้ระบายความในใจ ถึงเรื่องราวของทนายคนดัง โดยรู้เรื่องตั้งแต่เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 จากเบนซ์อาปาเช่ ถึงพฤติกรรมของทนายคนดัง ที่ได้ฟังแล้วก็ตกใจ เลยโทรไปถามทนายว่าสิ่งที่ได้ฟังมาจริงไหม ให้คิดดีดีก่อนพูด เพราะเป็นทนาย และอยากให้เล่าข้อเท็จจริง
ด้านทนายแก้วก็ยอมรับว่าไปกับน้องผู้หญิงจริงๆ แต่เรื่องที่เล่าให้ฟังเป็นอีกแบบ ไม่เหมือนกัน พี่หนุ่มจึงบอกว่า “ผมไม่ขอยุ่งเรื่องนี้ เรื่องมันละเอียดอ่อนมาก และรับไม่ได้เพราะพี่มีลูกสาว”
จากนั้นให้ทนายโทรหาเบนซ์อาปาเช่ เพื่อเคลียร์ปัญหา ไม่นานอาจารย์จตุรงค์ จงอาสา ลงข้อความ มีทนายดัง “จกกี้ จกหน้าอกลูกสาวลูกความตัวเอง” อ่านแล้วตกใจ ใช่ทนายเราไหม

พี่หนุ่มบอกว่า เรื่องที่ทำให้หนักใจ คือ ทนายให้พี่หนุ่มโทรไปหาพ่อของฝ่ายหญิง
“เรื่องที่ผมไม่สบายใจ ทนายให้ผมโทรไปหาพ่อของน้องคนนี้ ผมบอกโทรไม่ได้ เรื่องที่มันเกิดขึ้น ไม่รู้ว่าใครผิดหรือถูก พี่ไม่อยากอยู่ในสมการนี้ ขอไม่ยุ่งเกี่ยว แล้วถ้าพี่โทรไปแล้ว พ่อเค้าเอาไปพูดว่ากรรชัยโทรไปเคลียร์ให้ ขอโทษนะผมไม่ยุ่ง”
พี่หนุ่มถามพี่หมวย ว่า สงสัยไหมช่วงหลังๆที่ไม่ชวนทนายแก้วมาออกโหนกระแสเพราะต้องการลดบทบาทของทนายแก้ว เพราะว่าผมต้องมีมโนธรรมในหัวใจ
“เรื่องนี้ผมไม่ยุ่ง ข้อเท็จจริงสองฝั่งมันสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง ใครฟังเรื่องนึ้ ผมบอกเลยว่า งง เรื่องผ่านไป สังเกตไหมว่าหลังๆพี่ไม่ได้ชวนทนายแก้วมาออก
พี่รู้สึกว่าพี่ต้องลดบทบาทของทนายแก้ว เพราะว่าพี่ต้องมีมโนธรรมในหัวใจข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฏ ผมเป็นพ่อของเด็กคนหนึ่งเหมือนกัน ถ้ามันเป็นเรื่องจริง
อย่างที่พ่อเด็กพูด แล้วทนายยังมาเสนอหน้าในรายการตลอดเวลา คนเป็นพ่อของเด็กจะรู้สึกอย่างไร”
พี่หนุ่มกล่าวอีกว่า “เมื่อวานผมทุกข์ใจมากตอนเช้ามีคนมาบอกผมว่า ทนายเอาชื่อผมไปพูดกับพ่อเด็กว่า ผมจะโทรไปเคลียร์ด้วย ผมโทรไปถามพ่อเด็ก ถามว่าเป็นเรื่องจริงเหรอ ปรากฏมีเสียงทนายที่พูดคำนี้ว่าพี่หนุ่มจะโทรมาหา ผมยืนยันว่าผมไม่เคยบอกว่าจะโทรหา ผมก็เลยโทรหาพ่อของเด็ก บอกพ่อของเด็กว่า ไม่อุ้มทนายเป็นเรื่องสองคนที่ต้องจัดการกันเอง”


