เปิดใจ โม อมีนา คดีแตงโม พร้อมโต้หิวแสง ดูแลเบิร์ด เกินหน้าที่
ปลา อีจัน บันเทิง
31 มีนาคม 2565

ยังคงเดินหน้าตามหาความจริงใน คดีการเสียชีวิตของ แตงโม นิดา สำหรับนางร้ายหน้าสวย โม อมีนา โดยเธอจะมาขอเปิดใจในรายการ คุยแซ่บโชว์ ถึงเรื่องคดีของพี่สาวอันเป็นที่รัก พร้อมเคลียร์ดราม่า คนมองว่าหิวแสง กอบโกยผลประโยชน์ และดูแล แฟนแตงโม หรือ เบิร์ด จนเกินหน้าที่

เรื่อง แตงโม ผ่านมาเดือนกว่าแล้ว ตอนนี้โอเคขึ้นหรือยัง?
โม : มันจะมีบางช่วงที่โอเค และไม่โอเค ตอนที่หนูเจอปัญหาต่างๆ ในงานของพี่ กระแสตอบรับต่างๆ มันก็ปนๆ กันไป ก็มีที่ดี และก็ไม่ดี ความเศร้ามันเบาลงเพราะเราให้กำลังใจกัน อย่างในกลุ่มบ้านพี่โม แอนนา ฮิปโป พุดเดิ้ล ทุกคนพยายามให้กำลังใจกัน ว่างก็ไปหาที่บ้าน พี่ เบิร์ด ก็สนับสนุนกัน มันเลยทำให้เรามีกำลังใจมากขึ้น
คิดว่าเรื่องคดีจะนานขนาดนี้ไหม?
โม : คิดไว้แล้วค่ะว่านาน วันที่พบพี่พวกหนูได้ไปคุยกับเจ้าหน้าที่ว่า หนูให้ปากคำได้นะคะให้ข้อมูลได้นะ จากที่เรียกไปซ้ำ 2-3 รอบ เราก็พอรู้ในรูปต่างๆ ว่านานแหละ โมอยากให้ทุกคนมองในเรื่องของความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า ไม่อยากให้มอง และจินตนาการว่าจะต้องเป็นแบบนั้นหรือแบบนี้ โมเป็นกลางนะ โมรู้สึกว่าทุกอย่างที่โมพยายามสู้มาทั้งต่อหน้า และลับหลังโมสู้หมด ใครให้เราทำอะไรเราทำหมด ใครให้เราช่วยเหลืออะไรเราช่วยหมด หนูมองว่าอย่างไรก็นาน เพราะสุดท้ายแล้วทางเจ้าหน้าที่ต้องสรุปสำนวนคดีมาก่อน สรุปสำนวนแต่มันก็ยังไม่สามารถปิดคดีได้
คุณแม่ท่านเปลี่ยนอารมณ์ทุกวัน หลักท่านไม่ค่อยแข็งแรงไหม?
โม : โมแจ้งก่อนว่าคุณแม่มีความเชื่อมั่นในเจ้าหน้าที่ตำรวจค่อนข้างสูง เมื่อคุณแม่ตัดสินใจแบบนั้นแล้วพวกหนูไปขัดแย้งอะไรไม่ได้ เพราะคุณแม่เป็นคุณแม่พี่โมอยู่ อำนาจการตัดสินใจทั้งหมดต้องยกให้คุณแม่ คุณแม่จะถอดใครเปลี่ยนใคร พวกหนูจะไม่เข้าไปยุ่งค่ะ

