เผชิญหน้าออกสื่อครั้งแรก! “เอ พศิน – แตงกวา” เปิดใจหลังประกาศหย่าจริงไม่แก้เคล็ด!!!
migrator
13 มกราคม 2564

หลังจากที่ เอ พศิน ออกมาเปิดใจว่าได้หย่าร้างกับ แตงกวา จิราพร อดีตภรรยาที่มีอายุห่างกัน 22 ปี จนทำให้หลายคนโยงไปถึงสาเหตุที่ทำให้ทั้งคู่เลิกรากันอาจจะเกี่ยวข้องกับมือที่สาม เพราะก่อนหน้านี้มีภาพความใกล้ชิดของ เอ และสาวคนหนึ่งออกมา

ล่าสุด เอ พศิน ได้โฟนอินผ่านทางรายการคุยแซ่บ Show ทางช่องONE 31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์ และชมพู่ ก่อนบ่าย เป็นพิธีกร พร้อมทั้งแตงกวา จิราพร ก็มาเปิดใจถึงสาเหตุของการเลิกกันในครั้งนี้

สาเหตุหลักของการเลิกกัน
เอ : เป็นเรื่องของทัศนคติ น้องเขามีความสามารถนะ มีโอกาสที่ได้ทำงานอะไรมากมาย ถ้าเป็นแม่อย่างเดียวทำไม่ได้ แต่ก็มีการพูดคุยกันว่าถ้าเกิดต้องเดินทาง ต้องใช้เวลาเยอะขนาดนี้ จะดูแลลูกยากนะ ช่วงแรกก็ให้แม่ยายมาดูก่อน แต่ก็ไม่เท่ากับเขาดูเอง เขาเป็นแม่ที่ดี ดีมากด้วย เวลาเขามีทางเลือกที่มันจะเกิดความเจริญก้าวหน้า เขาดูจะก้าวหน้ามากกว่าผมด้วยซ้ำ เราก็เลยตกลงกันว่าถ้าอย่างนั้นเราก็ควรมีอิสระนะที่แบบเราจะเดินทางไปไหน หรือแบบว่าถ้าจะอยู่ในสถานะที่เป็นครอบครัวบางอย่างมันทำยาก
เอกับแตงกวาได้มีโอกาสลองปรับ ลองจูนกันบ้างหรือเปล่า?
เอ : ตลอดเวลาครับ คือเราไม่เคยทะเลาะกัน ผมยืนยันว่าผมเป็นคนใจเย็นมาก ทุกอย่างมีการพูดคุย มีการตกตระกอนกันด้วยสติปัญญา ก็การหย่าเป็นข้อสรุปร่วมกัน เรื่องหย่าแก้เคล็ดเป็นความคิดของผมเองที่เกิดขึ้นในช่วงที่ไปออกรายการโหนกระแส เพราะว่าใจเราอยากจะแข็งแรง เพื่อที่จะดูแลทุกคนโดยที่เขาไม่ต้องทำงาน ความเป็นพ่อถ้าเราจะเกร็งไม่พอ มั่นคงไม่พอในเรื่องของฐานะ เราก็ต้องปล่อยให้เขาแสดงความสามารถ เขาทำได้ดีกว่าเราก็ได้ อันนี้เป็นเรื่องของความก้าวหน้าล้วนๆ ก็เลยสื่อสารแบบนั้นออกไป เราก็อยากให้ทุกอย่างอยู่กับลูก ซึ่งเราก็เข้าใจพร้อมๆ กัน

ดูเหมือนเรื่องจะเงียบ แต่ดันมีกระแสเพราะมีรูปกับสาวปรศนาเข้ามา ซึ่งชาวเน็ตเม้าท์ว่าเป็นสาวคนใหม่ของเรา เป็นมือที่สามจริงหรือเปล่า?
เอ : ผมอยากจัดแถลงข่าวโดยการนัดชาวเน็ตทุกคนที่พิมพ์ข้อความด้วยความไม่เข้าใจ แล้วเข้าใจผิดบ้างอะไรบ้าง มันเกิดจากการประประต่อเรื่องราว ซึ่งผมว่ามันไม่แฟร์ต่อคนที่เขาไม่ผิด เพราะว่าในไทม์ไลน์ เราแยกทางกันแล้วด้วยดี ต่างคนก็ต่างมีโอกาสที่เราเปิดให้เรามีอิสระในการคบหาแล้วก็เรียนรู้ใครก็ตามที่เข้ามาในชีวิต เราก็มีการปรึกษากันตลอดว่าอย่างนั้นดีไหม อย่างนี้โอเคไหม คือเราคุยกันแบบนี้เลย เราถือว่าเราเป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นครอบครัวของลูก ซึ่งทางผมมีปัญหาตรงที่คนที่เขาเข้ามาในไทม์ไลน์ที่มันไม่น่ามีปัญหาเพราะเราหย่ากันไปนานแล้วก็กลายเป็นถูกกระทบด้วยการตัดสินด้วยการมีภาพของโซเชียลมันไม่ยุติธรรมต่อครอบครัวเขา ทุกคนมีพ่อมีแม่ เพราะฉะนั้นผมต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการออกมาพิมพ์อะไรบางอย่าง อาจจะยาวนิดนึง บางคนก็ด่าว่าผมร่ายยาว สุดท้ายมึงก็เลว แต่ผมก็จำเป็นที่ต้องสื่อสารออกมาด้วยตัวผมเอง ทุกวันนี้ผมยังยืนยันนะว่าผมไม่เคยนอกใจภรรยาตลอดการคบหากัน และผมก็ยึดมั่นในความดีที่ผมทำมาตลอด แต่ถ้าใครจะตัดสินผมด้วยการเรียบเรียงเรื่องราวภาพในโซเชียลเนี่ย อันนี้เราก็ห้ามเขาไม่ได้
ผู้หญิงที่โดนพูดถึงคนนี้เป็นมือที่สามทำให้เรามีปัญหากันหรือเปล่า?
แตงกวา : ไม่เกี่ยวกับเขาเลย เพราะเราเลิกกันแล้ว แล้วพี่เอก็มีสิทธิ์ มันก็เรื่องของเขาแล้ว



