อิงฟ้า วราหะ เดินหน้าสู้กลับ ค่ายแสงรวี หลังถูกทวงสัญญาศิลปิน
ปลา อีจัน บันเทิง
4 พฤษภาคม 2565

หลังจากที่ ค่ายแสงรวี ต้นสังกัดเก่าของสาว อิงฟ้า วราหะ มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2022 ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊ก โดยเผยว่า อิงฟ้า ยังคงเป็นศิลปินในค่ายอยู่ จนกว่าจะถึงวันที่ 21 กันยายน ปี 68 และไม่สามารถรับงานอื่นๆ ได้ หากค่ายไม่ได้อนุญาต ไม่อย่างนั้นจะถือว่าเป็นการทำผิดสัญญา โดยทางค่าจะดำเนินคดีจนถึงที่สุด
ค่ายแสงรวี ยัน อิงฟ้า วราหะ ยังติดสัญา หากละเมิดเจอดำเนินคดี

ล่าสุด อิงฟ้า ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ หลังจากที่ทาง ค่าแสงรวี โพสต์ เธอเผยว่าไม่เคยรู้มาก่อนว่าสัญญาที่เธอได้เซ็นต์ไว้ มีผลไปถึงปี 68 เธอยืนยันว่าทางค่ายไม่เคยมีส่วนร่วม หรือช่วยเหลือ สนับสนุนใดๆ เธอเดินตามความฝัน สู้มาด้วยลำแข้งของตัวเอง จนมีทุกวันนี้ ดังนั้นเธอจะไม่ยอมอีกต่อไป เพราะเธอเองก็มีศักดิ์ศรีเช่นกัน

โดย อิงฟ้า เล่าต่อว่า “จริงๆ สัญญาที่เซ็นต์มันแค่ 10 ปี ตอนนั้นหนูยัง 17 แล้วก็หนูไม่มีสัญญาคู่ฉบับ เพราะฉะนั้นหนูไม่รู้เลยว่าตามกฎหมายแล้ว ถ้าไม่มีสัญญาคู่ฉบับมันถูกต้องหรือเปล่า แล้วก็ตอนนี้มีคุยกับพี่นักร้องที่ค่ายด้วยกัน เขาก็พร้อมที่จะช่วยเหลือ และเป็นพยานให้เรา เพราะว่าไม่ได้มีแค่เราคนเดียวในค่ายที่ได้รับความเสียหาย
ที่ผ่านมาเคยเข้าไปขอสัญญาคู่ฉบับแล้วแต่ไม่ได้ มีพี่ศิลปินในค่ายบอกว่าจริงๆ แล้วสัญญาฉบับของศิลปินไม่มีเรื่องห้ามรับงานอื่น ก็ต้องมาดูกัน เพราะว่าตัวหนูเองก็เป็นเด็กคนหนึ่ง ตอนที่หนูเซ็นต์หนูก็อายุ 17 ซึ่งหนูไม่สามารถที่จะจำรายละเอียดนั้นได้ทั้งหมด อยากขอให้ข้อความทั้งหมดที่เขาพูดมันเป็นความจริงและตรงเหมือนกับที่เราเซ็นต์ ณ ตอนนั้น”

นอกจากนี้เธอก็ได้เผยอีกว่าทางค่ายไม่ได้มีการติดต่ออะไรมา และหลังจากนี้เธอก็จะให้ทนายเป็นคนจัดการ เธอกล่าวว่า ”ในเมื่อสัญญามันไม่เป็นธรรมกับเรา หนูเข้าใจการที่เขาจะเอาส่วนแบ่ง หรืออะไรอย่างนี้มันไม่ได้ผิดหรอก แต่ว่าคุณต้องดูด้วยว่าคุณดูแล สนับสนุนอะไรเราบ้าง ในช่วงเส้นทางตลอดระยะเวลาในการประกวด เขาก็ไม่ได้ส่งเสริมอะไร แล้วก็ในเรื่องการประกวด ไม่ว่าจะป็นร้องเพลง หรือว่านางงาม บริษัทไม่ได้มีการส่งเสริมอะไรเราเลย

สุดท้ายเธอก็ได้ฝากบอกทาง ค่ายแสงรวี ว่า “ไม่รู้จะพูดอย่างไร คือทุกอย่างที่เขาพูดกับสิ่งที่เขาทำมันย้อนแย้งกัน เขาบอกเขารัก เคยดูแลเราเหมือนคนในครอบครัว แต่สิ่งที่เขาทำหนูว่ามันควรจะเห็นเอง จริงๆ หนูรักเขานะ เพราะหนูไม่ใช่คนที่เนรคุณอยู่แล้ว เรารู้ตัวเองดี ไม่งั้นหนูคงไม่ประสบความสำเร็จ คนเนรคุณไม่มีทางที่จะประสบความสำเร็จได้ ตั้งแต่แรกตลอดเส้นทางชีวิตของหนูมีคนช่วยเหลืออุปถัมภ์มาตลอด เพราะหนูเชื่อมั่นในความกตัญญูอยู่แล้ว สิ่งที่เขาทำหนูขอให้เขารู้แก่ใจ ต่อให้เขาจะงัดกฎหมายอะไรก็แล้วแต่ ในเมื่อเขาเป็นผู้ใหญ่ เขาจะทำอะไรก็ได้ เพราะหนูไม่มีสัญญาคู่ฉบับ ดั้งนั้นก็คงต้องใช้ทนายคุยกัน คงพูดอะไรไปมากกว่านี้ไม่ได้ แต่หนูก็คงไม่ยอม ก็คงสู้คดี และมั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ว่าเราจะชนะ เพราะว่าหนูรับรู้มาตลอดว่าเขาหมดอะไรกับเราไปบ้าง เราได้อะไรกลับมาจากเขาบ้าง สัญญาการเป็นศิลปินจริงๆ หนูไม่รู้ว่ามันเรียกสัญญาทาสหรือเปล่า กับการที่จะต้องอยู่เป็นสิบๆ ปีแบบนี้ ใครก็ดูออก”

ดูเหมือนว่างานนี้จะยังไม่จบลงง่ายๆ ต่อไปก็คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของกระบวนการทางกฎหมายจัดการกันต่อไป หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติม แอดจะรีบนำมารายงานให้ทราบกันทันทีนะคะ