จากกรณีที่ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ข้อกำหนด ประกาศ ห้ามนำเสนอข่าว อันเป็นเท็จ สร้างความหวาดกลัวกับประชาชน ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 โดย นายกรัฐมนตรี ออกกำหนดไว้ว่า

1.ห้ามผู้ใดเสนอข่าว จำหน่าย หรือทำให้แพร่หลายซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใดที่มีข้อความอัน ทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินจนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ในเขตพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
2.กรณีที่มีการเผยแพร่ข้อความหรือข่าวสารตามข้อ 1 ในอินเทอร์เน็ต ให้ กสทช. แจ้งผู้รับใบอนุญาตการให้บริการอินเตอร์เน็ตตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมทุกรายทราบ และให้ผู้รับใบอนุญาตังกล่าวทุกราย มีหน้าที่ตรวจสอบว่าข้อความหรือข่าวสารดังกล่าวมาจากเลขที่อยู่ไอพี (IP address) ใด หากเป็นเลขที่อยู่ไอพี (IP address) ที่ตนเป็นผู้ให้บริการ ให้แจ้งรายละเอียดตามที่ กสทช.ทราบและให้ระงับการให้บริการอินเตอร์เน็ตแก่เลขที่อยู่ไอพี (IP address) นั้นทันที
ให้ กสทช.ส่งรายละเอียดตามที่ได้รับแจ้งตามวรรคที่หนึ่งให้แก่ สำนักตำรวจแห่งชาติ (ตร.)โดยเร็วเพื่อดำเนินคดีต่อไป ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ในใบอนุญาตการให้บริการอินเตอร์เน็ต และให้ กสทช. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค. 2564 เป็นต้นไป พร้อมลงชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
งานนี้ คนในวงการบันเทิงอย่าง บุ๋ม ปนัดดา ได้มีการโพสต์เอกสารดังกล่าว ลงอินสตาแกรมของตัวเอง พร้อมระบุแคปชั่นว่า
“19:23 ด่วน! นายกฯ ลงนามข้อกำหนด ฉ.29 “ ห้ามสื่อเสนอข่าวที่ทำให้ ปชช.หวาดกลัว” หรือ “เจตนาบิดเบือน” พร้อม เช็ก IP สั่ง กสทช.ชง ตร.เอาผิดต่อไป มีผล 30 ก.ค. 64”
ทั้งนี้ก็มีชาวเน็ตออกมาแสดงความคิดเห็นต่อโพสต์ดังกล่าวมากมาย เช่น
“นี่คือสิ่งจำเป็นเร่งด่วนของประเทศนี้”
“ผู้นำประเทศที่ไม่ยอมรับฟังประชาชน พึ่งเคยพบเคยเห็น”


“รัฐบาลคงลืมไปว่า เราหวาดกลัวกันมานานแล้ว และเหมือนเราจะเลยจุดนี้กันไปแล้วรึป่าวนะคะ จนตอนนี้ ประชาชนช่วยเหลือกันเอง ดูแลตัวเองมากกว่าการใส่แมสก์ ล้างมือ ไม่ไปไหน จนเริ่มเป็นการเตรียมยาที่จำเป็นไว้เอง ทั้งฟ้าทะลายโจร ยาแก้ไอ ยาพ่นคอ ขับเสมหะ และยังซื้อที่วัดออกซิเจน วัดอุณหภูมิ ไว้ติดบ้าน การที่เห็นข่าวที่มีคนตายคาบ้าน กลางถนน แต่เรารู้สึกเห็นใจและหดหู่กับผู้เสียชีวิต แต่ที่เรากลัวคือ รัฐบาล ที่การแก้ไขปัญหาช้าเหลือเกิน และยังปิดกั้นการสื่อสาร รวมถึงกรรให้ข้อมูลจริงๆ อันนี้น่าหวาดหลัวกว่าเยอะเลย”

ซึ่งจนถึงตอนนี้ชาวเน็ตต่างก็เข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันอย่างต่อเนื่องเลยทีเดียว หากมีอะไรคืบหน้า แอดจะรายงานให้ทราบต่อไปค่ะ



