เปิดใจ แอมป์ พีรวัศ กับเส้นทางใน วงการบันเทิง และ ความรัก
ปลา อีจัน บันเทิง
31 มกราคม 2565

เปิดใจ พระเอก หนุ่มสุดฮอตจากละครเย็น แอมป์ พีรวัศ ผ่านทางรายการ คุยแซ่บโชว์ หลังโดนมองว่าเป็น พระเอกตกอับ พร้อมเคลียร์ปม ดราม่า ในอดีต ที่ตกเป็นจำเลยสังคม ถูกยกเลิกงาน ขาดรายได้หลักสิบล้าน แถมเคยโดนดาราชายแย่งแฟน จนทำให้เลิกเจ้าชู้

ปีที่แล้วไปขับรถส่งอาหาร?
แอมป์ : ใช่ครับ ช่วงนั้นโควิดมันรุนแรงมาก ทุกอย่างสะดุดหมด ธุรกิจมันปิดตัวลงเยอะพอสมควร ซึ่งตัวผมเองยังมีรายจ่ายที่ต้องจ่ายทุกเดือน แต่รายได้เราไม่มี เราก็เลยคิดว่าเราไปขับอันนี้ เพราะผมมีใบขับขี่สาธารณะของจักรยานยนต์ และอันนี้เป็นคนขับแท็กซี่ ผมทำไว้ตอนปี 2553
ทำไมถึงจริงจังขนาดนี้?
แอมป์ : โลกนี้ไม่มีอะไรจีรัง ยั่งยืน ทุกอาชีพไม่มีอะไรแน่นอน ทุกอย่างมีขึ้นมีลง สิ่งที่ผมคิดในวันนั้นคือ ถ้าวันหนึ่งเราไม่ได้เป็น ดารา นักแสดง หรือมีข่าวอะไรที่มันรุนแรงมากๆ จนทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่มีเงิน ผมก็คิดว่าเราทำอะไรดี ผมก็คิดว่า เราขับแท็กซี่ก็ได้นิ เพราะผมพูดภาษาอังกฤษได้ ผมขับรถเก่ง หรือเป็นวินมอเตอร์ไซค์ก็ได้
บางคนก็มองว่าเป็นถึง พระเอกตกอับ หรือเปล่า?
แอมป์ : มีนะครับ พอเป็นข่าวก็มีคนที่ผมรักคือ พี่หนุ่มอนุวัฒน์ โทรมาเลย แอมป์มีปัญหาอะไรหรือเปล่า เดี๋ยวพี่โอนเงินให้ก่อนนะ ติดขัดอะไรหรือเปล่า ผมไม่ได้ติดขัดอะไรเลยครับ เงินเก็บก็มี แต่ผมมีรายจ่ายทุกวัน ลูก ภรรยาก็ต้องกินข้าว ต้องใช้เงิน ผมมองว่าแทนที่เราจะอยู่บ้านเฉยๆ ผมก็ใช้เวลาตี5 ถึงบ่ายโมงออกไปหาเงิน อย่างน้อย 600-1000 มีแน่นอน คือผมคิดว่าเราแค่เตรียมตัวไว้ในวันนั้น
หลายคนไม่กล้าทำตรงนี้เพราะมีความอายในใจ เราอายไหม?
แอมป์ : ผมไม่อายเลย ผมเคยขายพวงมาลัย ผมเป็นลูกพ่อค้า ที่บ้านขายสุนัข คุณพ่อสอนเรื่องอาชีพค้าขายมาตั้งแต่เด็ก ผมเป็นเด็กจตุจักร สะพานควาย ผมอยู่ในแวดวงของการค้าขายมาตลอด ผมมีเป้าหมายอย่างเดียวคือทำอย่างไรก็ได้ให้เป็นเงินต้องหาเงินให้ได้ ถ้าเรามีอวัยวะครบ 32 นะครับ ที่สำคัญใจคุณต้องสู้ครับ คุณไม่ต้องอายใคร สิ่งที่น่าอายที่สุดคือ คุณเดินไปแล้วขอยืมตังค์ อันนี้น่าอายมาก
ก่อนหน้านี้ดังมาก เล่นละครเย็นเรตติ้งสูงกว่าละครหลังข่าวอีก แต่ก็เจอสกัดดาวรุ่ง?