ถอดถอนคุณหญิงหมอ คิดว่าอย่างไร?
โม : อันนี้มันเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่หลายๆ ฝ่าย เขามีการประชุมกันมาแล้วว่าจะต้องเป็นลำดับขั้นแบบนี้ๆ ที่คุณแม่ยื่นเรื่องต่างๆ โมว่าคุณแม่จะต้องคุย ปรึกษากับทางทนายมาแล้วค่อนข้างดีถึงออกมาทำ
รู้มาล่าสุด 3 คนบนเรือไปให้ปากคำเพิ่ม คิดว่ารูปคดีเปลี่ยนไหม?
โม : อันนี้ไม่ทราบค่ะ หนูบอกตรงๆ ว่าพวกหนูมองในเรื่องของข้อเท็จจริง หลักฐานความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า คนนั้นคนนี้บอกว่าพี่โมเป็นแบบนี้ พวกหนูไม่ฟังกันเลย ไม่ใช่ว่าไม่เชื่อ แต่เรามองในเรื่องหลักฐานที่มันพิสูจน์เป็นไปได้มากกว่า
2 คนที่เพิ่งสึก เขาสัญญากับแม่ไว้ว่าสึกแล้วจะสารภาพ?
โม : ก็ขอให้เขาทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับคุณแม่ก็แล้วกันเท่านั้นเอง ขอให้เป็นความจริง ทุกคนแค่อยากรู้ความจริง ทุกคนไม่ได้อยากยุ่งเกี่ยวกับคดี หรือทะเลาะกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือแม้กระทั่งคุณแม่ก็ดี เราขอแค่ความจริงเอง อยากรู้ความจริงที่เกิดกับพี่เราเท่านั้นเอง
รอความจริงมาตลอด ผ่านมาเดือนกว่าแล้ว เหนื่อยขนาดไหน?
โม : ทุกวันนี้หนูก็ยังนอนน้อยกันเหมือนเดิม หนูพยายามเท่าที่สามารถหนูจะทำได้ บางคนเป็นห่วงเราว่าเราจะต้องแลกกับอะไร หนูมีสติพอที่จะเลือกได้ว่าเรามีขอบเขตแค่นี้เราได้เท่านี้ เราอยู่ได้แค่นี้ โดยที่เราจะไม่ได้รับอันตรายหรืออะไรใดๆ หนูไม่ได้คิดถึงขั้นว่าใครจะมาทำร้ายใครจะมาขู่หรืออะไร เพราะหนูถือว่าแค่อยากหาความจริงให้พี่เท่านั้นเอง
มีคนเตือนไหม?
โม : เยอะมากค่ะ มีบ้างแต่โมไม่เรียกว่าการขู่คือการเตือน เพราะหนูรู้สึกว่าเราไม่ได้ทำอะไรผิด เจตนาของเขาหนูไม่ทราบ ถ้าหวังดีก็ขอบคุณค่ะ ถ้าหวังอย่างอื่นหนูไม่ได้มองว่าหนูทำอะไรผิดแล้วหนูไม่ได้ทำเกินหน้าที่ขอบเขตของตัวเอง
กลัวไหม?
โม : ไม่กลัวค่ะ
ทนายเดชาบอกจะปดคดี 24 เมษาคิดว่าปิดได้ไหม?
โม : ถ้าปิดได้ก็ขอบคุณทนายเดชามากค่ะ ก็อยากปิดให้ได้พวกหนูก็รอดูอยู่เพราะไม่ได้อำนาจเข้าไปยุ่งในเรื่องของทนาย

ปิดคดีแล้วออกมาเป็นอุบัติเหตุ เราใช้ชีวิตไปต่อได้ไหม?
โม : ได้ค่ะ ทุกวันนี้หนูก็ไม่ถึงกับใช้ชีวิตไม่ได้ก็ใช้ได้ แต่หนูแค่อยากฟังอะไรที่มันคือความจริง ต่อให้มันเป็นอุบัติเหตุแต่เป็นความจริงก็จบ
ในกลุ่มเพื่อนๆ มีใครได้คุยกับ กระติก บ้างหรือยัง?
โม : รู้สึกว่าเขาจะตีตัวออกห่างออกไปเลยค่ะ กลุ่มนี้เขาไม่ได้อยู่ตั้งแต่แรก กลุ่มไลน์นี้ตั้งขึ้นหลังจากที่พี่หายไป โมว่าพี่เขาก็ทำตัวชัดเจนกับพวกหนูดีนะ พวกหนูไม่ได้โกรธไม่ได้เกลียดพี่ติก พวกหนูไม่มีเจตนาแบบนั้น พวกหนูแค่อยากรู้ความจริงจากใจของเขาจริงๆ
อยากให้เขาออกมาพูด?
โม : เขาจะไปพูดตอนไหนก็ได้ จะไปพูดในชั้นศาลก็ได้ พูดต่อหน้าตำรวจก็ได้ ไม่ต้องพูดกับพวกหนูก็ได้แต่ขอให้เป็นความจริงจากใจเขาจริงๆ หนูอยากบอกว่าพี่โมรักพี่ติกมากรักมากจนแบบหนูเองก็ไม่แตะเลย ไม่กล้าแตะไม่กล้ามีเรื่องกับพี่ติก รักมากจริงๆ พี่ติกคือ 1 ในครอบครัวของพี่โมอ่ะ
พูดว่า พี่ติกทำตัวชัดเจนกับพวกหนูดี คืออย่างไร?
โม : ก็คือไม่ยุ่ง ตีตัวออกห่างออกเลย หนูว่าหนูก็สนิทกับพี่ติกประมาณหนึ่งนะ ก็รู้จักกันมานานนะ ไม่ใช่ว่าหนูไม่รักพี่เขานะ แต่หนูอยากจะบอกพี่เขาว่าเขาคือคนในครอบครัวของพี่โม แล้วทุกคนก็รักหลานเหมือนที่พี่รักลูก
น้องอีสเตอร์ เป็นอย่างไรบ้างทราบไหม?
โม : ไม่ทราบเลยค่ะ เรารู้แหละว่าหลานอยู่กับแม่ ก็อดไม่ได้ที่จะเป็นห่วง
หน้าที่หลักในงานของ แตงโม คืออะไร?
โม : โมจะมีทีมกล้องวีดีโอภาพนิ่ง อยู่เลย 3 ชั้น เก็บภาพบรรยากาศทั้งหมด ทีมสตาฟใช้คนในกลุ่มทั้งหมด 15 คน ทั้งหมดเกือบ 20 คน อันนี้เป็นหน้าที่ของโม

