ซีรีย์กลัวรวย ตอน สิ่งที่ยิ่งใหญ่จากร้านต้นไม้เล็ก ๆ
migrator
13 มกราคม 2564

“จากสูงสุดคืนสู่สามัญ” เกษียณตัวเองจากงานประจำมาขายต้นไม้ ความธรรมดาที่มีความสุข

สุทิน วงศ์สวัสดิ์ หรือที่วงการสื่อมวลชนเรียกกันว่า “น้าห้อย”
เขาคนนี้เกษียณจากงานประจำเงินเดือน 70,000 บาท ผันตัวมาขายต้นไม้ ด้วยความความสุขที่หาไม่ได้ในสังคมปัจจุบัน แต่หาได้ที่ร้านต้นไม้แสนสุขของ “น้าห้อย” ที่ตลาดต้นไม้บุญยง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ไม่ใกล้ไม่ไกลกรุงเทพนี่เอง


ธุรกิจใหม่ของ “น้าห้อย” เกิดขึ้นจากการตั้งคำถามให้ตัวเองว่า “ความสุขที่แท้จริงของชีวิตอยู่ตรงไหน?”
“มีอยู่สองอย่างที่เรารักคือทำอาหารกับปลูกต้นไม้ แต่ถ้าเราเป็นพ่อค้าขายข้าวแกง หนึ่งเลยคือต้องตื่นตีสาม สองมันต้องหาทำเล หาลูกจ้าง ต้องไปตลาดแต่เช้า ก็เริ่มคิดว่ามันไม่ใช่เราแล้ว ถ้าเราจะออกมาเราต้องการความสบายอยู่ได้และมีความสุข ไม่ได้ต้องการความร่ำรวย แต่อยู่ได้ด้วยความสุข แล้วผมก็มาเจอตลาดบุญยง ก็เลยตัดสินใจมาขายต้นไม้ที่นี่”


ต้องวางแผนก่อนลาออกจากงานประจำ
“ก่อนที่คุณจะออกจากงานคุณต้องเตรียมความพร้อมก่อนคือ ต้องหมดภาระหนี้สิน อีกอย่างผมเลือกที่จะซื้อบ้านแถวนี้ ขับรถแค่ 5 นาทีก็ถึงร้าน ใช้ชีวิตสบาย ๆ ดำเนินชีวิตง่าย ๆ ไม่ต้องใช้แบรนด์เนมสิ่งของสิ้นเปลือง ไม่มีภาษีสังคม
ยอมรับว่าตอนแรกผมก็ไม่กล้าลาออก กลัวอดเหมือนกัน ผมเริ่มจากขายวันเสาร์และอาทิตย์ รวมถึงใช้สิทธิลากิจ ลาป่วย และลาพักร้อน เงินที่ได้มามันไม่ได้มากมาย แต่ความสบาย ความรู้สึกกับสิ่งที่เราชอบและรักมันจริง ๆ ผมว่ามันสามารถดำรงชีพได้เลยตัดสินใจลาออกจากงานทันที มาทำตรงนี้มันมีเหนื่อยกายบ้าง แต่กลับมาบ้านอาบน้ำเปิดแอร์นอนก็จบ ผมว่าวิถีชีวิตแบบนี้มันคือตัวเราจริง ๆ”

“อยากได้ต้นไหน ถามได้เลยนะครับ” เสียงเปื้อนความสุขของ “น้าห้อย” ที่กำลังรดน้ำต้นไม้ขานรับลูกค้าที่เข้ามาในร้าน อีกทั้ง “น้าห้อย” ยังเล่าถึงความสุขในการใช้ชีวิตเป็นพ่อค้าขายต้นไม้ เริ่มจากตื่นเช้ามาก็ขับรถไปหาซื้อต้นไม้ มาจัดวาง รดน้ำต้นไม้ ตกแต่งนิดหน่อย แล้วก็เอามาขายนั่นคือความสุขแล้ว ยิ่งเป็นความสุขคูณสองจากเดิมที่ชอบซื้อต้นไม้อยู่แล้วเข้าไปอีก

“ไม้ที่ขายส่วนใหญ่จะเป็นไม้ดอก เพราะเป็นอะไรที่สะดุดตาสามารถขายได้ทุกวัน โดยผมจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล คนซื้อต้นไม้เขาก็จะรู้ว่าจะซื้อต้นอะไร กลุ่มลูกค้าก็มีทั้งพ่อค้าและแม่ค้าที่มาซื้อไปขายต่อ ผู้เกษียณอายุ พนักงานออฟฟิศ โดยใช้หลักการตลาดง่าย ๆ คือเปลี่ยนไม้ทุกเช้า รวมถึงผลัดเปลี่ยนการจัดวางต้นไม้ในแต่ละมุม เพื่อสร้างความแตกต่างของหน้าร้านในแต่ละวัน”


กำไรไม่มากมาย แต่ชีวิตที่เรียบง่ายนั่นคือความสุขสำหรับ “น้าห้อย”
“รายได้ตอนนี้ก็ไม่ได้มากมายอะไร แต่ก็ทำให้เราได้ดำรงชีพได้อย่างสบาย สามารถมีเงินเก็บได้ อยู่ได้ ใช้ชีวิตอย่างปกติสุข ค่าใช้จ่ายก็น้อย ใส่เสื้อผ้าตลาดนัด ไม่ต้องแต่งตัว ค่าเดินทางก็ประหยัดเพราะใกล้บ้าน ไม่ต้องใช้น้ำหอมหรูหรา สำหรับผมแล้วมนุษย์ธรรมดาทั่วไป 200 บาทก็อยู่ได้ แต่ถ้าได้มากกว่านั้นมันคือกำไรสำหรับชีวิต”

หลังจากได้อ่านเรื่องราวของน้าห้อยแล้วหวังว่าหลายคนคงจะพบความสุขเล็ก ๆ ในชีวิต เพราะบางครั้งความสุขในชีวิตอาจจะไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย แค่ใช้ชีวิตเรียบง่ายแค่ได้รดน้ำต้นไม้ จัดร้าน ได้อยู่กับสิ่งที่รัก ใช้ชีวิตง่าย ๆ แบบนี้ก็มีความสุขได้แล้วค่ะ


#อีจันบันเทิง #ซีรีย์กลัวรวย