แอมป์ : มันเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว ในช่วงหนึ่งก็มี ดราม่า นู้นนี่นั่นกับข่าวอันนี้ กำลังจะดีแล้ว ผมคิดในใจว่าเดี๋ยวสร้างบ้านให้ป๊า มันเหมือนคนกำลังจะถูกหวย แล้วคิดว่าจะเอาเงินไปใช้อะไรดี แล้วเหมือนทุกอย่างที่วางแผนไว้พังทลายหมดเลย
เกิดอะไรขึ้น?
แอมป์ : คือคร่าวๆ ผมมีข่าวกับ นางเอก ว่าเหมือนไปเป็นแฟนน้อง ซึ่งบอกตรงนี้เลยนะครับ ผมกับน้อง เป็นพี่น้องจริงๆ ทุกวันนี้ยังมีเล่นละครด้วยกัน เดี๋ยวจะมีเรื่อง ขวางทางปืน
ตอนนั้นคนเข้าใจผิดเยอะมาก ทำให้คนมองว่าเราเป็นคนผิด คนไม่ดี แล้วเราก็มีอาการขึ้นต่อหน้าสื่อบ่อยๆ?
แอมป์ : ใช่ คืออย่างนี้ผมไม่ได้เกิดมาเป็น พระเอก ผมเกิดมาเป็นลูกพ่อค้า ผมก็ไม่ใช่พระอิฐ พระปูน แล้วเราก็ไม่มีผู้จัดการส่วนตัว ไม่มีใครคอยดูแล ไม่มีใครคอยสะกิดว่าเราจะต้องตอบแบบนี้ อยู่หน้าสื่อเราต้องพูดแบบนี้ ผมจะเป็นจังหวะวัยรุ่น วันนั้นผมก็เด็ก แล้วไม่มีคนคอยดึงว่าอย่าพูดอย่างนี้ คือเรื่องนี้น่าจะเกิดขึ้น 7-8 ปีแล้วมั้งครับ
พอสื่อมาถามเรื่องนี้ปุ๊บ ปรี๊ดเลยเหรอ?
แอมป์ : ขึ้นเลย แล้วผมเป็นคนตรงไง พูดปุ๊บ ผมตอบเลย ไม่คิด ไม่มีจังหวะ ไม่มีน้ำเสียงที่รู้สึกว่ามันอบอุ่น ละมุน มันไม่เป็นแบบนั้นเลย ผมพูดด้วยความรู้สึก ประเด็นคือในวันนั้นเราจัดการกับสื่อไม่เป็น คนเห็นเราเป็นแบบนี้ แต่พอเราพูดเป็นอีกแบบหนึ่ง เห้ย…ไม่ใช่ ต้องโกหกแน่เลย ต้องแถแน่เลย อะไรประมาณนั้น แต่ผมก็เข้าใจแล้วว่า จะผิด จะถูก มันต้องเป็นการจัดการอารมณ์
ตอนนั้นมีรุ่นพี่หรือคนที่เราสนิทด้วยมาเตือนไหม?
แอมป์ : สายแรกเลย คุณซี ศิวัฒน์ พี่ซีโทรมาบอกว่าแอมป์พอได้แล้วใจเย็นๆ อย่าคิดมาก ผมก็ขอบคุณพี่ซีมากๆ ที่วันนั้นเตือนสติ เสร็จปุ๊บก็มีผู้หญ่อีกหลายท่านโทรมาบอกว่าหยุดได้แล้ว คุณเป็นอะไร ผมก็บอกว่าไม่ได้เป็นอะไร ผมแค่อยากบอกให้คนรู้ว่าเรื่องจริงมันเป็นอย่างไร
พอจะจำได้ไหม ตอนนั้นเราพูดอะไรออกสื่อไปบ้าง?