เรื่องนี้ก็ทำพี่หนุ่มพี่หนุ่มถึงกับอึดอัดใจ และทุกข์ใจไม่น้อย และวอนหลายๆคน อย่าเอาชื่อไปอ้างหรือใช้ในทางผิด เห็นใจผมบ้าง ย้ำรายการ #โหนกระแส เป็นรายการช่วยเหลือคน ช่วยอยู่ในกรอบธรรมเหมือนตอนอยู่ในรายการ
“ผมขอเถอะครับ ผมว่ารายการโหนกระแสเป็นรายการที่ช่วยคน ในวันที่คุณนั่งอยู่ในรายการผมคุมชีวิตคุณได้ ผมคุมสโคปของรายการผมได้ แต่วันที่คุณเดินออกไปข้างนอก กรุณาอยู่ในกรอบในธรรมเถอะครับ เพราะสุดท้ายแล้ว คนเขาไม่เข้าใจ
มันเหมือนผมไปสร้าง เป็นโรงงานผลิตคนเหล่านี้ออกมา แล้วไปรังแกสังคม เห็นใจผมบ้าง”
พร้อมบอกอีกว่า “ส่วนนึงก็โทษตัวเอง ว่าเราผลิตอะไรออกมา ผมอยากให้ทุกคนเข้าใจตรงนี้ ประเด็นนี้ แก้วเขาก็มีอีกมุมหนึ่งของเขา เราก็ยังไม่ได้ฟังในมุมของเขา
ของตัวฝ่ายหญิงก็มีมุมของเขา คือผมได้ฟังเรื่องนี้ทั้งสองมุม ผมได้ฟังทั้งสองฝั่งแล้ว ผมฟังแล้วจริงๆ ผมเข้าใจทั้งสองฝั่ง ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว มันอยู่ที่การพิสูจน์”
ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ พี่หนุ่มกรรชัย อึดอัดใจ ตาแดง บอกพี่หมวย อยากร้องไห้ หลังจาที่ได้อ่านข่าว ทนายแก้ว ถูกกล่าวหา ล่วงละเมิด นักศึกษาสาววัย 19 ปี จากที่พี่หนุ่มได้ฟัง มุมของฝ่ายหญิง และทนายแก้วไม่เหมือนกัน แต่พี่หนุ่มยืนยันว่า ไม่ว่าข้อเท็จจริงเป็นยังไง แต่ไม่ขอยุ่งเรื่องนี้ พี่หนุ่มรับไม่ได้ เพราะพี่หนุ่มมีลูกสาวด้วย
พอเบรกต่อมา ปรากฏว่า พี่หมวย อริสา นั่งอ่านข่าวคนเดียว พี่หมวย บอกว่า “คือพี่หนุ่มอึดอัดมาก แล้วช่วงพักพี่หนุ่มบอกว่าอยากร้องไห้ เป็นครั้งแรกที่หมวย ได้เห็นพี่หนุ่มมุมนี้ ตาแกแดง แกก็เลยให้หมวยอ่านข่าวไปก่อนช่วงนี้” ผ่านไปแป๊ปเดียว พี่หนุ่ม ก็กลับมานั่งอ่านข่าวเหมือนเดิมค่ะ

ด้านทนายแก้วเองก็ได้มาเคลื่อนไหวล่าสุดเมื่อช่วงคืนวันที่ 22 ม.ค. 69 ที่ผ่านมา ผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว หลังถูกกล่าวหา ลวนลามนักศึกษาสาว ว่า
“ตามที่ได้มีการเผยแพร่ข่าว และกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อมวลชน และสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับตัวผม ในช่วงที่ผ่านมา ผมขอใช้โอกาสนี้ชี้แจงเพื่อแสดงจุดยืนของผมในเบื้องต้น ดังต่อไปนี้
ประการแรก ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง และขออภัยต่อทุกฝ่าย ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์และกระแสข่าวดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว คู่สมรส บุตร ญาติพี่น้อง ตลอดจนผู้ที่ติดตาม ที่ให้ความเชื่อมั่น และให้กำลังใจผมมาโดยตลอด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นย่อมส่งผลกระทบทางจิตใจต่อหลายฝ่าย ซึ่งผมรับรู้และตระหนักถึงความรู้สึกเหล่านั้นเป็นอย่างดี
ผมขอเรียนว่า ยังไม่ประสงค์จะให้รายละเอียดหรือแสดงความเห็นใดๆ ต่อข้อกล่าวหาที่ปรากฏในสื่อ เนื่องจากการสื่อสารหรือการโต้แย้งผ่านพื้นที่สาธารณะในขณะนี้ อาจทำให้สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนและบานปลาย รวมถึงอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิ ชื่อเสียง และศักดิ์ศรีของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคู่กรณี ซึ่งผมเห็นว่าควรได้รับการปฏิบัติด้วยความระมัดระวัง และเคารพตามสมควร

ผมขอยืนยันว่า หากมีความจำเป็นต้องมีการชี้แจงข้อเท็จจริงใดๆ ผมจะดำเนินการชี้แจงผ่านกระบวนการที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใส โดยคำนึงถึงสิทธิของทุกฝ่ายเป็นสำคัญ
ผมขอความกรุณาสื่อมวลชน และสาธารณชนโปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟังข้อมูลข่าวสาร และขอความร่วมมือในการเคารพต่อกระบวนการดังกล่าว เพื่อไม่ให้การนำเสนอ หรือการแสดงความคิดเห็นส่งผลกระทบเกินสมควรต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง
ท้ายสุดนี้ ผมขอขอบคุณสื่อมวลชนและประชาชนทุกท่านที่กรุณาให้ความเข้าใจ และขอให้การพิจารณาข้อเท็จจริงต่าง ๆ เป็นไปตามครรลองของความถูกต้องและเป็นธรรม”
เรื่องนี้ก็ต้องรอทั้ง 2 ฝ่าย ถึงข้อเท็จจริง ของเรื่องนี้ว่าเรื่องราวจริงๆแล้วเป็นอย่างไร