บอม เปล่งพานิช ยอมรับแบก ความกดดันจากสังคม ในฐานะ ลูกดารา
ปลา อีจัน บันเทิง
26 มกราคม 2565

เปิดใจ นักเดินทาง สาว ที่หลายๆคนรู้จักในฐานะลูกสาวคนเดียวของ นักแสดง ชื่อดัง นก ฉัตรชัย และ นก สินใจ อย่างสาว บอม ฑิชากร เปล่งพานิช ด้วยความที่เป็น ลูกสาวคนดัง ทำให้เธอถูกเปรียบเทียบมาตลอดชีวิต ความคาดหวังจากสังคม กับคำถามที่ว่าทำไมไม่สวยเหมือนแม่ ในรายการ WOODY HELP ME PLEASE

สังคมและการเปรียบเทียบดูเหมือนคำนี้แยกไม่ค่อยออก บอม ต้องเจอกับอะไรมาบ้าง ?
บอม เปล่งพานิช : จริงๆ แล้วเจอมาตลอดทั้งชีวิต ทำไมไม่สวยเหมือนแม่เลยล่ะ ทำไมไม่ผอมแบบคนนี้ เขาพูดเพราะว่าเขาหวังดี แต่ว่ามันคือการเปรียบเทียบ แล้วความรู้สึกของเราล่ะ ทำไมเราต้องไปวัดค่าของตัวเอง คุณต้องผอมเท่านี้ คุณต้องสวยเท่านี้
ซึ่งก็ใช้ชีวิตโตขึ้นมากับความรู้สึกแบบนี้ตลอด ?
บอม เปล่งพานิช : แล้วทำไมทักเรื่องอื่นไม่ได้เหรอ คือที่บ้านไม่เคยมีพูดว่าต้องสวยแบบนี้นะ แต่ว่าคนรอบข้างจะเป็นคนที่กดดันว่าทำไมไม่ทำผมทรงนี้ล่ะ ไม่แต่งตัวแบบนี้ล่ะ ทำไม ๆ ๆ มันมีมาตรฐานของวงการที่มันอยู่บนไหล่เรา เหมือนเป็นน้ำหนักที่มันกดเราอยู่ เราต้องแบกความกดดันนี้ไว้ตลอด
ตอนโตขึ้นมามีความรู้สึกกดดันไหมว่าเป็นลูกของ 2 นก คนก็คาดหวังไว้สูง เคยรู้สึกไหมว่าฉันจะต้องหาทางออก ?
บอม เปล่งพานิช : ใช่ค่ะ เราจะต้องไปทำอย่างอื่นไหม บอมมีโอกาสได้ไปเรียนเมืองนอก เรียนการละคร แล้วชอบมาก หรือว่าเราอยากแสดงนะ แต่คิดว่ามันทนไม่ไหว ทนกับความกดดันนี้ไม่ไหว
จัดการกับความรู้สึกตอนนั้นอย่างไร ?
บอม เปล่งพานิช : พูดตรงๆ ว่า มันเป็นแรงกดดันที่เราให้กับตัวเอง มากกว่าที่คนอื่นให้เรา แต่คือใช้เวลา 30 ปีนะกว่าจะคิดได้