แอมป์ : มันเยอะไปหมดเลย แบบพี่จริงๆ ผมไม่ได้ทำ จริงๆ ผมเป็นเพื่อนกับแม่น้องเขา แล้วผมถามจริงๆ พี่ถ้าพี่เป็นเพื่อนผม ผมกล้าเอาลูกพี่ไหม วันนั้นผมก็เป็นเด็ก ผมพูดแบบนี้ด้วยความที่รู้สึกว่า เห้ย…ใจทำด้วยอะไร ถ้าคนทำอย่างนี้ได้ มันไม่น่าคบแล้ว พอเรื่องราวที่มันผ่านมา มันทำให้เราโตขึ้น เราเข้าใจแล้ว จะถูกจะผิดมันไม่ต้องอะไรหรอกเพราะความรักมันเป็นเรื่องของคนสองคน แต่พอเป็นเรื่องของคนส่วนรวม แล้วเราเอาอารมณ์ไปใส่อีก กลายเป็นระเบิดระเบ่อ สนุกสนาน
ตอนนั้นมีผลกระทบเรื่องงานไหม?
แอมป์ : มีครับ ก็งานอย่างโชว์ตัว งานที่วางไว้ จองไว้ก็โดนแคนเซิล งานพรีเซ็นเตอร์ก็มีเยอะมากๆ
ราวๆ 50 ล้าน?
แอมป์ : อันนี้ดุไป
40 ล้าน?
แอมป์ : มันมีหลายตัวมาก มันเยอะมาก ทุกอย่างรุม พอมีข่าวปุ๊บ ทุกอย่างเหมือเบรกหมด 1 เดือนคือแบบ ปึ้ง ผมงงเลย วันนั้นเสียใจ ทางลูกค้าบอกว่าพี่ต้องขอโทษด้วยนะ ข่าวในภาพลักษณ์ของเรามันลบมาก ผมก็บอกว่าไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ ผมก็คิดว่าโอเคไม่เป็นไร เริ่มใหม่ เพราะผมไม่ได้กลัวการเริ่มใหม่
ตอนนั้นเราจัดการกับปัญหา อารมณ์ อย่างไร เห็นว่ามีร้องไห้เสียใจด้วย?
แอมป์ : ผมร้องไห้เสียใจ คือผมไม่ได้เสียใจที่ผมไม่ได้เงิน ผมเสียใจว่าเราจะไปบอกคนอื่นว่าเราเป็นคนอย่างนี้อย่างไร ผมว่าคนเสพก็คืออยากรู้ในสิ่งที่เขาอยากฟัง พอเราเสิร์ฟในสิ่งที่เขาไม่อยากฟังก็เหมือนกับแก้ตัว วันนั้นกลับบ้านไปเสียใจมาก วันนั้นเหมือนโดนรุมทำร้าย ทุกคนก็เข้ามาว่า แล้ววันนั้นเราจัดการอารมณ์ไม่เป็น เราเคลียร์ไม่ได้ หน้าหมอง จิตตก แต่พอมันผ่านเรื่องราวร้ายๆ แบบนี้ วันนี้ผมเข้มแข็งมาก ถ้ามีคนว่าเรา เรามาพิจารณานะว่าสิ่งนี้เราเป็นไหม ถ้าเราเป็น เราแก้ไข ปรับปรุง ปรับเปลี่ยน แต่ถ้าสิ่งที่เขาพูดมาเราไม่ได้เป็นก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ มันก็จะไม่เกิดการเสียใจหรือผิดหวัง หรือคาดหวัง
เราเดินผ่านจุด ดราม่า มาได้อย่างไร?
