ยังคงเป็นเรื่องราวที่ทุกคนให้ความสนใจ กับกรณีการพลัดตกเรือสปีดโบ๊ท ของดาราสาว แตงโม นิดา ท่ามกลางความเสียใจของเพื่อนๆรวมถึงครอบครัว แต่ก็มีอีกหลายอย่างที่ประชาชนตั้งข้อสงสัย เกี่ยวกับเพื่อนๆที่อยู่บนเรือ กับ แตงโม ในค่ำคืนนั้น ล่าสุด วันนี้เพื่อน 4 คนมาออกรายการ โหนกระแส เพื่อชี้แจงเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยมี กระติก (ผจก.) , แซน , ไฮโซปอ และ จ๊อบ (ทีมงานที่บริษัท ปอ) ส่วนอีกหนึ่งคนที่ไม่ได้มาคือ โรเบิร์ต โดยไฮโซปอ บอกว่า โรเบิร์ต เครียดมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น จึงต้องแอดมิท เข้าโรงพยาบาล เลยไม่สามารถมาร่วมรายการได้ในวันนี้

ปอ : เป็นเพื่อนกับ แตงโม ตั้งแต่อายุ 16 อยู่สังกัดโมเดลลิ่งเดียวกัน เป็นจุดเริ่มต้นของการรู้จักกัน เป็นเพื่อน ไม่มีเรื่องชู้สาว เหตุการณ์วันนั้น ตนเองกับกระติกเป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว แล้วทักไปชวนเพื่อนเก่ามาเจอกัน มีหลักฐานการพูดคุยทั้งหมดในไลน์ที่มีการชวน ที่แรกไปเติมน้ำมัน หลังจากนั้นมารับ แซน และไปทานอาหาร เสร็จประมาณ 2 ทุ่มกว่า และเดินทางมาสะพานพระราม 8 ยอมรับว่ามีการดื่มกัน ที่ร้านดื่นไวน์ 1 ขวด ขากลับก็ดื่มไวน์ ยืนยันว่าในเรือมีชูชีพ แต่เพื่อนลงมาถ่ายรูปกันตลอด ยอมรับผิดที่ไม่ได้กำกับเพื่อนให้ใส่เสื้อชูชีพ ถ้าวันนั้นไม่ได้ชวนกระติด ให้มานั่งเรือ กินข้าว เหตุการณ์ต่างๆคงไม่เกิ้ดขึ้น วันนี้รู้สึกผิด และเสียใจ การพูดวันนี้ไม่ได้แสดง รู้สึกจริงๆ ไม่ผิดที่ใครสงสัย อยากให้ลองกลับไปคิด ว่าถ้าเราเจตนาจะเจอเพื่อนเก่า คุณกำลังฟินกับบรรยากาศหันหลังกลับมา เพื่อนหายไปแล้ว ตอนนี้หลังตาก็เห็นหน้าโม นอนไม่หลับ เครียดมาก สังคมตีตราเป็นฆาตกร สำหรับเหตุการณ์ในวันนั้น คือ เราไปทานอาหารกัน ไปถึงประมาณ 6 โมงครึ่ง ทานกันประมาณ 2 ชม. และเดินทางกลับ เราไปกัน 6 คน คุณ เบิร์ต กับผมทำงานด้วยกัน เป็นรุ่นพี่ที่สนิทกัน แต่คุณเบิร์ตไม่ได้รู้จักกับทางเพื่อนๆ และ แตงโม การชวนมาคิดว่าเพื่อนเจอเพื่อนไม่ใช่เรื่องแปลก ไม่มีอะไรที่มีสัญญาณว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ถามว่าเห็นแตงโมเดินผ่านไปมั้ย ยืนยันว่าไม่เห็น เหตุเกิดประมาณ 4 ทุ่มกว่า จากที่ผมหาประมาณตี 1 กว่า ที่อยู่บนเรือ กระติด ยังอยู่ที่ท่าเรือ เรื่องที่โมไปฉี่ กระติกมาบอกว่าพูดไม่ได้นะ เพราะโมเป็นดารา มันเป็นเรื่องภาพ เราบอกว่าไม่ได้ ถ้าเมคมันจะเป็นปัญหา ฉี่ก็คือฉี่ อย่างที่พี่หนุ่มบอกแหละครับ คนตายพูดไม่ได้ ผมไป 6 กลับมา 5 ถ้าเราเตี๊ยมกัน เราจะมาพูดทำไมว่าโมฉี่ ให้เป็นประเด็น แต่เราต้องการพูดความจริง แซนเล่ามา