เปิ้ล นาคร กับทรรศนคติดีๆ ล้มต้องลุก ทุกข์ต้องข้าม
migrator
13 มกราคม 2564

ผู้ชายคนนี้ ไม่ได้มีแต่เรื่องตลก คุยกับเปิ้ล นาคร ศิลาชัย ในวันที่ล้มแล้วลุก ทุกข์แล้วก้าวข้าม ในความเป็นศิลปินอารมณ์ดี ชีวิตมีเป้าหมาย
สวัสดีครับ ผมเปิ้ล นาคร ศิลาชัย…

การทำงาน ตอนนี้ทำอยู่ 2 บริษัท และอีก 2 – 3 กิจการ บริษัทที่ทำอยู่คือบริษัทเพนกวินสตูดิโอ ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิต Content แล้วก็ทำเป็น Content provider ผลิตรายการทีวี หนังโฆษณา ทำสื่อดิจิตอลออนไลน์ต่างๆ ส่วนอีกบริษัทหนึ่งก็อยู่ในฐานะของ Marketing ช่วยดูแลบริษัทให้กับภรรยา คุณจูน กษมา ซึ่งมีชื่อว่าบริษัท มาดามกัสการ์ เป็นบริษัทที่ทำเกี่ยวกับ Product เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ความสวยความงาม Cosmetic Skincare หรือว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารครับ

จุดเปลี่ยนของชีวิต
ประมาณ 6 ปีก่อน เราออกมาจากบริษัทเดิมที่หุ้นกันกับเพื่อน บริษัทเก่าที่ทำทีวีมาด้วยกันเกือบ 20 ปี หน้าที่ของเราก็คือเป็นคนดูแล Production เป็นคนผลิตรายการ เราก็มีหน้าที่ใช้เงินเพื่อผลิต หาเงินไม่เป็น เพราะหน้าที่หาเงินเป็นหน้าที่ของเพื่อน เราไม่เก่งเรื่องการหาเงิน

วันหนึ่งเรามาเปิดบริษัทใหม่ การผลิตรายการต้องใช้เงินในการผลิต 1 ล้าน 2 ล้าน 3 ล้าน 4 ล้าน 5 ล้าน แต่เราหาเงินเข้าไม่เป็น จะไปคุยกับ Agency ก็คุยไม่เป็น ไปคุยแบบเปิ้ล นาคร เขาก็ไม่ซื้อ เพียง 1 ปีกว่าหลังออกจากบริษัทแยกกับเพื่อน เรามีหนี้เกือบ 20 ล้าน ถึงเวลาได้เงินมาก็เอาเงินไปช่วยน้ำท่วมซะงั้น แต่ส่วนหนึ่งก็ให้ลูกให้ภรรยา แต่เชื่อไหมว่า สิ่งที่เราทำไปโดยไม่ได้ตั้งใจคือการช่วยน้ำท่วม บุญมันกลับมา ทำให้เราปลดหนี้ได้ เพราะเราได้พบเพื่อนที่ไปช่วยน้ำท่วมด้วยกัน ไม่รู้ใครเป็นใคร เขาพูดมาแค่สองประโยค เราเอาคำพูดสองประโยคนี้มาปลดหนี้ของเราเกือบ 20 ล้าน ภายในปีเดียว พอในปีต่อไป เราสามารถหาเงินมาซื้อที่ได้อีกเป็นร้อยล้าน

ประโยคเด็ดพลิกชีวิต
ประโยคแรกคือ ให้เปิ้ลเปลี่ยนเป็นคนใหม่ จากเดิมที่เป็นคนอยากทำอะไรทำ อะไรที่ไม่อยากทำก็จะไม่ทำเลย ให้เป็น เมื่อไหร่ที่เห็นปลาว่ายน้ำผ่านหน้าเรา ให้จับเอาไว้ก่อน เพราะนั่นคือโอกาส ประโยคที่สอง คือ เปิ้ลต้องรู้จัก Marketing เพราะเปิ้ลเป็นคนที่เวลาพูดอะไร ทำอะไรแล้วคนสนใจเยอะมาก เปิ้ลต้องขายของให้เป็น บวกกับภรรยาของเราเป็นคนชอบขายของมาก ส่วนเราก็คือ Perform ทำคอนเทนท์ยังไงก็ได้ ให้คนมาดูเยอะๆ ทำให้คนมีความสุข ภรรยาอยากขายอะไรก็ขายไป มันก็เลยลงตัว

