จากมะม่วงป่าตามไร่นา สู่มะม่วงดอง ที่ทำสร้างรายได้อย่างเจ๋ง!

จัน ลั่นทุ่ง

จัน ลั่นทุ่ง

20 กุมภาพันธ์ 2567

จากมะม่วงป่าตามไร่นา สู่มะม่วงดอง ที่ทำสร้างรายได้อย่างเจ๋ง!

ของทุกอย่างที่อยู่รอบตัวนั้น บางคนอาจมองว่า ไร้ค่าบ้าง ไม่สามารถทำเงินบ้าง แต่บางครั้งสิ่งของเหล่านั้น ก็อาจสามารถทำเงินได้ เหมือนกับกลุ่มคนเหล่านี้ ที่ใช้เวลาหลังจากเก็บเกี่ยวไร่นา มาตามเก็บมะม่วงป่า แปรรูปเป็นผลไม้ดอง สร้างรายได้หลักหมื่นต่อเดือน

วันนี้จันลั่นทุ่ง ได้มีโอกาสพูดคุยกับ ชาวบ้านจากชุมชนสระหลวง หมู่ที่ 13 ต.จระเข้หิน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ได้รวมกลุ่มกันออกไปหาเก็บมะม่วงป่า ที่ออกผลอยู่ตามไร่นามาจำหน่ายเป็นรายได้เสริมในช่วงที่ว่างเว้นจากการทำการเกษตร เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงฤดูแล้ง เกษตรกรส่วนใหญ่จึงยังไม่ได้เริ่มฤดูกาลเพาะปลูก และตอนนี้เป็นช่วงที่มะม่วงป่ากำลังออกผลดกเต็มต้น และหากปล่อยไว้ให้แก่จัดก็ไม่สามารถเก็บมารับประทานได้

นางสาวบังอร ชนะพิพัฒน์ อายุ 48 ปี หนึ่งในชาวบ้านที่ออกมาตระเวนหาเก็บมะม่วงป่าเพื่อนำไปจำหน่ายเป็นรายได้เสริม เปิดเผยว่า มะม่วงป่านั้นจะเกิดขึ้นทั่วไปตามหัวไร่ปลายนาในพื้นที่ ส่วนใหญ่จะมีอายุหลายสิบปีแล้ว ลำต้นก็จะใหญ่ตั้งแต่ 1 คนโอบขึ้นไป บางต้นสูงเกือบ 10 เมตรเลยทีเดียว และต้นที่จะพอมีลูกให้ได้เก็บก็จะต้องมีความสูงอย่างน้อยก็ไม่ต่ำกว่า 5 เมตร และลำต้นของมะม่วงป่านั้นส่วนใหญ่จะตั้งตรงสูงขึ้นไปก่อนกว่า 3 เมตร จึงจะมีกิ่งก้าน ทำให้การปีนป่ายทำได้ลำบาก อีกทั้งกิ่งยังเสาะหักได้ง่ายจึงทำให้ไม่นิยมปีนขึ้นไปเก็บ เพราะอาจจะเกิดอันตรายได้ง่าย ชาวบ้านจึงต้องใช้ไม้ไผ่ยาวติดตะขอเพื่อใช้ดึงและสั่นให้ลูกมะม่วงตกลงมาเอง ทำให้แต่ละต้นจะไม่สามารถเก็บได้ทั้งหมด และจะเหลือหล่นทิ้งให้เห็นทั่วไปทุกปี

สำหรับมะม่วงป่านั้น ลูกที่นิยมเก็บจะมีขนาดโตเกือบลูกปิงปองเท่านั้น เพราะหากโตกว่านั้นจะแก่ และไม่มีเนื้อ รับประทานไม่ได้ ซึ่งในช่วงนี้มะม่วงป่าจะมีเวลาให้เก็บผลประมาณ 1 เดือนเท่านั้น หรือในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ชาวบ้านจึงพากันเร่งออกหาเก็บเพื่อนำไปขาย ซึ่งก็จะขายได้ทั้งแบบสด และแบบดอง โดยราคาของมะม่วงป่าแบบสดๆ ขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 30 – 40 บาท ส่วนราคามะม่วงป่าดองนั้น จะขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 60 บาท

นางสาวบังอร บอกอีกว่า แต่ละปีตนเองจะสามารถเก็บมะม่วงป่ามาขายสดและดองเก็บไว้ขายได้เกือบทั้งปีนับร้อยกิโลกรัม รายได้เสริมปีและเกือบ 10,000 บาท เพราะมะม่วงป่าเป็นที่นิยมเนื่องจากมีกลิ่นเฉพาะตัว โดยเฉพาะมะม่วงป่าดองจะมีลูกค้าออเดอร์สั่งจองมาจากทั้งในจังหวัดและนอกจังหวัด หมดเกลี้ยงทุกปี ซึ่งก็ถือว่าเป็นเพราะแทบไม่ต้องลงทุนอะไร เพียงแค่ลงแรงในการออกไปหาเก็บเอาเท่านั้น แต่ก็ยังมีข้อควรระวังอย่างมาก ก็คือยางของมะม่วงป่า ที่จะมีความอันตราย หากถูกผิวหนังโดยตรงจะทำให้เกิดอาการระคายเคือง หากใครแพ้หนักก็จะทำให้เกิดเป็นแผลผุพองได้ และหากเข้าตาจำนวนมากอาจจะรุนแรงถึงขั้นตาบอดได้ ดังนั้นการเก็บมะม่วงป่าต้องระมัดระวังให้ดี สวมใส่เสื้อผ้าให้มิดชิด และควรสวมหมวกไว้ตลอดด้วย