หนุ่ย พงศ์สุข เผยประสบการณ์จริงที่เจอ พร้อม แนะวิธีแก้ปัญหา วิกฤตโควิด19
ปลา อีจัน บันเทิง
27 มิถุนายน 2564

การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด ตอนนี้ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ยอดผู้ติดเชื้อในแต่ละวันพุ่งสูงหลายพันคน จนทางรัฐบาลต้องประกาศ คุมเข้ม ล็อกดาวน์ และสั่งปิดแคมป์คนงาน เพื่อหวังลดการติดเชื้อ โควิด

ล่าสุด หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ พ่อมดไอที ได้ออกมาพูดถึงมาตรการป้องกันโควิดที่ตัวเองไปเจอมา พร้อมเสนอวิธีแก้ปัญหาโรคระบาด
โดย หนุ่ย พงศ์สุข ได้ออกมาโพสต์ข้อความยาวเหยียดผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า
” ผมจะเล่าอะไรให้ฟัง…(ซีเรียส) * ใครไม่อยากซีเรียสให้ข้ามครับ แล้วผมจะกลับมาโพสต์เรื่องราวสนุก ๆ ใหม่วันหน้า *
สั่งปิด “ แคมป์คนงาน ” วันศุกร์ แต่กว่าจะมีผลบังคับใช้ก็วันจันทร์
และก็เป็นไปตามที่ทุกคนได้เห็นภาพกัน คือมีคนงานออกจากแคมป์ เดินทางกระจัดกระจายไปแล้วในขณะนี้ ตรงนี้คิดดี ๆ นะครับ ชวนคิดกันให้ดี ๆ
ใคร ? จะอยากถูกกักกันอิสรภาพ ถ้าเป็นเรามีโอกาสหนีได้ (ด้วยสุญญากาศทางคำสั่ง เสาร์-อาทิตย์) ก็ต้องออกไปหาที่อยู่ใหม่… ไปสู้เอาดาบหน้า ใช่ไหม ?
ก็เขามั่นใจว่าตัวเองยังไม่ติดนี่นา จะอยู่ให้โง่ให้งงรึ ?
เชื้ออยู่ในอากาศ เรารู้ว่ามีมากและมองมันไม่เห็น หากถูกกักอยู่ที่เดิม เครียดตายห่าน ยังไงสัญชาตญาณก็ต้องออกเดินทาง …ไปตายเอาดาบหน้า (เผลอ ๆ เข้าทำนอง หนีเสือปะจระเข้)

ทีนี้ ถึงเรื่องที่จะเล่าและชวนคิด (อันนี้เกี่ยวกับคนเมืองอย่างเราบ้างแล้ว ไม่ใช่คนงาน)
เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ผมไปปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน คือตั้งใจไปกระตุ้นเศรษฐกิจและพาผู้ป่วยมะเร็ง (พี่เขย) ไปคลายเครียด …ก็ขึ้นเครื่องบินจากกรุงเทพไปลงเชียงใหม่กัน
เห็น “ ความซีเคียวริตี้ตึง ” มากมาย ตั้งแต่สนามบินสุวรรณภูมิ ไปจนถึงสนามบินเชียงใหม่ ที่ “ทำทีเป็นตรวจ ”
ที่สุวรรณภูมิผมเคยไปเล่าไปแล้วเมื่อวันแรกเดินทาง ว่า ให้ถอดหน้ากากเช็กหน้าตากัน 4 รอบถ้วนในสนามบิน มันซีเคียวตรงไหน ?? อันนี้ถ้าไม่มีเทคโนโลยีสแกนดวงตาด้วยกล้อง ก็ต้องใช้คอมมอนเซนส์จากเจ้าหน้าที่บ้าง ขอถอดเท่าที่สงสัย แต่นี่ผู้ใหญ่คงสั่งการกันไว้ให้ “ถอดหน้ากากทุกราย” ก็ต้องถอดกันหมด แล้วมันจะปลอดภัยได้อย่างไร ? เชื้ออยู่รอบตัวเรา

