กันต์ กันตถาวร คุยกัน(ต์) ชีวิตฉบับพิธีกร
migrator
13 มกราคม 2564

การเป็นพระเอกหนังและพิธีกร ในรูปแบบของ กันต์ กันตถาวร ผู้ชายคนนี้พกความคิดและมุมมองหลาย ๆ ด้านมาให้เราได้อ่านกัน…
สวัสดีครับ ผม กันต์ กันตถาวร อาชีพเป็นพิธีกร และเป็นนักแสดง ตอนนี้เล่นภาพยนตร์เรื่อง 7 Days เรารักกัน จันทร์-อาทิตย์ ที่กำลังจะเข้าโรงภาพยนตร์วันที่ 19 กรกฎาคมนี้

7 Days เรารักกัน จันทร์-อาทิตย์ เป็นภาพยนตร์รักโรแมนติก พลอตเรื่องก็จะมีความเป็นแฟนตาซีใส่ลงไป และเป็นครั้งแรกที่กันต์ กับน้องมิว นิษฐา แล้วก็จอย อนันดาได้โคจรมาเจอกัน ประเด็นของหนังเรื่องนี้จะบอกกับคนดูทุกๆคนว่า คุณรู้จักความรักดีแค่ไหน แล้วคุณรักจริงหรือเปล่า สมมติว่าวันหนึ่งผมตื่นมาตัวอ้วน ดำ หน้าขรุขระเป็นคางคก คนจะยังรักอยู่หรือเปล่า ผมเชื่อว่าภาพยนตร์ทุกเรื่อง ถ้ามันสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตคนคนหนึ่งได้ เพียงแค่คนเดียว ผมว่าหนังเรื่องนั้นมันคุ้มค่าที่จะทำ

กันต์ ไม่ได้รับเล่นหนังง่าย ๆ แต่เนื่องจากสนิทกับพี่ปี๊ด ปัญจพงศ์ คงคาน้อย ที่เป็นผู้กำกับ มีการพูดคุยและปรึกษาเรื่องบท แต่การหาพระเอกเรื่องนี้ต้องมีพระเอกหลัก 1 ตัว และทุกคนเป็นพระเอกหมดในการเล่นเป็นตัวละครเดียวกัน เลยมองหาคนใกล้ตัว ซึ่งเขาก็ถามว่า “กันต์ เล่นได้ไหม” ผมก็บอกว่าจริง ๆ แล้วบทมันเป็นบทที่ดีนะ แต่ว่าคุณต้องหานักแสดงที่คุณอยากได้รึเปล่า เขาก็บอกว่าจริงๆก็อยากได้เรานี่แหละ
ต้องบอกก่อนว่าบทภาพยนตร์สำหรับผมและนักแสดงทุกท่าน จะรู้สึกว่ามันคือคัมภีร์ พอเรารู้สึกว่าเราเชื่อ แล้วเรารักในคัมภีร์นั้นๆ เราก็จะอยากทำมันเพราะเรามีความเชื่อให้กับมัน เราเชื่อภาพยนต์เรื่องนี้และรับเล่นภาพยนต์เรื่องนี้ครับ
ก่อนจะมาถึงวันนี้บางคนอาจจะยังไม่รู้ว่ากันต์เริ่มจากการดีเจมาก่อน แล้วค่อยมาเป็นนักแสดง ต่อมาก็เริ่มทำพิธีกร ซึ่งตอนนั้นไม่มีใครสนับสนุนเลย เพราะว่าในสังคมบ้านเราการที่จะมาเป็นนักแสดง เป็นพระเอกไม่ใช่ทุกคนที่จะทำได้ ในเมื่อวันที่คุณยังทำอยู่ แล้วคุณจะถอยมาทำไม ทำไมไม่เป็นนักแสดงเป็นพระเอกสักสิบปี แล้วค่อยมาทำเบื้องหลัง แล้วค่อยมาทำพิธีกร