อย่างนี้พวกค่าเลี้ยงดูใครเป็นคนออก?
แตงกวา : ก็ช่วยๆ กัน
มีอะไรอยากจะบอกแตงกวาไหม?
เอ : ก็ยังมีความห่วงใยอยู่เสมอ เพราะว่าเราเคยเป็นครอบครัว แล้วทุกวันนี้เราก็เป็นพ่อ เป็นให้กับเขา ก็ทำยังไงก็ได้ให้ลูกโอเคที่สุด เราก็เข้าใจกันมาตลอด ปัญหาก็เกิดจากคนที่ไม่รู้จักเรา ถามว่ายังรักอยู่ไหม คือความรักไม่เคยเปลี่ยน แต่สถานะทางพฤตินัย นิตินัยมันเปลี่ยนไปได้อยู่แล้ว ตอนนี้เรายังเป็นกัณยานิมิต เรายังทำบุญร่วมกัน เรายังมีภารกิจร่วมกันที่จะช่วยวัดที่ไฟไหม้
คุณแตงกวาอยากบอกอะไรกับพี่เอไหม?
แตงกวา : ก็ยังรักและเป็นห่วงเหมือนเดิมเพราะว่าป๊าคือคนในครอบครัว มีอะไรก็ปรึกษาได้ตลอด
ในมุมมองของแตงกวาสาเหตุหลักๆ ที่ต้องเลิกกันเพราะอะไร?
แตงกวา : ก็อย่างที่พี่เอบอกทัศนะคติ แล้วก็หลายๆ อย่าง ด้วยอายุหนูยังน้อย การศึกษาใจกันมันใช้เวลาสั้นเกินไป เพราะว่าตอนคบกันไม่ถึงปี ถ้านับเรื่องศึกษาใจก็ตั้งแต่ท้องเลยดีกว่า เรื่องความคิดไม่ตรงกันก็เป็นเรื่องการมองอนาคตข้างหน้ามากกว่าทั้งครอบครัวเลย อย่างของพี่เอจะมีความสามารถเรื่องการแสดง ส่วนของหนูก็มองอนาคตว่า ถ้านอกเหนือจากการแสดงเราก็มองไกลเลย หนูว่าหนูไปทางธุรกิจมากกว่า แต่มันก็ไม่เกี่ยวเลย แต่หลักๆ ก็คือเราศึกษาใจกันน้อยไป
เราออกไปทำงานด้วยมันเป็นส่วนหนึ่งของการเลิกไหม?
แตงกวา : ก็เป็นส่วนหนึ่ง เพราะว่าหนูใช้เวลากับงานมาก เขาเรียกว่าเราอยู่ด้วยกันจนกลายเป็นเพื่อนแล้วหน้าที่ภรรยาหนูก็ทำน้อยลง เพราะว่ามันเหนื่อยจากการทำงาน แต่เราก็อยู่กันแบบไม่เคยทะเลาะกันเลย แต่รู้ว่าความรักมันจางลง เพราะว่าเรามีเรื่องที่ต้องคิดเยอะกว่านั้น เรื่องงาน เรื่องเงินมายุ่งด้วย
เรื่องบนเตียงเกี่ยวด้วยไหม?
แตงกวา : ไม่เกี่ยวค่ะ ที่บอกว่าทำหน้าที่ภรรยาน้อยลงก็หมายถึงการดูแล การเอาใจใส่ ส่วนมากหนูจะอยู่กับลูก กับการทำงานหนูมากกว่า
ถ้าในฐานะคุณพ่อ คุณสามี ขออนุญาตวันนี้สวีตกัน ช่วงหลังๆ เราไม่อนุญาตจริงไหม?
แตงกวา : ก็มีบ้างค่ะ ก็ไม่รู้ว่าเกี่ยวหรือเปล่า หนูขอข้าม