แอมป์ : มันเป็นเรื่อง ความรัก ของคนสองคน ผมก็เคลียร์กับเขาแบบดี จบ มันเกิดจาก ความรัก นั่นแหละ แต่มันไม่เข้าใจกัน ก็เลยแยกกัน แล้วที่มันข้ามมา มันก็เงียบไปเรื่อย เงียบไปเลย มันไม่ได้มีแก้ตัว แก้ข่าวอะไร ให้มันเป็นเรื่องจบไป วันนั้นที่คิดคือสงสัยเป็นเจ้ากรรม นายเวรเรา ก็ใช้กันให้หมด ผมก็ถือว่ามันเป็นเรื่องของธรรมะไป
บทเรียนที่เราได้จากเรื่องนี้?
แอมป์ : ผมได้รู้ว่าการจัดการอารมณ์สำคัญ ไม่ว่าคุณจะเจอเรื่องร้ายหรือเรื่องไม่ดีขนาดไหนคุณต้องตั้งสติ วันนั้นผมไม่มีสติจริงๆ ผมพูดจากความรู้สึก แล้วพอพูดออกมามันก็กลายเป็นคนเสียสติ แต่ตอนนี้ถ้ามีข่าวอะไรอีกผมก็ไม่เป็นแบบนั้นแล้ว เพราะผมเข้าใจโลก วันนั้นเรายังโตไม่พอ

สมัยก่อน เจ้าชู้ ไหม?
แอมป์ : ก็ไม่นะ ถ้าสมมติใครดูอยู่แล้วผมไปทำให้เสียใจก็อโหสิให้ผมด้วยนะ
ในความคิดคุณความ เจ้าชู้ เป็น อย่างไร?
แอมป์ : จีบหลายคนในครั้งเดียว อาจจะคบหลายคนในครั้งเดียว ในวันที่เราเป็นเด็กเราไม่รู้ แต่พอวันหนึ่งผมเคยโดนแบบใจสลายเลย หมายถึงว่าผมเคย โดนหักอก ที่มันดาวน์มาก จนแบบใจจะขาด
คุณไป โดนสวมเขา มา?
แอมป์ : ผมเคยมีแฟนคนหนึ่ง คบเขาแล้วมีคนอื่นไปเรื่อย เรียกว่าเป็นของตายดีกว่า
มากสุดที่คุยซ้อนกี่คน?
แอมป์ : เป็นสิบเลยอะ ในตอนเย็น
สาวคนที่บอกว่าเป็นของตายคนในหรือนอกวงการ?
แอมป์ : นอกวงการครับ ผมคิดว่าอย่างไรเขาก็รักเรา ผมใช้คำนี้ดีกว่า คำว่าของตายของใครหลายๆ คนจะรู้สึกว่าจะทำอย่างไรก็ได้เขาก็รักเรา อย่างไรเขาก็อยู่รอเรา ผมคิดอย่างนั้นในวันนั้น แล้วมีอยู่วันหนึ่งอยู่ดีๆ ผมก็ตามหาไม่ได้เลย ตามไม่เจอเลย ผมหงุดหงิด รอยันเช้า มันคือข้ามวันเลย เสร็จปุ๊บยามวอล์มาเลย พี่แอมป์มาแล้ว ผมก็วิ่งลงไปเปิดประตูรถฝั่งคนขับ เออ..หล่อดี วันนั้นใจผมสลาย มันเหมือนขวดน้ำที่โดนบีบ
แฟนคุณอยู่ในรถด้วยไหม แล้วเขาทำอย่างไร?
แอมป์ : เขานั่งอยู่ เขายังไม่ลง แต่พอผู้ชายคนนี้ลงมา เขาก็เหมือนพยายามจะลงมา เพราะเพื่อนผมล้อมไว้หมดแล้ว คือคนแถวนั้นเขารักเรา เขาก็เป็นห่วงเราว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น
ตอนนั้นแฟนทำอย่างไร?