งานใหญ่มากๆ ทำไมถึงไม่จ้างคนให้รันงาน?
โม : งานพี่อะเนอะหนูอยากทำเอง หนูเป็นคนวิ่งเอง เวลา ดารา ใครมาหนูวิ่งลงไปให้เพราะหนูห่วงแต่ละคน มันเป็นไว้อาลัยไม่ใช่งานอีเวนท์ เพราะฉนั้นหนูจะถามทุกคนคำนี้ทุกคนจะได้ยินจากหนู “พี่ค่ะ พี่สะดวกให้สัมภาษณ์ไหม ถ้าพี่ไม่สะดวกให้สัมภาษณ์บอกนะคะ เดี๋ยวให้ทีมพาขึ้นไปหรือโมพาขึ้นไปเองก็ได้” หรือถ้ามาพร้อมกันจะมีทีมการ์ดของพี่เอส กันตพงศ์ส่งมาให้ เราจะบอกเขาไปรอคนนี้พาเขาขึ้นไป หนูก็ต้องขอโทษพี่ๆ นักข่าวด้วยบางคนเขาไม่สะดวกให้สัมภาษณ์จริงๆ เขามาไว้อาลัย
กระแสดีก็มี ดราม่า ก็เยอะ โดนว่า หิวแสง รู้สึกอย่างไรคำนี้?
โม : ใครที่เป็นเพื่อนโม โมดูแลแบบนี้ทุกคน พี่เขาเป็นหนึ่งในคนแรกในชีวิตหนูที่หนูรักมากที่เขาจากไปเท่านั้นเอง เชื่อว่าหลายๆ คนยังไม่เห็นโมเมนต์ของเราที่เราแสดงออกับเพื่อนเราเป็นแบบนี้จริงๆ เราเป็นแบบนี้อยู่แล้ว
เจอคอมเมนต์ลบท้อไหม?
โม : ท้อมากค่ะ แต่เพื่อพี่คำเดียว
ได้ยินใครพูดอะไรมาถึงเจ็บขนาดนั้น?
โม : วันนั้นไม่รู้มาก่อนเลยว่าพี่เอจะเรียกไปทานข้าว เพราะหนูเป็นคนที่ต้องมางานก่อนเพื่อน งานเลิกก็รอเคลียร์งาน วันนั้นดึกมากเพราะเป็นวันสุดท้ายหนูต้องคอยเคลียร์ ขอบคุณทุกคน หนูก็ตามไปที่บ้านพี่เอก็ไปกินข้าว หนูสาบานเลยหนูไม่รู้ว่าเขาถ่ายวีดีโอ เรารู้สึกว่ามันเป็นวันนั้นเดียวที่เราพูดได้ เพราะวันอื่นเราไม่มีเวลาแม้แต่ดูทีวีต้องไปงานพี่ หนูหมายถึงว่าถ้ามันแลกกันได้เอาพี่หนูคืนแล้วเอาชื่อเสียงหนูไปไม่เป็นไร เพราะว่าเวลาที่มีคนติดต่องานหนูมาหนูพูดเลยว่าพี่พอก่อนเนอะ หนูลงให้ได้ หนูก็ไม่ได้อยากให้ลูกค้าด่าเราเรื่องงาน แต่ไม่ได้อยากให้คนอื่นมองว่าโกย หนูไม่ได้จะทำแบบนั้นเลย
ความน่ารักของอมีนาคนกดไลค์เยอะมาก ยอดติดตามเท่าไรแล้ว?
โม : ล้านเจ็ดค่ะ

