เส้นทางชีวิตจากสลัม สู่ดาว กว่าจะมาเป็น เอแคลร์ จือปาก ไม่ใช่เรื่องง่าย
ปลา อีจัน บันเทิง
14 มิถุนายน 2564

อีกหนึ่งบิวตี้บล็อกเกอร์ชื่อดัง ที่เวลานี้ไม่มีใคร ไม่รู้จักเธอ สำหรับ เอแคลร์ จือปาก หรือ ชาติศักดิ์ มหาทา ถือเป็นอีกหนึ่งบิวตี้บล็อกเกอร์รุ่นบุกเบิกของวงการยูทูบไทยเลยก็ว่าได้ ด้วยคาแรคเตอร์ และการครีเอทผลงานที่โดดเด่นและแตกต่าง จนทำให้เธอนั้นโด่งดังมีชื่อเสียงในวงกว้างจนถึงทุกวันนี้ ในนาม เอแคลร์ จือปาก
แต่ใครจะไปรู้ว่ากว่าที่เธอนั้นจะมาอยู่ตรงจุดนี้ได้ เธอเองก็ต้องผ่านมรสุมชีวิตที่แสนหนักหน่วง เรียกได้ว่าเป็นหนังชีวิต กันเลยทีเดียว



โดย เอแคลร์ ได้เล่าถึงเรื่องราวที่แสนทรมานในวัยเด็ก และจุดเริ่มต้นกว่าจะมาเป็น เอแคลร์ จือปาก ให้ทีมข่าวอีจันบันเทิงได้ฟังว่า
“ ชีวิตในวัยเด็กตอนนั้นมีความสุขมากมีครอบครัวที่แสนอบอุ่นคอยดูแลซึ่งกันและกันโดยมีคุณพ่อเป็นเสาหลักของที่บ้าน ซึ่งตอนนั้นคุณพ่อของ เอแคลร์ ทำงานเป็น ชิปปิ้ง ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย ต้องบอกเลยว่ายุคนั้นบ้านไหนที่มีใครทำงานชิปปิ้งบ้านนั้นจะมีเงินมาก เพราะเขามีระบบหมุนเวียนเงินได้ดี ซึ่งบ้านของ เอแคลร์ เองก็เป็นหนึ่งในนั้น ต้องบอกเลยว่าชีวิตในวัยเด็กตอนที่มีพ่อ เป็นอะไรที่ดีมากอยากได้อะไรก็ได้ ชีวิตมีความสุข
แต่ชีวิตจริงก็ยิ่งกว่าละครเมื่อวันหนึ่งที่บ้านของ เอแคลร์ ต้องเสียเสาหลักในครอบครัว อย่างคุณพ่อไปแบบไม่มีวันหวนคืน ทุกอย่างมันเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือคุณแม่จากที่ไม่เคยทำงานก็ต้องไปสมัครงานเป็นพนักงานโรงงานใกล้บ้าน ซึ่งตอนนั้นแม่มีลูกสามคนแล้วลูกทั้งสามคนก็เรียนพร้อมกันทั้งหมดแน่นอนว่าที่บ้านไม่มีเงินพออยู่แล้วเลยต้องไปกู้หนี้นอกระบบมาหมุนเวียนใช้เป็นรายวันภาพจำตอนเด็กของ เอแคลร์ ตอนนั้นก็คือเห็นแม่เป็นหนี้ทุกวันยืมบ้านนั้นคืนบ้านนี้ทำแบบนี้ตลอดทุกวันตอนที่ไม่มีพ่ออยู่ จนกลายเป็นหนี้ก้อนโตแบบมหาศาล

อีกทั้งยังมีเรื่องให้ช้ำใจหนักเมื่อบ้านที่ เอแคลร์ ต้องใช้เป็นที่พักอาศัยอยู่นั้น เกิดไฟไหม้ทั้งหลัง ลุกลามไปทั่วพื้นที่ระแวกนั้นไม่จนไม่เหลืออะไร ในวันที่เราไม่มีเงินติดตัวกันซักบาทแถมยังเป็นหนี้ก้อนโตก็ต้องยอมกู้หนี้เพิ่มเพื่อที่จะนำมาสร้างบ้าน และตอนนั้ขอแค่มีที่ซุกหัวนอนแค่นั้นพอ ถือเป็นช่วงชีวิตที่ทรหดมากในตอนนั้น

