4 ผักสุดทน ปลูกง่าย ได้ทุกสภาพอากาศ
จัน ลั่นทุ่ง
16 กันยายน 2567

จะลงทุนปลูกอะไร ก็ต้องศึกษาให้ดีก่อน ยิ่งถ้าไม่มีประสบการณ์ ปลูกผักที่ไวต่อสภาพอากาศก็เสี่ยงมาก ๆ ที่ผลผลิตจะไม่ได้ตามที่ตั้งไว้ แต่หากเราเริ่มปลูกผักที่ทนต่อสภาพอากาศ ปลูกง่าย ให้ผลผลิตไว ก็จะเพิ่มกำลังใจได้มากทีเดียว
แล้วผักอะไรละ ? ที่ปลูกง่าย ทนได้ทุกสภาพอากาศ วันนี้จันคัดมาให้แล้ว 4 ชนิดค่ะ
1. ผักคะน้า (Chinese kale)
การปลูก : คะน้าปลูกง่ายในดินที่มีการระบายน้ำดี และสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน แนะนำให้ใช้ดินร่วนปนทราย
การดูแล : รดน้ำสม่ำเสมอเพื่อให้ดินมีความชุ่มชื้น แต่ไม่ควรให้น้ำขัง ปุ๋ยควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยเคมีสม่ำเสมอทุก 2-3 สัปดาห์
การเก็บเกี่ยว : ประมาณ 30-40 วันหลังปลูก สามารถตัดใบและลำต้นอ่อนเพื่อบริโภคได้
ราคาผลผลิต : ราคาต่อกิโลกรัมโดยทั่วไปประมาณ 30-50 บาท (โดยประมาณ)

2. ผักบุ้งจีน (Water spinach)
การปลูก : สามารถปลูกได้ในดินที่ชุ่มชื้นหรือปลูกในน้ำก็ได้ ปลูกง่ายในสภาพดินร่วนเหนียวและร่วนปนทราย
การดูแล : รดน้ำให้สม่ำเสมอ ป้องกันวัชพืช และให้ปุ๋ยอัตราที่เหมาะสมทุก 2-3 สัปดาห์
การเก็บเกี่ยว : สามารถเก็บได้ภายใน 25-30 วันหลังจากหว่านเมล็ด
ราคาผลผลิต : ราคาต่อกิโลกรัมประมาณ 20-40 บาท ขึ้นอยู่กับฤดูกาล

3. มะระ (Bitter melon)
การปลูก : ปลูกได้ดีในดินร่วนปนทราย แสงแดดเต็มวัน ปลูกโดยการหว่านเมล็ดลงในแปลงปลูก
การดูแล : ต้องการน้ำเพียงพอ ควรรดน้ำสม่ำเสมอและใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักทุก 3-4 สัปดาห์
การเก็บเกี่ยว : มะระจะเก็บเกี่ยวได้ในช่วง 70-80 วันหลังปลูก
ราคาผลผลิต : ราคาต่อกิโลกรัมประมาณ 25-45 บาท โดยประมาณ

4. ถั่วฝักยาว (Yardlong beans)
การปลูก : ถั่วฝักยาวปลูกได้ง่ายในดินที่ระบายน้ำได้ดี และแสงแดดเต็มวัน
การดูแล : ต้องการน้ำสม่ำเสมอ แต่ไม่ควรให้น้ำขัง ปุ๋ยแนะนำเป็นปุ๋ยเคมีสูตรเสมอ
การเก็บเกี่ยว : สามารถเก็บได้ภายใน 50-60 วันหลังปลูก
ราคาผลผลิต : ราคาต่อกิโลกรัมประมาณ 20-35 บาท โดยประมาณ
