เปิดความในใจสุดซึ้งของ พี่น้องสุดซี้ ชาย ชาตโยดม และ มิก บรมวุฒิ
ปลา อีจัน บันเทิง
20 มกราคม 2565

คู่ พี่น้องดารา ที่ต่างขั้วกันแบบสุดๆ อย่าง ชาย ชาตโยดม และน้องชาย มิก บรมวุฒิ จะมาเล่าความแสบ และ วีรกรรมวัยเด็ก พร้อมเผยความลับของน้องชายที่เก็บไว้กว่า 20 ปี และปิดท้ายด้วยการเม้าท์ภรรยาคนสวยในรายการ คุยแซ่บโชว์



มิกคือคนที่เรียบร้อยที่สุดในบ้าน?
ชาย : ใครบอกมันคนละขั้วกันเลย มันคือคนที่ซ่าที่สุด แสบที่สุดในบ้านแล้ว แสบตั้งแต่เด็กแล้ว การเรียนโอเค แต่เขาเป็นคนที่ทำให้ทุกคนแฮปปี้มีความสุข เฮฮา
มิก : มีครั้งหนึ่งอยู่เมกาโดดอยู่บนเตียง 3-4 ขวบ พ่อก็ห้ามอย่าโดดๆ ไม่ฟัง แปปเดียวร่วงไปข้างเตียง มีเครื่องบิน 1 ลำ ปักอยู่ที่หัว ก็เย็บ



มีเรื่องอะไรที่พ่อแม่ไม่เคยรู้?
มิก : มีครั้งหนึ่งพ่อแม่ไปงานเลี้ยง พี่เอก (พี่ชาย) ขับรถไปรับที่โรงเรียน รับพี่ชายด้วย ก่อนเข้าหมู่บ้านพี่ๆเขาท้ามา กล้าจะไปเกาะกระโปรงหน้ารถไหม ตอนนั้น 6-7 ขวบ เราก็ทำไปเกาะหน้ากระโปรงรถ กำลังจะเข้าบ้านกลัวพ่อแม่ว่า ซึ่งเราลืมคิดว่าเขาต้องว่าพี่เราสิ เราก็กระโดดลงเลยให้ห่างจากล้อรถ แผลเต็มเลย
ชาย : เราไม่รู้จะทำอย่างไร ไม่ได้คิดว่าผลจะออกมาเป็นอย่างนั้นด้วยความเด็ก แบบสนุกกันก็คิดว่าไปจอดหน้าบ้านถึงบ้านแล้วก็ลง เดินเข้าบ้านแฮปปี้ พอเห็นกระโดด เราก็แหกปากไม่เข้าใจว่าโดดทำไม เห็นเลือดก็ตกใจ ก็ไปถามมันว่าโดดทำไม
พ่อแม่ว่าอย่างไรเห็นเลือด?
มิก : บอกว่าหกล้ม แต่เชื่อว่าเขาไม่เชื่อ เขาต้องคิดว่าเล่นอะไรแผลงๆกันมา แต่คงไม่คิดว่ากระโดดลงจากรถ
ชาย : เห็นความเป็นพี่ๆ คือให้น้องรับไป มานึกถึงตอนนี้รู้สึกว่าไม่ควร บอกว่ามิกล้มเอง แต่จริงๆคือความผิดของพี่ 2 คนมาลุ้นให้น้องทำอย่างนั้น
มิก 3 ขวบประกาศเลยจะมีแฟน 20 คน?
ชาย : อันนั้นคือวีรกรรมที่ ครอบครัว รู้กันหมด ด้วยความที่เขาเป็นเด็กทะเล้น บอกว่าตอนนั้น 3 ขวบ โตขึ้นไปมิกจะมีเมีย 20 คน ที่บ้านก็ขำ
มิก : แม่ก็ถามเอาไปทำไม 20 คน คนหนึ่งนวดขา คนหนึ่งทำอาหาร คนหนึ่งซักผ้า แต่ตอนกลางคืนก็สลับกันมานะอย่ามาพร้อมกัน นี่ 3 ขวบ
ถ้าสมมติว่าโสดยังมีความคิดแบบนี้ไหม?
มิก : ไม่เลย อันนั้นเป็นวัยเด็กที่เราสนุก ที่เล่นอะไรคนก็สนุก ครอบครัว เรารู้สึกว่า ครอบครัว เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ทุกวันนี้คุณพ่อคุณแม่ 70 กว่า ยังเดินจูงมือนอนกอดกันอยู่เลย พอโตขึ้นหน่อยเรารู้สึกว่า ครอบครัว คือสิ่งสำคัญที่สุด
ตอนวัยรุ่นใครคาสโนว่ามากกว่ากัน?
ชาย : ไม่ใช่ชายอยู่แล้ว ชายเป็นคนขี้อายมาตั้งแต่เด็ก จีบผู้หญิงไม่เป็น ไม่รู้จะคุยอย่างไร ถึงมีผู้หญิงเข้ามาคุยชายก็ไม่รู้จะคุยอะไรกับเขา
มิก : ผมเคยมีช่วงโสด มีแฟนไม่เป็น ถ้าโสดคุยหลายคนถึงขั้น 10 กว่าคนพร้อมกัน แต่เป็นคนโกหกไม่เป็นอีก เลยพูดความจริง
โดนนางเอกเข้ามาจีบ?
มิก : เบนซ์ไง เค้าเดินมาขอเบอร์ผม
ชาย : มันคือเวอร์ชั่นที่มิกเล่า ถ้ามิกเล่าคือเบนซ์เป็นคนมาจีบ แต่เบนซ์เล่าคืออีกเรื่องหนึ่ง เบนซ์เขามาปรึกษาเรื่องมีคนมาจีบ
มิก : มีคนมาพูดไม่ดีเกี่ยวกับเบนซ์ แล้วผมรู้จักคนๆนั้น วันนั้นผมนั่งแต่งหน้า เขามานั่งแต่งอยู่ข้างๆ เราดูแล้วเขาจะเป็นคนดี เลยเตือนเขาว่ารู้จักคนนี้ไหมพี่ว่าเขาพูดไม่ดีลับหลังนะระวังตัวไว้ เขาบอกไม่มีไรเลยพี่ไม่ต้องห่วง ผ่านไปงานนั้นเบนซ์ยืนคุยกับผู้ชายคนนี้ เราก็กรึ่มแล้วไงมีความกล้า เดินไปยืนหลังผู้ชายคนนั้นไหนบอกไม่คุย แล้วเดินไป อยู่ดีๆมีคนหนึ่งกระชากเสื้อผม ล้วงโทรศัพท์กดเบอร์เขา แล้วก็บอกว่าเดี๋ยวหนูจะโทรหาพี่ วันรุ่งขึ้นเขาโทรมาอธิบาย มันไม่ใช่อย่างนั้น เราก็แบบโทรทำไมวะ
ชาย : เขาแค่อยากอธิบาย แต่นี่เป็นตุเป็นตะว่าเขามาขอเบอร์มาจีบ

