“ก็อต อิทธิพัทธ์” เคยถูกบูลลี่จนคิดอยากออกจากวงการ?
migrator
13 มกราคม 2564

ดูเหมือนว่าช่วงนี้กระแสละครของนักแสดงหนุ่ม ก็อต อิทธิพัทธ์ จะเงียบๆ แถมเจ้าตัวยังเคยบอกว่าก่อนหน้านี้เคยถูกบูลลี่อีกต่างหาก


ด้วยความที่อาการของคุณพ่อยังทรงๆอยู่ เราให้กำลังใจครอบครัวยังไง
“เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ก็คอยให้กำลังใจไปเรื่อยๆ ค่อยดูแลกันไป จริงๆถามว่ากังวลไหม มันก็กังวลตลอด ยังไม่ได้รู้สึกโล่งอะไร เพราะด้วยความที่ใช้เวลา ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วไปหมด เอาจริงๆยังไม่ได้รู้สึกว่ามันอยู่ในระยะที่เราโอเคแล้ว ณ ตอนนี้เราต้องทำทุกอย่างให้เต็มที่”
อาการล่าสุดคุณหมอว่ายังไงบ้าง ?
“คุณหมอก็บอกเหมือนเดิม ก็ดีขึ้นในทุกๆครั้งที่คุณหมอเช็คอัพ ไม่ได้ติดเชื้อ สามารถหายใจเองได้ ตอนนี้ก็ทำกายภาพ ดูแลอย่างใกล้ชิด”
คุณแม่เป็นยังไงบ้าง ?
“แม่เขาก็ เอ่อออ มันก็ตอบยากนะครับ เราเองก็ให้กำลังใจและดูแลอย่างเต็มที่ อาจจะต้องใช้เวลา”
มีช่วงเวลาที่ท่านบั่นทอนไหม
“ผมว่าต้องมีอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่คุณแม่ ตัวผมเองก็บั่นทอน เอาจริงๆเราก็อยากจะบอกนะว่าเราโอเคแล้ว”
สัญญาของเรากับทางบรอดคาซท์ยังมีไหม ?
“ใช่ครับ ยังอยู่ ไม่แน่ใจว่าตัวเองกี่ปี น่าจะประมาณ 5 นะครับ ยังมีอยู่”
หลายคนมองผลงานยังไม่ค่อยเยอะ
“จริงๆก็มีเรื่อยๆนะครับ เป็นผลงานที่คนอาจจะไม่ค่อยได้เห็น เอาจริงๆผมก็ทำงานตลอด ปีหน้าก็จะมีละคร มกราก็มีอีกเรื่องนึงที่ออนแอร์ ส่วนตัวคิดว่าการทำงานของเรายังไม่ดรอป มันก็มีเรื่อยๆ ทำงานเรื่อยๆ บางผลงานอาจจะเป็นกระแส ไม่เป็นกระแส เป็นเรื่องปกติของงานมากกว่า”

เรารู้สึกยากไหมที่กว่าจะได้บทที่เข้ากับตัวเรา
“ผมว่าเรื่องบทไม่ยากหรอก พอผลงานมาแล้วทำไงให้คนดูชอบ มันยากกว่า แต่ตรงนี้เราไม่ได้ซีเรียสอยู่แล้วก็ทำงานไป”
ไม่ได้มีน้อยใจ
“ไม่มีครับ มันอาจจะเป็นเพราะช่วงแรกๆเรามีงานยัง แต่อาจจะมีช่วงที่หายๆไปบ้าง เป็นเรื่องปกติครับ ผมเองก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร”
ผู้ใหญ่ป้อนงานให้ตลอด ?
“ก็มีนะครับ เราก็คุยโปรเจคกันตลอด อย่างว่าเรื่องเวลา อย่างปีนี้ก็จะหมดปีแล้ว ต้องรอดูปีหน้า ปีหน้ามีละครแน่นอน”
ก่อนหน้านี้ที่เราเคยโดยบูลลี่จนอยากออกจากวงการ
“อ่อ มันเป็นช่วงอย่างที่ผมเคยบอก พอเรามีกระแสมีผลงาน เป็นที่พูดถึง มันก็จะมีหลายด้าน ทั้งดีและไม่ดี พอมีด้านไม่ดีก็จะมีดราม่าบ่อยๆ แต่โอเคมันผ่านไปแล้ว ผ่านไปนานแล้ว ซึ่งผมก็รู้สึกติดใจเราอยู่ อยู่ในใจแค่อยากพูดเฉยๆ”
ตอนนั้นเราจัดการความรู้สึกยังไง
“ก็มองข้าม มันก็งงเฉยๆ บางทีการบูลลี่เป็นสิ่งที่ติดอยู่ในใจเรา โอเคพอเรามองข้ามมัน แต่พอสักพักเราก็รู้สึกว่าเราควรจะพูดนะ เพื่อคนที่อยากจะพูดชอบบูลลี่เขาจะได้เลิกทำ ตอนนั้นที่เกิดเหตุก็จะมีลามถึง น้องสาว คนในครอบครัว เรายังไม่รู้ว่าเหตุเกิดจากอะไร อาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อยด้วยซ้ำ เขาอาจจะมองเป็นเรื่องใหญ่ เราก็ งง เราเป็นคนทำงานตรงนี้ ถ้าเราทำงานไม่ดี เราก็โดนด่า มันก็เก็ท แต่นี้เรายังไม่ทำอะไรเลย เราโดนคุกคาม ซึ่งมันลามไปถึงคนในครอบครัว เราก็อยากพูด เพราะเหตุมันจบมานานแล้ว ถ้าพูดก็จะรู้สึกว่าออกมาจากใจเรา รู้สึกโล่ง”
ตอนนั้นรู้สึกท้อ ไม่อยากอยู่ในวงการแล้ว ?
“มันก็มีความรู้สึกนั้นเหมือนกัน เพราะทำงานตรงนี้มันก็มีเรื่องที่เหนื่อยมาก เรื่องที่เป็นปัญหาแก้ไม่ได้ แต่โอเคมันผ่านไปแล้ว ก็ดีขึ้นแล้ว สตรองขึ้นเยอะเลย ทุกเรื่อง”
ผ่านมาเยอะ
“ใช่ครับ มันก็หลายๆเรื่องในชีวิต เรามาตรงนี้ด้วยความที่เราแบบทำงานไว้เรื่อยๆ ไม่ได้ขาดหวังอะไร มันมีบางอย่างที่ตามมาด้วย ไม่ทันตั้งตัว แต่ไม่มีอะไรมันผ่านมาแล้ว”
โชคดีที่เราไม่คิดจะหันหลังจากวงการ
“ก็คิดถูกนะครับที่ไม่หันหลังไป เพราะถ้าหันหลังไปไม่รู้จะทำไรกิน จริงๆแค่เป็นความรู้สึกมากกว่า ว่าทำไมเราทำทุกอย่างเต็มที่ ทั้งหน้างานหลังงาน เราทำเต็มที่ ทำไมคนยังตำหนิเราอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เมคเซน ก็เลยรู้สึกอยากถอยออกมาเหมือนกัน”
อยากบอกอะไรกับคนที่โดนบูลลี่มาตลอด
“คือของผมเวลาปัญหาเกิดขึ้นอาจจะไม่ใช่ปัญหาที่คนรู้มากเท่าไหร่ โอเคมันเกิดขึ้นไปแล้ว ผมค่อยมาพูด เราเห็นข่าวอะไรพวกนี้เยอะมาก ก็อยากเป็นกำลังใจให้คนที่โดน อยากให้มองข้ามไป คนทุกคนไม่สมควรโดนบูลลี่ ยิ่งคนที่บูลลี่เราก็อยากฝากถึงว่าดาราหรือคนที่อยู่ในที่สว่าง เขาไม่ใช่ที่ๆระบายอารมณ์ ถ้าคุณเก็บกดจากอะไรบางอย่างมา คุณก็บอกกับคนในครอบครัว พูดกับคนในครอบครัว ไม่ใช่มาลงกับดารา”