เราก็ต้องพูดความจริง ตอนที่เกิดเหตุการณ์ เราเร่งค้นหาระแวกนั้น วนหา สิ่งที่ได้ยินคือ แซนบอกว่ามีเรือจะออกมา 4 ลำ ประสาน 191 แล้วติกประสานเพื่อนๆ ผมประสานท่าเรือ ผมบอกเบียร์เอาเรืออก ทำให้เรามีเจ็ทสกีช่วยกันตามหา เรื่องหน้าน้ำบนเรือ มีครับ ถามว่าทำไมแตงโมไม่เข้า ผมตอบไม่ได้ และไม่ทราบว่าโมรู้มั้ย ถ้าคนเลยนั่งเรือประเภทนี้จะรู้ เราหากันเหมือนคนบ้า จนกระติกไม่ไหวแล้วต้องเทียบท่า กระติกขอเข้าห้องน้ำ ตอนนั้นคนรุมเยอะมาก หลังจากวันนั้นเรามีการคุยกันว่า จะเอาเรื่องจริงมาให้การกับตำรวจ เราให้พี่ติดต่อผู้กำกับ เพื่อให้ปากคำ ส่วนอีกทีมเราให้ช่วยกันตามหาอย่างเต็มที่ เรื่องภรรยาจะไปฟ้องคนนั้นคนนี้ คุณเบนซ์ คงรู้สึกว่า คนด่าเยอะมากจนถึงลูกผม เขาเลยโพสต์ ผมก็บอกให้เขาลบโพสต์ และออกมาขอโทษ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เราออกรายการ ไม่มีใครอยากให้สูญเสีย เราไม่อย่ากเสียเพื่อนของเราไป มันช็อก และเสียใจมาก ทุกคนต้องการคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้น ผมก็ไปให้การที่ สน. 2-3 วัน หลังจากนี้จะติดต่อแม่โม ผมอยากไปพบ ไปขอโทษที่ผมเป็นเจ้าของเรือ และเป็นเพื่อนกลุ่มสุดท้าย ที่อยู่กับโมเป็นคนสุดท้าย ผมเข้าใจ ผมมีลูก ถ้าวันหนึ่งลูกจากผมไป ผมคงโมโหโกรธแค้น ขอน้อมรับความเสียใจตรงนี้ ขอสัญญากับคุณแม่ จะดูแลงานศพ เพื่อนๆและผมจะดูแลคุณแม่ เหมือนเป็นลูกชายคุณแม่ ไม่ให้น้อยไปกว่าที่โมเคยดูแลคุณแม่ ขอสัญญาทุกคนตรงนี้ เรื่องเยียวยาขอทำทุกอย่าง ขอกราบขอโทษคุณแม่ ขอโทษแฟนคลับโมทุกคน ผมสร้างปัญหาให้กับเพื่อนๆ และบุคคลหลายหน่วยงาน ขอบคุณทีมอาสาที่มาช่วย อยากประกาศเลยว่าจะดูแลแม่โมอย่างเต็มที่ หลังจากเสร็จงานโมแล้ว ผมจะบวชถวายบุญให้กับโมครับ

แซน : แซนไปนั่งหลังเรือ แตงโม น่าจะตกเรือประมาณ สี่ทุ่มนิดๆ แซนนอนอยู่ท้ายเรือ หัวหันมาหัวเรือ ขาอยู่ท้ายเรือ โมเดินมาตรงเครื่อง พอโมเดินมาก็บอกว่า ขอกูฉี่แป๊บนึงนะ แล้วเขาก็นั่งลงไปเลย โดยที่แซนยังไม่ทันได้บอกให้หยุดเรือหรืออะไร ก่อนจะนั่งจับขาเรา 2 มือ ซึ่งสักพักเขาก็ลุกขึ้น เขาจับขาเรา เราตกใจง่าย เราบอกเขาว่า ขอกูตั้งหลักแปบนึงอย่าเพิ่งดึง เขาก็พยักหน้า แล้วเขาก็เสียหลัก เซไปทางด้านซ้ายของเขา เขาไปเกากาบเรือ แล้วก็พลิกตกลงไปต่อหน้าเลย เราคว้าเขาไม่ทัน เรื่องชุดมันขึ้นอยู่กับคน บางคนทำได้ บางคนทำไม่ได้ ยืนยันว่าเขาไปปัสสาวะตรงนั้นจริงๆ หลังจากนั้น ก็ตะโกน เราวนหาแตงโม 2-3 ชม. เทียบท่า 2 ครั้ง เรื่องมีปากเสียงกับทางกู้ภัย ต้องขอโทษด้วย วันนั้นยอมรับว่าตกใจมาก ขอโทษที่มีกริยามารยาทไม่เหมาะสม ที่บอกว่ามาช้า ตอนแรกไม่ทราบว่าเขาเป็นกู้ภัย