“กิก ดนัย” เคลียร์สาเหตุผันตัวเป็นนักแสดงอิสระ
migrator
13 มกราคม 2564

กลายเป็นว่าที่คุณพ่อลูกอ่อนอีกคนแล้ว สำหรับนักแสดงหนุ่มกิก ดนัย ที่ตอนนี้ภรรยาคนสวย แนน แพรววนิด กำลังตั้งท้องลูกคนแรก ซึ่งงานนี้ว่าที่คุณพ่อเห่อลูกเอามากๆ ถึงขั้นซื้อของเตรียมทุกอย่างเอาไว้ตั้งแต่ลูกอยู่ในท้อง
ล่าสุด กิก ดนัย ควงภรรยา แนน แพรววนิด มาเปิดใจถึงประเด็นต่างๆ ผ่านทางรายการ คุยแซ่บ show ทางช่อง one31 ที่มีธัญญ่า ธัญญาเรศ และชมพู่ ก่อนบ่าย เป็นพิธีกร

ตอนนี้ 7 เดือนแล้ว ผู้ชายหรือผู้หญิง?
แนน : ผู้ชายค่ะ คลอดประมาณเดือนธันวาคม
เห็นว่าเตรียมความพร้อม เตรียมชื่อละ?
กิก : ใช่ครับ คือกำหนดคลอดกลางเดือนธันวาคม อยู่ในช่วง 9-22 ให้เราเลือกวัน เราก็แอบหวังไว้ว่าอยากได้วันที่ 9 เดือน 12 เพราะว่ามันตรงกับวันแต่งของผมเมื่อปีที่แล้ว
ในใจลึกๆ ตั้งชื่อว่า เก้า ธันวา ก็คืออยากได้วันที่ 9 เดือนธันวาเลย?
กิก : ใช่ครับ
แล้วถ้ามันไม่ได้วันนั้นละ แล้วชื่อจะเปลี่ยนไหม?
กิก : ไม่เป็นไรครับ ถามว่าจะเปลี่ยนชื่อไหม ก็ไม่อยากเปลี่ยน เพราะจริงๆ แล้วอยากได้ ก.เพราะครอบครัวผม คุณพ่อแล้วน้องชาย ก.หมดเลย


แล้วเส้นทางความรักเจอกันได้ยังไง?
กิก : จริงๆ เขาเป็นรุ่นน้องที่ เอแบค เจอกันครั้งแรกเราเดินสวนกัน แต่ตอนนั้นเรามีแฟนกันแล้วทั้งคู่ เดินสวนกันเราก็แอบเหล่ จนมาวันหนึ่งเหมือนจังหวะพอดี ต่างคนต่างไม่มีแฟนก็ได้คุยกัน ตอนนี้ก็ 12 ปีแล้ว
ตอนนั้นถ้าคุณคบใครไม่เกิน 3 ปี?
กิก : ครับที่ผ่านๆ มา ผมก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่มีไลฟ์สไตล์เยอะ เป็นนักฟุตบอล แล้วเป็นคนที่มีแต่เพื่อนผู้ชายเยอะ เรียนชายล้วนมา แล้วต้องมาอยู่ในชมรมฟุตบอลไปไหนก็ผู้ชาย แล้วเป็นคนติดเพื่อน เวลาที่เราคบใครก็ไม่ค่อยรอดเท่าไหร่ เพราะเราติดเพื่อน คนนี้เป็นของแปลกสำหรับเรา คือผมตั้งแต่คบผู้หญิงมา ผู้หญิงยอมหมดเลย แต่คนนี้เป็นคนเดียวเลยที่ไม่ยอมสักเรื่อง
แนน : ไม่ยอมในที่นี่คือเวลาเขาทำอะไรผิด เราจะแข็งกับเขาเลย ไม่ใช่แบบ โอเค ขอโทษ หายกัน


ณ ตอนนี้ถึงเวลาจะโบยบินหรือยัง?
กิก : คือจริงๆ ไม่ได้คำว่าโบยบิน เพราะว่าเราก็ปรึกษาพี่ปิ่นตลอด เพราะจุดที่เราตัดสินใจคือจุดที่เราแต่งงาน เราก็ปรึกษาว่าหลังจากนี้เราจะทำงานยังไงดีก็จะปรึกษาพี่ปิ่น เพราะว่าตอนนี้ผมทำงานอยู่สองอย่าง หนึ่งคืองานในวงการบันเทิง แล้วก็งานธุรกิจส่วนตัว ซึ่งแต่ก่อนที่ผ่านมา เราตัวคนเดียว อาจจะไม่ได้โฟกัสอะไรมากมาย มีโอกาสเล่นละครก็เล่น ถ้าไม่มีโอกาสเราก็ทำงานธุรกิจไปแต่ ณ ตอนนี้เรามีเขา แล้วกำลังมีลูกเรา ก็อยากโฟกัสอนาคตเราให้ชัดเจนมากขึ้น เราเลยเลือกที่จะวิ่งเข้าหาโอกาส ก่อนหน้านี้ถ้าพูดตรงๆ คือเรานอนรอโอกาส พอเราโตขึ้นเราก็เลือกที่จะรับงานหลากหลายมากขึ้น