ในงานดูแลทุกอย่าง ดูแลแขกด้วย และดูแลคุณ เบิร์ด ด้วย?
โม : กับพี่ เบิร์ด ก็มี ดราม่า อันนี้หนูก็เสียใจว่าคิดได้อย่างไรแต่ละคน หนูคอยดูแลพี่ เบิร์ด เพราะหนูรู้พี่ เบิร์ด ไม่ไหว พี่ เบิร์ด เขากินข้าวได้หนูก็เป็นคนประคอง กระแส ดราม่า หนูถึงเนื้อถึงตัวพี่ เบิร์ด มากไป เราดูแลเกินหน้าที่น้อง คิดได้อย่างไรว่าเราจะอะไรกับแฟนพี่ ปัญญาอ่อนอ่ะพี่ แต่หนูก็ไม่ใส่ใจเพราะหนูรู้หนูทำอะไรอยู่ แต่ก็ไม่ควรคิดอ่ะ พี่ เบิร์ด ก็เหมือนพี่ชายหนู ก็คนที่พี่เรารักอะเนาะ
เบิร์ด ดีขึ้นขนาดไหนแล้ว?
โม : เขายังคงไม่เลิกคิดถึงหรอกค่ะ โมว่าคนหลายๆคนก็ออกมาไม่ได้ อย่างหนูเหมือนจะได้ แต่พอถึงเวลาจริงๆ ไม่ได้อีกแล้วเขาก็พยายามหาไรทำ เป็นเหมือนกิจกรรมที่ทำให้ตัวเองไม่เครียดแค่นั้นเอง มันเป็นอาชีพของพี่เขาอยู่แล้วด้วย
ทำเสื้อมาขาย 1,000 ตัว คนบอกว่าให้ทำมาอีกเยอะๆช่วงกอบโกย เบิร์ด ตอบว่าอย่างไร?
โม : ตอบว่าทำแต่พอเพียงก่อน เพราะเขาเป็นคนทำเองผลิตเอง สกรีนเอง คุยกับลูกค้าเอง ตอบแชทเอง เขามองว่าเขาทำเองทั้งหมดดีกว่าไปจ้างมันเปลืองเงิน เขาเป็นมัธยัด
ตอนที่ แตงโม คบกับ เบิร์ด ใหม่ๆ พามารู้จัก เขาแนะนำว่าอย่างไร?
โม : เขาแนะนำว่าฉันจะพาตาหนวดมาให้รู้จักนะ เราก็บอกมาสักทีเถอะ เพราะพี่เขาคบกันได้แค่ 2 ปีเอง ถ้าพี่โมเขาไม่ได้อะไรกับใครจริงๆหนูจะไม่รู้จัก ทริปที่อยู่ด้วยกันยาวๆ เลยคือเชียงใหม่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ไปเที่ยวก็อยู่ด้วยกันก็ได้รู้จักพี่ เบิร์ด เยอะเลยค่ะ

เขาเหมือนนิ่งๆเงียบๆ?
โม : เขาเหมือนเป็นผู้ชายสายดาร์กนะ แต่จริงๆเขาเป็นผู้ชายหวานมากดูอบอุ่น เขาดูแลพี่เราไม่ว่าพี่เราจะแว้ดๆ เขาจะหันไปยิ้ม ดูเป็นเรื่องน่าเอ็นดูไปเลยในสายตาเขาเราแอบมองบ่อย เวลาเขาจะมีโมเมนต์ไรกันหนูจะเป็นคนแอบมองน่ารักดี
ดู แตงโม มีความสุขไหม?
โม : มีความสุข ดีขึ้นเยอะมาก เพราะก่อนหน้านี้พี่เราไม่กล้าออกจากบ้าน ไม่กล้าไปเจอใคร ไม่กล้าแม้กระทั่งรับงาน เพราะว่าตัวเองไม่สวย บวกกับการที่เขาเป็นโรคซึมเศร้า แต่หนูนับถือใจพี่ เบิร์ด เลยนะ เพราะว่าพี่ เบิร์ด อ่ะทำให้พี่โมหายดี หายแบบพาไปอยู่กับธรรมชาติ พาไปขายของ มีกิจกรรมต่างๆ ให้พี่เรารู้สึกว่าเขาไม่ป่วย โมไม่เคยเห็นอย่างหนึ่ง ไม่เคยเห็นว่าจะมีใครทำกับข้าวให้พี่ทาน มีพี่ เบิร์ด นี่แหละ