น้องสาวเราโดนยังไงบ้าง
“น้องสาวมีทวิตเตอร์ ก็จะโดนข้อความแปลกๆ ด่าผม แต่ฝากน้อง ตอนนั้นเราโมโหมาก แต่เราทำอะไรไม่ได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราเก็บไว้ในใจตลอด แต่เราคิดว่าสักวันนึงถ้ามีโอกาสได้พูด ผมก็อยากพูด รู้สึกเป็นอะไรที่ควรพูด”
ตอนนั้นเราหวงครอบครัวยังไง
“คือแค่ไม่อยากให้เขามาอยู่ตรงนี้ เราทำงานคนเดียวครอบครัวไม่ได้รู้เรื่อง บางทีเขาโดนไปด้วย เราก็รู้สึกเป็นห่วง”
เป็นปมในใจเรา
“ผมพูดแล้ว ผมหายแล้ว”
ทรงผมนี้หล่อขึ้น
“เพราะว่าเพิ่งสึกไงครับ ผมยาวแล้ว บุญก็จะเยอะ หน้าตาก็ดูชัดขึ้น ดูใส(ยิ้ม)”
ไปตกแต่งเพิ่มหรือเปล่า
“ก็มีไปเสริมหล่อมาครับ พอเราบวชเสร็จก็ไปเสริมหล่อมา มีเวลา”
มีคนทักหรือเปล่า
“ด้วยอะไรหลายๆอย่าง กลัวเอฟเฟ็กเพราะเราทำงานตรงนี้อยู่แล้ว ไม่อยากเกิดปัญหาในอนาคต ก็เลยรีบแก้ปัญหา แก้ไข้ ก็มั่นใจเพิ่มขึ้น”
ก่อนหน้านี้ที่ไม่ได้ไปทำเพราะอะไร
“ไม่มีเวลาด้วยและงานแน่น ช่วงนี้ละครปิด ก็เลยเสริมหล่อนิดนึง”
ตอนนี้เป็นที่พอใจแล้วหรือยัง
“ก็ดีขึ้นครับ คนรอบข้างบอกโอเค ควรไปทำตั้งนานแล้ว ไม่คิดทำเพิ่มแล้ว กลัว ถ้าถามว่าอนาคตจะไปทำอะไรอีกไหม คงไม่ครับ”

อย่างไรก็ตาม ภายในงานยังมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกมากมายพร้อมบูทสุดพิเศษที่จะพาคุณไปสัมผัสกลิ่นอายอเมริกันคลาสสิคตั้งแต่วันที่ 12 -18 ธันวาคมนี้ และสำหรับคอลเลคชั่น Skechers Premium Heritage ได้หยิบรุ่นสุดคลาสสิคตลอดกาลอย่าง Energy, D’Lites และ D’Lites 3.0 มารังสรรค์ใหม่ดัวยวัสดุระดับไฮเอนด์ที่ช่วยยกระดับให้รองเท้าทั้ง 3 รุ่น โดดเด่นขึ้นไปอีกระดับ