แต่ชายคนนี้คิดในมุมกลับกัน กันต์ เล่าว่า เพราะว่าผมเป็นพระเอกไม่ได้เนื่องจากวัย เนื่องจากเด็กรุ่นใหม่ หรือเนื่องจากโปรดักชันอะไรก็แล้วแต่ แต่ถ้าสิ่งที่อยากทำในวันนี้เลยคือการเป็นพิธีกร อีกสิบปีคนอื่นอาจจะเพิ่งเริ่ม แต่วันนั้นผมคงมีประสบการณ์เยอะแล้ว นั่นคือการเลือกของกันต์ กันตถาวร เมื่อ 3 ปีที่แล้ว
งานพิธีกรของกันต์ตัวตนที่แท้จริงในวันนี้ เริ่มจากรายการ BIG BEN SHOW เป็นรายการแรกที่ได้ทำกับ Workpoint Entertainment และพี่เบน ชลาทิศ ตอนนั้นไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้เลยว่าทำงานยังไง เพราะว่าถ้าเป็นการเซตละครเราจะรู้วิถีทำงาน แต่พอมาเป็นรายการก็ไม่รู้ว่าเขาทำงานกันแบบไหน คิวการ์ดคืออะไร แล้วกล้องไลน์คืออะไร ทุกอย่างมันใหม่หมดสำหรับเรา

ผมค่อย ๆ ศึกษาทั้งหมดด้วยตัวเอง ให้เลขากรอเทปทั้งหมด ดูแล้วหยุดไปทีละเฟรม เพื่อให้เห็นข้อผิดพลาดในทุก ๆ ครั้งที่มันเกิดขึ้น เช่น ไดอะล็อกไม่ครบ พูดไม่จบทำไมภาพตัดไปที่อื่น ทำไมยืนแล้วหน้ามืดเพราะยืนตกไฟ เราพูดขาดอะไรบ้าง ทำไมผมคุยแค่กับคนนี้ ทำไมไม่คุยกับคนนี้เลย แสดงว่าเราพลาดเราลืมเขาไป ทำไมเราไม่เล่นกับคนดู เมื่อเห็นข้อผิดพลาดก็จดเหมือนการเรียนสมัยมหาวิทยาลัย จดเหมือนเอนทรานซ์ จดเหมือนสอบปลายภาค ทำเป็น My mapping รายการนี้ต้องอะไรบ้าง อันนี้ยังไม่ดี อันนี้ต้องแยกออกมาอีก ขาดเรื่องนี้ ผมไล่ทำแบบนี้ ในทุกๆงานที่ทำปัจจุบันก็ยังทำอยู่
ไม่รู้ต้องถาม ผมเหมือนเจ้าหนูจำไมถามในสิ่งที่ไม่รู้ ทำไมกล้องต้องไลน์นี้ ทำไมต้องมีไฟนี้ด้วย เครนเก็บอะไร ดอลลี่ไปไหน เก็บภาพใครก่อน ให้ผมรอคิวก่อนไหม ดอลลี่ออกก่อนแล้วค่อยเป็นคิวผมหรือเปล่า มันกลายเป็นว่าพอทุกคนทำงานร่วมกันก็จะเห็นภาพเดียวกัน การทำงานจะสนุก แล้วผมก็จะกลับมาดูเทปทุกครั้งว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง เช่น ทำไมเราพูดแล้วภาพไม่อยู่ที่หน้าเรา เพราะกล้องเครนยังมาไม่ถึงหน้าเรา แต่เราพูดก่อนคิวที่เขาจะให้ นั่นคือสาเหตุที่เขาบอกว่าทำไมให้รอคิว พอเราเก็บการเข้าใจไปทีละเข้าใจไปเรื่อยๆ เราก็จะมีประสบการณ์มากขึ้นในการทำงาน ในทุกรูปแบบ ทุก ๆ รายการ และหลังจากที่เราเข้าใจ เราก็จะสามารถสร้างรูปแบบขึ้นได้เอง และเราจะมีวิธีดำเนินรายการที่แตกต่างกันออกไปในทุกเทป ผมก็เลยรู้สึกสนุกกับมัน
ต้องรู้จักถามให้เป็น จากที่ถามว่าใช่ไหม คำตอบจะแค่ว่าใช่กับไม่ใช่ เปลี่ยนเป็นถามว่าคุณคิดเห็นอย่างไร เขาจะตอบได้กว้างขึ้น พอเขาตอบกว้างขึ้นมวลมันจะมากขึ้น ผมสามารถเอามวลนี้ไปเล่นต่อกับมวลอื่นได้มาก