แอมป์ : อึ้ง ผมก็ขึ้นไปเก็บของออกจากห้องเขา ก็จบวันนั้นเลย วันนั้นออกมาหัวทิ่ม หัวตำเลย แต่ก็ต้องขอบคุณเขานะครับที่หล่อหลอม ทำให้ผมเป็นคนคนนี้ผมเข้าใจแล้วครับว่าการที่คนโดนแบบนี้มันน่าสงสาร มันใจสลายเหมือนจะขาดใจตาย มันเสียใจมาก แล้วผมจะไม่ทำกับใครอีก
แต่คุณก็ต้องเจอกับคู่นี้เรื่อยๆ ผู้ชายคนนี้ตอนนี้ยังอยู่ในวงการไหม?
แอมป์ : ยังอยู่ๆ แต่มั่นใจได้เลยว่าผมจะไม่เอ่ยชื่อออกมา ขอบคุณจริงๆ ขอบคุณมากๆ เขาก็ยังรักกันดี และอยู่กันดี
ปัจจุบันนี้คู่นี้เขาแต่งงานกันแล้วด้วย?
แอมป์ : ครับ เคยเจอตามงานนานมากแล้ว ผมก็ครับ สวัสดีครับ เพราะเราโตมาแล้ว เรื่องแบบนี้อะไรที่มันผ่านไปเราก็จะปล่อยผ่านไป บาดแผลเป็นสิ่งที่ทำให้เราแข็งเกร่งขึ้น เรื่องราวแบบนี้ก็จะไม่เกิดขึ้นกับเราอีก เพราะเราจะพัฒนาตัวเอง ทำในสิ่งที่คนอื่นบอกว่าอันนี้ไม่ดี ไม่ถูกต้อง
คุณเจอกับเบลล์ บนฟ้า?
แอมป์ : คือวันนั้นผมไปทำงาน เขาไปเที่ยวก็ไปเจอกันบนเครื่องบิน สเปคผม ผมชอบคนพูดภาษาไทยไม่ได้ เพราะเวลาเราพาเขาไปไหนเขาจะตื่นเต้น คือผมชอบต่างชาติ

เจอเขาครั้งแรกเข้าไปคุยเลยไหม?
แอมป์ : คุยครับ แว๊บแรกผมคิดในใจต่างชาติแน่เลย เรานั่งข้างกัน ผมก็เลยลองถามว่ามีลูกอมไหมครับ เขางงมาก แล้วบอกว่าไม่มี อ่าว…คนไทย ผ่านไปชั่วโมงหนึ่งลงเครื่องก็แยกย้าย แต่ขากลับเจอกันอีก ผมก็อ้าวเลย แต่วันก่อนแบบทำไมไม่ขอเบอร์ พอมาเจอกันอีก ผมก็ถามเลยบ้านอยู่ไหน สรุปอยู่ใกล้กันอีก ไปดูหนังไหม พอไปดูหนังก็ไม่ได้อะไร แยกย้ายกันกลับบ้าน อันนั้นถือเป็นเดทแรก คือบางสิ่ง บางอย่างถ้าเราไม่เริ่ม ไม่นับ1 มันก็ไม่มี 2,3,4,5 คือผมปักธงตัวเองไว้ว่าผมอยากมีลูกแล้ว พอเราผ่านความผิดหวังมาแล้ว คนต่อไปผมต้องแต่งงานเลย
มันก็มีข่าวว่าคุณคบไม่เท่าไร ภรรยาคุณท้อง?
แอมป์ : หนึ่งเรามุ่งมั่นตั้งใจแล้วว่าเราจะสร้างครอบครัว แล้วคำว่าพร้อมเนี่ยผมบอกเลยว่าไม่มีในโลกนี้ ถ้าคุณกำลังลังเลว่าเดี๋ยวเราจะมีเงินเก็บให้ลูกสัก 10 ล้านแล้วค่อยมีลูก หรือเราจะมีบ้านใหญ่ๆ แล้วค่อยมีลูก ไม่มีวันนั้นครับ ผมก็ไม่พร้อม แต่ว่าถ้าคุณพร้อมที่จะเริ่มต้น ความพร้อมจะค่อยๆ มาระหว่างทาง พอเรามุ่งมั่นผมก็คุยกับภรรยาว่าพร้อมไหม โอเคไหม เขาก็บอกว่าอยากมี ผมก็พาไปตรวจที่โรงพยาบาล ก็มาเลย

ตอนนั้นจัดงานแต่งยัง?