ครอบครัวตัวอย่าง
นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างยิ่งของครอบครัวเรา ที่พระองค์โสมฯ ประทานรางวัลนี้มาให้กับครอบครัวเราเป็นครอบครัวตัวอย่าง สำหรับปี 2018 นี้ เป็นแรงกระตุ้นให้เราสร้างฐานครอบครัวของเราให้เป็นต้นแบบให้กับบางครอบครัว ที่อาจจะมีปัญหา ให้ลองใช้ชีวิตแบบครอบครัวเราดูสิ แล้วปัญหามันจะไม่เกิด

หอสมุดแห่งชีวิต
พ่อแม่บางคน พอลูกวิ่งไปชนขอบโต๊ะรีบไปคว้าลูกมาแล้วตีขอบโต๊ะ คุณกำลังคุณกำลังสอนให้ลูกคุณเป็นคนที่โทษคนอื่นอยู่ตลอดเวลา
หลายๆ อย่างเราก็ให้เขาเรียนรู้ด้วยธรรมชาติของเขาเอง เล่นไปแกล้งไป ก็เลยมีความรู้สึกว่า นี่เเหละคือสิ่งที่เราไม่มีภาพเหล่านี้มาตั้งแต่เด็ก มันจึงเกิดเป็นการบันทึกภาพของเด็กๆ ทั้ง 4 ตั้งแต่ที่เขาอยู่ในครรภ์ จนกระทั่งวันที่เขาคลอด มันเหมือนหอสมุดแห่งชาติ เดี๋ยวนี้มันมียูทูป เราไม่ได้ตั้งใจจะทำรายการในยูทูปเหมือนที่เขาฮิต ๆ กัน เราตั้งใจที่จะบันทึกภาพความทรงจำเหล่านั้นเป็นไดอารี่ชีวิตครอบครัวเรา ปรากฏว่ามีคนตามมาเป็นสมาชิกเราเป็นล้านคน ทุกวันนี้กลายเป็นยูทูปเบอร์ที่โดยปริยาย

การก้าวข้ามความทุกข์
เชื่อมั้ยผมเป็นคนที่เมื่อไหร่มีหนี้ ผมมีความสุขมาก เฉยมาก เฉย มันเหมือนเล่นกีฬา พอดีเราเป็นนักกีฬาด้วย แข่งกีฬามา 20 กว่าปี แต่ก่อนแพ้ไม่เป็น แพ้แล้วร้องไห้ พอตอนหลังเราเริ่มแพ้บ่อยๆ เข้า ก็เลยมีความรู้สึกว่า วันนี้แพ้เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ต้องชนะ กลับไปมองว่าทำไมวันนี้ถึงแพ้ แพ้เพราะเตรียมตัวมาน้อย เราก็ไปแก้ไขในสนามต่อไป ทุกอย่างมันมองเห็นทางออกหมด คุณจะลงทะเลคุณกลัวคลื่นไม่ได้ คลื่นมันคือเกม คลื่นคือคู่ต่อสู้ที่คุณจะต้องลงไปเล่นกับมัน

อนาคตของเปิ้ล นาคร ศิลาชัย
เราอยากหยุดทำงาน แล้วก็ไปเป็นนักวิ่ง นี่คือแผนที่วางไว้ หาเงินให้ได้ ซื้อที่ซื้ออะไรเก็บไว้ให้ลูกให้ภรรยาคนละแปลง มีเงินเก็บให้คนละก้อนไม่ต้องเยอะมากเอาพอดี ให้สามารถอยู่ได้เมื่อไม่มีเรา หรือเอาไปต่อทุน อย่างสิ่งที่ผมคิด คือผมต้องทำบริษัทมาดามกัสก้าร์ให้มันประสบความสำเร็จให้ได้ ที่เหลือถ้าไม่มีเรา ไม่ใช่หมายถึงเราตายนะ ผมจะเลิกทำงานแล้วไปวิ่งจ๊อกกิ้ง เมื่อนั้นแหละเขาสามารถหาปลาเลี้ยงเราได้ ถึงตรงนั้นเมื่อไหร่ผมจะเกาะภรรยากินให้ดู
อีจันอยากเจอครั้งนี้จึงรับรู้เรื่องราวของผู้ชายอารมณ์ดี ไม่ได้มีแต่เรื่องตลก แต่มีเป้าหมายในชีวิต ล้มต้องลุก


#อีจันบันเทิง