จากวันนั้นสานต่ออย่างไร?
มิก : เขาก็ส่งข้อความมาเรื่อยๆ กินข้าวหรือยัง ส่งทุกวัน มีวันหนึ่งเขาไปถ่ายละครต่างจังหวัดไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ จากที่เราเฉยๆกลายเป็นว่าหายไปไหน นั่นแหละถึงเริ่มมาปรึกษาพี่ชาย เขาก็ให้ลองคุยดูก่อน ศึกษาไปดูสิ
บ้านนี้ใครขี้งอนสุด?
ชาย : มันพูดยากมาก เพราะอยู่ในสายเลือดบ้านชายทุกคนเลย มันใส่ใจกับทุกสิ่งกับคำพูด กับการกระทำ ตอนงานแต่งมิกผมเป็นพิธีกร ผมพูดอะไรไม่ได้เลย ร้องไห้อย่างเดียว
ไปส่งลูกโรงเรียนร้องไห้ไหม?
ชาย : ชายกลัวมากถ้าร้องไห้ต่อหน้าลูก ไม่รู้ลูกเขารู้สึกอย่างไร ต้องแยกจากกันจริงๆ ชายพยายามเข้มแข็งที่สุด ตอนครูจูงเข้าไปหันไปเจอกี้พรั่งพรู ชายก็แบบรีบไปพยายามกลั้นที่สุด แต่เราใจสลาย เราจะร้องไม่ได้ มันจะไปทั้งคู่เลย
มิก : ผมเกิดขึ้นก่อน ปริมไปโรงเรียนก่อน ผมยืนกลั้น เขาร้องไห้หันมากอดเรา แต่จูงมือครูเข้าไป ผมเลยรีบหลบมาร้องไห้ ภรรยาหยิบโทรศัพท์มาถ่าย ทุกวันนี้มิกเลยไม่ได้ไปส่งลูกแต่ไปรับลูก