การเป็นกันต์ กันตถาวร ทั้งนี้จริง ๆ แล้วกันต์จบบัญชีจุฬาฯ แต่เอกการตลาด ที่บ้านทำ Agency โฆษณา เพราะฉะนั้นจึงถูกปลูกฝังมาตั้งแต่นอกห้องเรียนแล้ว ว่า Positioning คืออะไร 4P คืออะไร สิ่งที่ผมใช้คือใช้ในการวาง Positioning ตัวเอง สมมติว่ามีบทละครต้องการผู้ชายที่ขาว ตี๋ สูง คุณจะเกิดตัวเลือกขึ้นมา กันต์ , สน ยุกต์ , ณัฏฐ์ เทพหัสดิน มันจะมีตัวเลือก แต่ ณ วันหนึ่งที่คุณมีเอกลักษณ์มากพอ หรือ Positioning ชัดมากพอ เช่น สมมติว่ามีบทหนึ่งมา เราจะรู้สึกว่า บทนี้ต้องพี่ออฟ พงษ์พัฒน์ บทนี้ต้องพี่นก ฉัตรชัย บทมันจะถูกพุ่งไปเลยว่าต้องเป็นคนนี้ที่ต้องแสดง เรามีความฝันว่าเราอยากจะเป็นแบบนั้น เราต้องทำงานทุกชิ้นให้ออกมาดีที่สุด และเต็มที่กับทุกสิ่งที่สามารถทำได้

ทุกวันที่ไปทำงานไม่รู้สึกเหมือนทำงาน ผมสามารถหาเลี้ยงชีพได้ด้วยการเป็นตัวเองทุกวัน มันคือการขายความสามารถในการเป็นตัวเอง คือคุณเป็นตัวเองให้ได้มากที่สุด แล้วคนก็ชอบในแบบที่มันเป็นแบบนี้ ผมมีความสุขกับทุกวันที่ผมได้มาทำงาน เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว ผมก็เก็บจนอิ่ม แล้วผมก็ไปใช้ชีวิตในส่วนอื่น ๆ ผมไปอยู่กับพลอย กับครอบครัว ไปอยู่กับน้องหมาจนอิ่ม แล้วผมก็กลับมาหิวในการทำรายการอีกครั้ง แล้วผมก็กลับมาจนอิ่ม มันกลายเป็นวงโคจรที่ผมรู้สึกว่าสามารถเติมเต็มได้ในทุกแง่มุม

สำหรับในอนาคตคงบอกว่าพิธีกรคงจะเป็นอาชีพที่รักที่สุด เพราะว่ามันได้เป็นตัวเองทุกวันจริง ๆ การเป็นตัวเองมันได้สื่อสารสารอะไรบางอย่างไปให้คนรับรู้ผ่านการเป็นตัวเรา ส่วนการเป็นนักแสดงก็คงเป็นสิ่งที่รัก แต่นานๆทีคงจะทำ ไม่ได้อยากทำแบบเยอะ ๆ อยากทำในสิ่งที่เรารักจริง ๆ เท่านั้นเอง แล้วก็คงใช้ชีวิตครอบครัวปุถุชนทั่วไป เรียบง่าย แค่นั้นเองครับ

ความรักของกันต์ ผมคบกับพลอยมา 8 ปีแล้ว มันผ่านวัยซ่า มันผ่านวัยอิเหลกเขระขระของผู้ชายคนหนึ่ง มันผ่านการทะเลาะกันจนจะเลิก จนกลายเป็นเย็นทั้งคู่ หาบาลานซ์กันเจอแล้วทั้งคู่ ทุกวันนี้ก็ยังทะเลาะกันอยู่บ้าง แต่เป็นการทะเลาะแบบตลก ตอนนี้มันกลายเป็นส่วนเติมเต็มของชีวิตไปแล้ว ตอนนี้อายุ 32 ปี กำลังจะ 33 ปี แล้ว เป็นวัยที่เกือบกลางคน แต่ผมดันมีความสุขได้ครบ ผมก็ถือว่าผมแฮปปี้แล้วนะ

อีจันทอล์กครั้งนี้ก็ได้เห็นมุมมอง ข้อคิด และทัศนคติ ของการใช้ชีวิต ในรูปแบบของ กันต์ กันตถาวร ผู้ที่เป็นพระเอกหนังและพิธีกรสุดเก่ง ครั้งหน้าจะพาไปทอล์กกับใครก็ติดตามได้ที่แฟนเพจอีจันบันเทิงได้เลยนะคะ
#อีจันบันเทิง #กันต์กันตถาวร #7daysเรารักกันจันทร์ถึงอาทิตย์