ในวันนี้ บอม มั่นใจกับตัวเองมากกว่า 20 ปีที่แล้ว ?
บอม เปล่งพานิช : ถ้าข้างในรู้สึกดี ข้างนอกก็จะรู้สึกดี มันเริ่มจากที่ บอม มากิน Plant-based (อาหารที่ทำจากพืช) ประมาณ 90% เลยรู้สึกว่าข้างในดีขึ้น พอข้างในดีขึ้นมันส่งผลกับสมอง ความคิด และสิ่งที่ทำได้ก็คือจริงจังและจริงใจกับความรู้สึกตัวเองให้มากที่สุด
ความสุขของ บอม คือการได้เดินทาง แล้วพอวันหนึ่งมันกลายเป็นงานเลยเกิดปัญหาขึ้นมา รู้สึกว่าจะอย่างไรกับชีวิตทั้งๆ ที่ควรเป็นสิ่งที่มีความสุขที่สุด?
บอม เปล่งพานิช : เราโชคดีขนาดไหนที่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ แล้วพอผ่านไปประมาณ 2-3 ปี รู้สึกว่ามันเหมือนเดิมไม่ได้มีความรู้สึกตื่นเต้นแล้ว ทำไปทำไม ก็เลยรู้สึกว่าถ้าเราไม่สามารถทำสิ่งที่ตัวเองรักที่สุดได้แล้ว อย่างไรต่อก็เลยลาออก พยายามที่จะแบบว่าไม่อยากเกลียดในสิ่งที่ตัวเองรัก
ในวันนั้นไปต่อด้วยความคิดแบบไหน ?
บอม เปล่งพานิช : มานั่งคิดว่าสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดมันไปต่อไม่ได้แล้ว จะมีอะไรอีกไหม นั่งถามตัวเอง เคยตั้งกฎกับตัวเองไว้ตอนอายุ 18 ว่าฉันจะทำอย่างนี้ๆ แล้วบอมก็ทำหมดทุกอย่างครบหมดในอายุ 28 ตอนบอมได้รางวัล National Geographic ก็แบบแล้วไงต่อ แล้วมีอะไรอีกที่เรายังไม่ได้ทำ เลยเริ่มจากตรงนั้นก่อน บอมชอบการเล่าเรื่อง ชอบ Storytelling แบบไหนบ้าง แล้วก็คิดต่อไปอีก
ดูดี กับ ตัวตน คิดอย่างไรกับการเสริมความงาม ?
บอม เปล่งพานิช : ถ้าทำแล้วคุณรู้สึกสวยทำเลย มันไม่ได้มีอะไรผิดเลย อยากไปฉีดโบท็อกก็ไปฉีด อยากให้หน้าเล็กลงก็ไปทำ มันเป็นการดูแลตัวเองอีกแบบหนึ่ง
ช่วยเล่าประสบการณ์ในการผจญภัยที่อยู่ในใจเราหน่อยได้ไหมว่ามันเป็นทริปไหน ?
บอม เปล่งพานิช : ขับตุ๊กตุ๊กข้ามอินเดีย จากใต้สุดขึ้นเหนือสุด ตอนนั้นได้ทำงานกับ พี่เรย์ แมคโดนัลด์ ก็ช่วยหาข้อมูลรายการ จนมาเจอการแข่งขันอันนี้ เรามีภาระกิจต้องทำให้ได้
บอม มีวิธีจัดการกับความคิด จิตใจ ความมั่นใจ ของตัวเองอย่างไรบ้าง ?
บอม เปล่งพานิช : Let it go พยายามทำอะไรแบบที่ให้ตัวเองมีความสุข บอมเป็นคนใช้เวลากับตัวเองเยอะมาก พยายามบริหารจิตใจตัวเองให้มากที่สุด ด้วยการจริงใจกับตัวเอง ถ้ามัน Make Sense มีโอกาสดูแลตัวเองเยอะ จุดที่ต่ำที่สุดคือมีทางเดียวมันขึ้นแน่นอน เพราะมันคือชีวิต The Only Person You Need To Impress Is Yourself คนเดียวที่เราจะต้องให้ความสำคัญและให้ค่าคือตัวเราเอง

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวจากสาว บอม ฑิชากร เปล่งพานิช ที่ให้ข้อคิดดีๆ และกำลังใจในการดำเนินชีวิต แอดหวังว่าสาวๆทุกๆคนจะมองเห็นคุณค่า และความงามที่ตัวเองมี โดยไม่ต้องเปรียบเทียบกับใครนะคะ แอดเชื่อว่าทุกคนดูดีในแบบของตัวเองได้ เป็นกำลังใจให้นะคะ