***ไฮไลต์ที่จะเล่าให้คิดกันต่อในโพสต์นี้ก็คือ
“ เมื่อถึงสนามบินเชียงใหม่ ”… ผู้โดยสารทุก ๆ คนล้วนถูกสั่งให้สแกนคิวอาร์โค้ด “CM Chana” (Another Chana’s Series Of The Kingdom Of Thailand)
มันเป็นฟอร์มตอบแบบสอบถามที่ถามค่อนข้างละเอียดเลยล่ะ กรอกไม่ง่าย เพราะต้องใส่เลขบัตรประชาชนผู้เดินทางร่วมทุกคนที่มาด้วยกัน สถานที่ที่ไป และวันที่จะออกจากเชียงใหม่ … เราให้ความมือ และหลาย ๆ คนตรงนั้นก็ให้ความร่วมมือ หยุดกรอกกันยิก ๆ
ให้คุณนึกภาพ Belt รับกระเป๋า ที่มีประตูทางออกอยู่ใกล้ ๆ คนออกันหน้าประตู ทุกคนหยุดก้มกรอกกันหมดแหละ … พอกรอกเสร็จ ระบบจะแสดง QR CODE เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้
แต่การปฏิบัติจริงก็คือ …เมื่อมีใครสักคน “ เงยหน้าขึ้น ” เจ้าหน้าที่ที่สะกัดกั้นผู้คนอยู่ก็จะโบกมือปล่อยให้ผ่านได้
อาการมันจึงคล้าย ๆ Acting แหละ ใคร Acting กดง๊อบ ๆ แง๊บ ๆ เงย ๆ เนียน ๆ ก็ผ่านไปได้…. เพราะไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดที่สนใจจะ “สแกนความถูกต้อง” ของ QR Code ที่ลงทะเบียนไปเลย
จริง ๆ จะอ้างว่าไม่มีงบประมาณจัดหาคอมพิวเตอร์ตามสไตล์ราชการไทยก็ได้ แต่ก็ฟังไม่ขึ้น เพราะทุกวันนี้ “มือถือเจ้าหน้าที่“ ก็เอาออกมาสแกนตรวจสอบกับระบบได้ …ถ้าคิดจะทำตามนโยบาย “ทจจ.” ทำจริง ๆ
ฉะนั้นทุกวันนี้ที่เห็นและเป็นอยู่ “ใครจะกรอกอะไรก็ได้” ไงครับ
และฉะนั้นของฉะนั้น “การกักตัวระหว่างจังหวัด-จึง-ไม่-มี-อยู่-จริง” (ตอบคำถามหลายท่านที่ถามผมว่าไปเที่ยวตจว.แล้วต้องกักตัวไหม ?)