ความลับ 20 ปี ไม่เคยบอกพี่?
มิก : แยกกันเรียนคนละประเทศ มิกสนิทกับพี่ชายมาก ที่อังกฤษมันจะมีร้านคาราโอเกะไทย ผมก็ไปลอนดอนทุกอาทิตย์ พอกลับบ้านมากลางคืน เวลามีโมเมนต์สนุกๆ ผู้ชายคนนี้อยู่ข้างๆตลอด แต่ตอนนั้นเขาไม่อยู่เราขาดคนนี้ไม่ได้ ตอนนั้นพี่ชายเริ่มเล่นมิวสิควีดีโอไปขอดีเจเปิดเพลงนี้ให้ผม ผมร้องไห้คนเดียวอยู่ในมุมคิดถึงพี่ชาย เป็นอย่างนี้ทุกวันเสาร์ โมเมนต์ใกล้ปิดร้าน
ชาย : สนิทกันมาก รู้ว่าผูกพันและคิดถึง ตั้งแต่เด็กไม่ชอบการลาจาก ชายจะเกลียดสนามบิน ไม่ชอบการเดินทาง รู้สึกเราจะพลัดพรากจาก ครอบครัว เหมือนจะต้องแยกกัน เวลาที่อยู่ด้วยกันคือมีค่ามาก จะอยู่ด้วยกันทำอะไรกันตลอดแทบจะกินนอนด้วยกัน
เคยงอนกันบ้างไหม?
มิก : มี แต่เราไม่เคยต่อยกันเลยนะเป็นผู้ชายก็ตาม งอนคือเงียบ เดินออก สักแปปจะมีคนเดินมาขอโทษ
ชาย : ไม่ค่อยมีเรื่องที่จะทะเลาะกัน จะช่วยกันมากกว่า
บอกรักกัน กอดกันได้ทุกที่?
มิก : ได้ทุกที่ได้ทุกเวลา จะอายทำไมนี่พี่เรา
ชาย : ทุกครั้งที่เจอกันก็ต้องกอด ก็มันคิดถึง



ถ้าวันหนึ่งต้องแยกคนละประเทศ?
มิก : มิกจะเลือกอย่างแรกไม่ไป ลูกก็ไม่อยากให้ไป ถ้าจำเป็นจะต้องไปจะชวนพี่ชายไป ไม่อยากจากใครอีกแล้ว 20 ปีแรกของชีวิตไม่ได้อยู่ด้วยกันเลย อยู่คนละประเทศมันเหงา
ชาย : ถ้าเลือกได้ไม่ส่งลูกไปอยู่แล้ว เมืองไทยก็มีทุกอย่างอยู่แล้ว อยู่ด้วยกันดีกว่า มันเหมือนเป็นปมเราตอนเด็กๆนิดหนึ่ง เข้าใจว่าคุณพ่อคุณแม่อยากให้สิ่งที่ดีที่สุดกับลูกนะ แต่ทำไมเราต้องแยกกัน เท่านั้นเอง ชายรู้สึกว่ามีความสุขเวลาอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ พี่น้อง ทุกคน แต่ทำไมมันต้องไม่อยู่ด้วยกันเท่านั้นเอง
ถ้าไม่มีมิก มิกไม่ได้เกิดมา ชีวิตจะเป็นอย่างไร?
ชาย : ไม่ใช่อย่างนี้แน่นอน สนิทมากที่สุด เป็นเพื่อนสนิท สุขทุกข์จะเล่าสู่กันฟังตลอดเวลา ไม่รู้จะแชร์กับใคร
มิก : ไม่ใช่มิกคนนี้ทุกวันนี้แน่นอน มิกอาจจะเป็นเด็กที่ไหน ไม่น่าประสบความสำเร็จมาได้ถึงทุกวันนี้ เขาเป็นไอดอลในทุกๆเรื่องของชีวิตเรา
ใครเป็นลูกแหง่ แต่งงานแล้วยังไม่ยอมย้ายบ้านไปไกลจากบ้านพ่อบ้านแม่?
ชาย : ไม่ใช่ชายอ่ะ ชายออกคนแรกเลย อย่าเรียกว่าลูกแหง่ เขาเสียสละนะ เพราะว่าอย่างพี่ชายอยู่ต่างประเทศ ชายแต่งงานซื้อบ้านไปอยู่เอง มิกแต่งงานแล้วเขาก็ยังอยากจะอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ ดูแลทุกอย่าง เบนซ์น่ารักมาก ดูแลพ่อแม่เหมือนพ่อแม่เขา


มีปรึกษาเรื่องเมียไหม?
มิก : ทุกเรื่อง ซื้อของอะไรนักหนาก็ไม่รู้ ล่าสุดเป็นแพลตินั่มทุกแอพพลิเคชั่นซื้อของออนไลน์ มาทุกวัน
ชาย : อารมณ์เดียวกันเลยกับบ้านชาย ของมาตลอด
ใครกลัวเมีย?
ชาย : มันไม่ใช่การกลัว ชายอยากให้เขามีความสุข ทำทุกอย่างเพื่อให้เขารู้สึกเลือกไม่ผิดที่มาอยู่กับเรา ถ้าเขาแฮปปี้ทั้งบ้านจะแฮปปี้
มิก : เรียกว่าเราเกรงใจมากๆดีกว่า

เป็น ครอบครัว ที่น่ารักจริงๆเลยนะคะ สำหรับ พี่น้อง คู่นี้ ชาย ชาตโยดม และ มิก บรมวุฒิ นอกจากจะเป็นลูกชายที่น่ารักของคุณพ่อคุณแม่แล้ว ทั้งคู่ยังเป็นคุณพ่อ และสามี ที่ดีของภรรยาและ ครอบครัว อีกด้วย แอดชื่นชมในการกล้าแสดงความรู้สึก และความรักที่มีต่อกันอย่างจริงใจจริงๆค่ะ