แอมป์ : ยังไม่ได้จัด แค่คบกันเฉยๆ แต่ก็คุยกันว่าเราจะอย่างนี้ แล้วพอเราเริ่มปุ๊บผมไปจดทะเบียนสมรสเลย
จดก่อนที่ข่าวจะออกว่าท้อง?
แอมป์ : จดก่อนอยู่แล้ว ในวันนั้นผมคิดแค่ว่าเงินที่จัดงานแต่ง ผมเอาไว้ส่งลูกเรียน หรือเอาไว้เป็นค่าผ่าคลอด ผมก็บอกภรรยาว่าถ้าเราพร้อมเดี๋ยวเราจัดดีๆ สักทีหนึ่ง เรียกเพื่อนฝูง เรียกคนที่เรารักมางานเล็กๆ ของเรา เราไม่ได้ต้องการซอง ไม่ต้องเรียกแขกอะไร ในวันนั้นผมคิดแบบนี้พอมันติดผมก็ประกาศว่าผมมีภรรยา กำลังจะมีลูกแล้ว

ทำไมแอมป์ถึงปล่อยให้ลูกมีอิสระทางความคิดมาก?
แอมป์ : มันเป็นความคิดส่วนตัวของผมเอง ผมมองว่าเด็กเขาไม่รู้หรอกว่าเขาอยากเป็นอะไร ปล่อยให้เด็กเขามีจินตนาการไปเลย ผมก็ไม่ได้ห้าม เขาอยากเป็นอะไร อยากเล่นอะไร อยากดูอะไร ผมปล่อยเลย
ก็มีคนเข้ามาติดตามเรา แล้วบอกว่าเรา เลี้ยงลูกไม่ถูกวิธี หรือเปล่า?
แอมป์ : จริงๆ วิธีของผมก็อาจจะไม่ถูก หรือวิธีของคุณอาจจะถูก หรือว่าของใครก็แล้วแต่ อย่าไปเปรียบเทียบกันเลย เลี้ยงให้เป็นธรรมชาติครับ เพราะลูกจะเป็นใครอยู่ที่คุณทำ ถ้าคุณเป็นคนอย่างไร ลูกคุณเป็นคนแบบนั้น เขาใช้พฤติกรรมเลียนแบบ แล้วไม่มีสูจน์สำเร็จ ไม่มีคำภีร์ไหนที่บอกว่าต้องเลี้ยงลูกแบบนี้
เห็นว่าอยากมีลูกคนต่อไป แต่ แท้ง ถึง 3 ครั้งแล้ว?
แอมป์ : ครับผม ผมมองในตัวผมเองอาจจะเป็นเพราะว่าโครโมโซมมันไม่ครบ ทุกอย่างมันไม่ดี ธรรมชาติขับออก ผมมองไปในเรื่องนี้ คุณแม่เขาก็เสียใจ ครั้งแรก ครั้งสองไม่ได้อยู่ด้วย แต่ครั้งที่สาม อยู่ด้วยกัน คือถ้าได้เห็นภาพนั้นคุณจะเข้าใจเลยว่าสงสารผู้หญิงคือออกมาเป็นกลมๆเลย

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวของ พระเอก หนุ่ม แอมป์ พีรวัศ ที่วันนี้ได้มาเปิดเผยให้เราได้ฟังกัน แอดหวังว่าแฟนๆจะหายคิดถึง และได้รู้จักหนุ่ม แอมป์ เพิ่มขึ้นในอีกหลายมุมอีกด้วยนะคะ