ผมตัดสินใจอยู่นานนะ ว่าจะเขียนหรือไม่เขียนเรื่องนี้ดี เพราะมันเกินจะบ่น และอีกใจผมกลัวกระทบการท่องเที่ยวที่ย่ำแย่อยู่แล้ว การมี “ช่อง” บ้าง ก็ทำให้พวกเขาได้ต่อลมหายใจ
แต่เมื่อเกิดเรื่องแคมป์คนงานแตก จากคำสั่งนายกให้ปิดแคมป์
ผมจึงรู้สึกว่า …เราเป็น #ประเทศหลอกกัน เราทำ #พอเป็นพิธี จริง ๆ
เอาอย่างนี้ครับ #วิธีแก้ไขปัญหาวิฤตนี้ (เพื่อให้โพสต์นี้มีความหมายมากกว่าบ่น)
***ไม่ต้อง Lock ดง Lock Down อะไรทั้งสิ้นแล้ว*** ล็อกไปไม่มีเงินชดเชยจ่าย ผู้คนก็อดตาย
คนสั่งหรือผู้สนับสนุนการล็อกดาวน์ล้วนยังมีเงินเดือนใช้ และยังออกจากบ้านไปไหนต่อไหนได้เมื่ออยากออก (เนื่องจากทุกด่านที่กั้น ๆ กัน ล้วนไม่มีเจ้าหน้าที่ หรือมีเจ้าหน้าที่ แต่ก็นั่งกันในเต้นต์ ก้ม ๆ กด ๆ มือถือ… นี่คือ “เรื่องจริง” ที่เราเห็นมาตลอดระยะเวลา)
ไหน ๆ ตอนนี้โรงพยาบาลก็เตียงเต็มหมดแล้ว ใครป่วยก็นอนผะงาบ ๆ รอที่บ้าน หาเตียงกันไม่ได้แล้วทั้งนั้น (และส่งผลให้คนที่เหลือในบ้านติดโควิดอีก!)
“รัฐปลดล็อกให้เอกชนสั่งซื้อยาฟาวิพิราเวียร์” (และ/หรือ ยาที่เกี่ยวข้อง) มาขายตามร้านขายยาทั่วไปเลยครับ … ให้พวกเขาซื้อง่าย ๆ รักษากันเองที่บ้าน
จะไปโรงพยาบาลก็ต่อเมื่อยาเอาไม่อยู่เท่านั้น เหมือนไข้หวัดใหญ่ในเคสหนัก ๆ นั่นแหละครับ…
นี่พูดไป มือผมกดก็หาเตียงให้คนที่รู้จักอยู่นะครับ ช่วยไปได้ 1 คนยังเหลืออีก 5
ไม่ง่ายเลยสถานการณ์นี้ … ใครคุมสั่งการณ์ก็ย่อมปวดหัวแหละ เพราะสั่งแล้วก็ไป ให้สัมภาษณ์นักข่าวว่า “ผมสั่งการไปแล้ว” แต่ชีวิตจริงไม่มีใครลงรายละเอียดให้ (เพราะผู้ช่วยระดับหัวกะทิก็ต้องเดินตามนาย) …เจ้าหน้าที่ตรงหน้างานก็เลยต้องทำงานกันตามสภาพ
ตลอด 20 ปีที่ผมทำบริษัทมา ผมได้เรียนรู้เรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งในการออกกฎบริษัท คือ “กฎไหนที่ออกแล้วไม่มีใครทำตามได้ ก็ขออย่าออกกฎ” … เพราะมันจะมีเสียงหัวเราะตามหลังมา
ประเทศมีขนาดใหญ่กว่าบริษัทมาก ๆ การออกกฎที่คำนวณแล้วว่า คนทำตามไม่ได้ (อาจด้วยปัญหาคุณภาพประชากร) ก็อย่าออกครับ เพราะเสียงขำที่ตามมามันมวลใหญ่กว่าด่ากรรมการผู้จัดการเยอะเลย
“ต้องปลดล็อคยา ให้ซื้อรักษากันเอง” ครับ คือเราที่ถึงสเตจที่ต้องทำแล้ว เอา “เภสัชกรร้านขายยาทั่วประเทศมาร่วมสมรภูมิรบ” ให้เขาช่วยจ่ายยา ให้เขาให้คำแนะนำคนไข้ …เขาทำได้ดีเยี่ยมกันทั้งนั้นแหละครับ เป็นถึง “เภสัชกรปริญญา” นะ
ส่วน “วัคซีน” ก็อย่างที่รู้ …ให้ร.พ.เอกชนสั่งได้ แต่ต้องสั่งผ่านองค์การเภสัช … ช้าสลัดเลยครับ~! เดือน 8 โน่นกว่าจะได้เซ็นสัญญา …เฮียสรยุทธต้องออกมาตามงาน เอาไงกันดีไทยแลนด์ ? #ขอให้ทุกคนอยู่รอดปลอดภัย

หลังจาก หนุ่ย ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นข้อความดังกล่าวแล้วนั้น ก็มีประชาชน และเพื่อนๆ เข้ามาคอมเมนต์เชิงเห็นด้วย และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นจำนวนมาก เนื่องจากปัญหาที่เห็นกันอยู่ทั้ง ทุกคนต่างก็ต้องเผชิญอยู่ตอนนี้เช่นเดียวกัน