จำได้เลยว่าตอนเข้ามหาวิทยาลัยที่บ้านเอาบัตรสินเชื่อทั้งหมดที่มีมารูดเพื่อที่จะให้ เอแคลร์ ได้เรียนบวกกับเงินที่ เอแคลร์ ตั้งใจทำงานเก็บไว้เพื่อเป็นเงินแรกเข้า ตอนนั้นที่บ้านก็ไม่ได้มีเงินมากมาย ซึ่งก็เตรียมไปพอดีกับค่าสมัครแรกเข้า แต่สุดท้ายกลับไม่ได้มีแค่นั้น เมื่อทางมหาวิทยาลัยให้จ่ายเงินเพิ่มค่าเรียนภาษาที่สามอีกประมาณ 4 พันกว่าบาท ตอนนั้น เอแคลร์ และแม่เข่าแทบทรุดลงตรงนั้น เพราะไม่รู้จะหาที่ไหนมาแล้ว
หลายคนอาจตั้งคำถามว่าที่บ้านไม่มีเงินทำไมไม่เรียนที่ตัวเองไหวแต่สำหรับตัว เอแคลร์ คิดว่าการที่เราอยาก เป็นคนแบบไหนเรา ต้องเอาตัวเองไปอยู่ในสังคมแบบนั้นและมันก็เป็นเรื่องจริงสังคมที่เอแคลร์อยู่ถึงแม้จะก้าวกระโดดจากสิ่งที่ เอแคลร์มีแต่มันก็ทำให้คิดได้ว่ามันก็ไม่ได้ยากเกินกว่าที่คนคนหนึ่งเกิดมาแล้วจะสามารถไปอยู่ตรงจุดนั้นได้และนี่คือสิ่งที่เอแคลร์เลือกเรียนที่ที่สังคมก้าวกระโดดจากตัวเอแคลร์เพราะหวังว่าจะพัฒนาชีวิตให้ตัวเองดีขึ้น


หากพูดถึงจุดเริ่มต้นกว่าจะมาเป็นเอแคลร์ จือปาก ได้ ต้องบอกเลยว่าทั้งชีวิตไม่เคยขอของขวัญจากคุณแม่แม้จะเรียนดีขนาดไหนแต่พอมานั่งคิดไปคิดมาก็เลยตัดสินใจขอของขวัญชิ้นหนึ่งจากคุณแม่นั่นก็คือกล้องตอนนั้นที่บ้านก็ยังเป็นหนี้และยังไม่มีเงินมากพอที่จะสามารถซื้อกล้องเงินสดได้แม่ก็เลยไปผ่อนกล้องให้ตอนนั้นต้องใช้เอกสารเยอะมากและต้องกรอกข้อมูลแต่แม่ก็พยายามติดต่อทุกคนเพื่อขอข้อมูลที่อยู่ของโรงงานที่ตัวเองทำงาน เพื่อเป็นหลักประกันในการกู้เงินซื้อกล้อง ในตอนนั้นนั่งคิดกับแม่ว่ากล้องเพียงแค่ราคา 20,000 กว่าบาททำไมเราถึงไม่มีปัญญาซื้อเงินสดได้ และกล้องนี่แหละจะเป็นสิ่งที่สามารถทำเงินให้กับพวกเราได้ ตอนนั้นยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเอากล้องไปทำอะไรแล้วหาเงินจากกล้องโดยวิธีไหน
เข้าช่วงเทศกาลสงกรานต์ ได้ยินเสียงคนพากย์รถบัสรู้สึกว่าดูไม่เหมือนใครเลยตัดสินใจอัดคลิปแต่งหน้าโดยใช้วิธีพากย์เสียงน่าเหลือเชื่อลงคลิปคืนเดียวคนดูเป็น 1,000,000 วิวซึ่งถือเป็นเรื่องน่าตกใจมากสำหรับบิวตี้บล็อกเกอร์ในยุคนั้น และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เอแคร์ได้มีจุดยืนในสังคมและมีชื่อเสียงจนถึงทุกวันนี้

เรียกได้ว่าเป็นหนังชีวิตที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนกันมาตลอดครึ่งชีวิต และด้วยความเชื่อมั่นและตั้งใจเลยทำให้คนคนหนึ่งสามารถ พัฒนาชีวิตตัวเองและครอบครัวให้มาอยู่ในจุดที่ดีได้ขนาดนี้ ขอชื่นชมจากใจ และหวังว่าบทความนี้จะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครอีกหลายๆคนได้