นึกว่าชาวบ้าน คำว่ากู้ภัยคิดว่าเขาจะมีอุปรกณ์เรือ ที่จะมาช่วยหา ซึ่งเขายืนอยู่บนบก เพราะเราแจ้งกู้ภัยทางน้ำ แซนเลยไม่คิดว่าเขายืนอยู่บนบก ที่ไม่ได้อยู่รอเพื่อนเพราะ เราหากันสุดความสามารถแล้ว เราเหนื่อยและเพลียมาก กลับประมาณ ตี 3-4 และก็ไม่ได้กลับไปอีก เห็นคนช่วยหาเยอะแล้วเลยคิดว่าแซนไม่สามารถจะช่วยเหลืออะไรได้มากไปกว่านั้นแล้ว แซนอยากขอโทษแม่ ที่ไม่ดูแลโมให้ดีกว่านี้

ภาพจากรายการ โหนกระแสกระติก : ยืนยันไม่ได้หลอก แตงโม ให้ขึ้นเรือ มีหลักฐานแชททั้งหมด แต่ไม่ได้เอาให้ใครดู เรื่องไม่ใส่ชูชีพ ตนเองคิดว่าไปเที่ยว และถ่ายรูปตลอดเวลา เลยไม่อยากใส่ๆถอดๆ เลยไม่ได้คิดตรงนั้น รู้สึกว่าไม่อันรตราย ยอมรับโง่เอง สะเพร่าเองในตอนนั้น บรรยกาศในวันนั้น แตงโม แฮปปี้มาก ผลัดกันถ่ายรูป ตอนไปทานข้าว เราก็เข้าห้องน้ำปกติ ที่ร้านอาหาร แต่ แตงโม ไม่ได้เข้า ซึ่งชวนแล้ว เขาบอกว่าเขาไม่ปวด หลังจากนั้นก็กลับไปลงเรือ และก็มีการถ่ายรูป มีดื่มไวน์ต่อ แซนถ่ายรูปให้ กระติกคู่แตงโม ตอน 21.56 น. และ แตงโม ถ่ายรูปให้กระติก รู้สุดท้ายตอน 22.13 น. และแซนนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่หลังเรือ หลังจากนั้นไม่เห็นจริงๆ เพราะนั่งดูวิวแล้ว โมถามหาโทรศัพท์ เราก็เลยบอกว่าให้เอาโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋ากระติก จะได้ไม่ต้องหา สำหรับคลิปของโม กระติดเป็นคนถ่าย โมบอกอยากเป็นนักร้อง และเขาก็เปิดเพลงที่เขาร้อง เราก็เลยบอกให้เขานั่งสวยๆ และก็ทำท่าอย่างที่เห็น เป็นช่วงเพิ่งออกจากร้านอาหาร แตงโม ไม่เมา หลังจากเกิดเหตุ ก็ทำอะไรไม่ถูก และรู้ว่าคนอื่นได้โทรหาหน่วยงานอื่นๆแล้ว กระติกก็โทรหารุ่นพี่ประมาณ 3 คน รู้ว่าโมพลาดตก เพราะไปฉี่จากแซน ที่คุยแชทกับเพื่อนว่า ไม่ให้บอกว่าโมแอบไปฉี่ เพราะภาพเพื่อนเราเป็นดารา เป็นนางเอก ไม่รู้ว่าตอนนั้นเขายังมีชีวิตอยู่มไหม ถ้าเขากลับมามันจะเป็นภาพที่ไม่ดี เราพยายามรักษาตรงนั้นไว้ เราไปบอกทุกคน แต่ปอค้านมาว่าเราต้องพูดความจริง เทียบท่าครั้งที่ 2 เพราะหนูปวดท้อง ขึ้นไปกับคุณเบิร์ต ไปขอชาวบ้าน กลับไปไม่เห็นเรือแล้ว ก็ยืนงงอยู่ว่าจะทำยังไงดี เลยคิดเองว่าไปท่าเรืออีกที ที่เรานัดพวกเพื่อนๆไว้ ไปเจอ พี่โบ TK คุณบีม กับแฟน ก็หากันอยู่ อยู่ตรงนั้นถึงตี 3 กว่า เราอธิษฐานให้โม เพราะรู้ว่าโมไม่ปลอดภัย เราก็เล่าเหตุการณ์ให้พี่เขาฟัง เราไม่ได้ไปไหน หลังจากนั้น ก็กลับบ้านโม เพราะมีหวังว่าเขาจะกลับบ้าน กลับไปดูว่าเขากลับไปบ้านหรือเปล่า ตอนนั้นเราก็สติแตกไปแล้ว เราเห็นว่ามีข่าวออกมาว่าคุณแม่อยู่ตรงนั้นแล้ว เราก็ไม่กล้าสู้หน้าแม่ มีประเด็นว่า กระติกทำไมไม่มาหาแม่ตรงนี้ เราก็รู้สึกกลัวแล้ว เราก็ตกใจ ต้องขอโทษแม่ด้วยที่พูดออกไปว่าแม่ไม่มีชุดประดาน้ำ หนูคิดอะไรไม่ออก ขอโทษที่ใช้คำพูดแบบนั้น ขอโทษจากใจ ไม่สมควรพูดแบบนั้น เรื่องมันเกิดขึ้นไปแล้ว หนูสำนึกแล้ว ขอโทษกับคำพูดที่ไม่เหมาะสม ไม่ได้ตั้งใจกวนตีน มันไม่ได้กลั่นกรองคำพูดที่ดีออกมา เพราะกดดัน มีโทรคุยกับคุณแม่ไปครั้งหนึ่ง ร้องไห้ฟูมฟายใส่ไป ยอมรับว่าไม่กล้าเจอหน้าคุณแม่ กลัวค่ะ ไม่รู้จะสู้หน้าเขายังไง ขอโทษที่หนี หลังจากไปบ้านโม ก็หยิบของของโมยื่นให้แม่บ้าน ก็ไม่ได้สนใจแล้ว หลังจากนั้นก็กลับไปบ้านตัวเอง (ร้องไห้) นั่งคิดถึงเพื่อน ไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้ รู้สึกผิด แต่ไม่ได้แสดงออกมา เพราะความแข็งของเรา ยอมรับกับสิ่งที่มันเกิดขึ้น เรื่องประเด็นที่พูดว่า แตงโม ตายรายได้เราก็หาย ประเด็นนี้มันกว้างมาก หนูเป็นเพื่อนมานาน จนกระทั่งมาเป็น ผจก ให้ เราเป็นทุกๆอย่าง คือชีวิตเรา ไม่มีเขาเราก็แย่นะ ในทุกๆเรื่อง เรื่องมรดกของโมที่จะยกให้ลูก ไม่มีเลยค่ะ ไม่มีการยกภาระให้โม หนูก็รักโม ไม่อยากออกมาพูดอะไร ไม่รู้ว่าคนเขาหวังจะเห็นอะไรในตัวหนู หนูพูดกับพี่หนูก็ต้องดึงสติตัวเอง สาเหตุที่ตอนเช้าไม่ได้กลับไป เป็นเพราะ ประเด็นมันเริ่มเปลี่ยนไปเลยขอปรึกษาคนอื่น อยากจะขอโทษทุกคนที่วันนั้นพลาด ดูแลโมไม่ดีพอ ขอโทษจากใจจริงค่ะ

จ๊อบ : ผมเป็นน้องพี่ปอครับ เห็นพี่โม เดินผ่านไปเฉยๆไปท้ายเรือ เพราะผมอยู่หลังพวงมาลัย หลังจากที่พี่โมตกน้ำ ได้ยินเสียงเสียงพี่แซนตะโกน ผมก็ตะโกนต่อว่า พี่โมตกน้ำ ให้หันเรือกลับ และพยายามจำภาพว่าตกจุดไหน เรื่องประเด็นเสื้อขาด ผมขึ้นไปบนโป๊ะเพื่อให้ข้อมูล เจ้าหน้าที่เอาไฟฉายมาให้ส่องชี้จุด จุดที่ผมชี้ กับจุดที่เจ้าหน้าที่ บางที่มันอาจจะยังไม่ตรงกัน เพราะไฟฉายมันกว้าง เขาบอกยังไม่ชัดเจน ขอแคบกว่านี้อีก ภาพที่เห็นเป็นกันชน ที่จะทำให้เรือไม่กระแทกเสียหาย ไม่ได้ทำร้ายพี่แตงโม ยืนยันว่าเสื้อไม่ได้ขาด (โชว์เสื้อ) ตอนที่วนเรือกลับมา ก็พยายามช่วยฉายไฟตามหาพี่โม ก้มลงไปแทบจะเอาหน้าให้ถึงผิวน้ำมากที่สุด เรามีการสื่อสารกับทางที่โป๊ะตลอด เจ้าหน้าที่เขามาแหละ แต่เขาไม่มีเรือ เลยคิดว่าเรามีเรือของเรามันสามารถหาได้ดีที่สุด เราก็หาต่อไปเท่าที่จะทำได้ วนอยู่นานมาก แต่ไม่รู้เวลา ตอนที่เขาบอกว่าจุดไม่ละเอียด ผมก็พาไป หลังจากนั้น ผมออกไปตามหาอีกวันหนึ่งกับพี่เบิร์ต เมื่อวันที่ 25 ก.พ.

เรียกว่าการออกมาเปิดใจครั้งนี้ของทั้ง 4 คน เป็นครั้งแรก ที่ได้เล่าเรื่องราวต่างๆ ส่วนในเรื่องของคดี คงต้องติดตามต่อไปว่าจะจบอย่างไร หากมีอะไรคืบหน้า แอดจะรายงานให้ทราบต่อไปค่ะ
