ครั้งแรกในไทย กรมหม่อนไหม ค้นพบ ไหมมันรังเหลือง ที่สระแก้ว

ตู๋ อีจัน

ตู๋ อีจัน

31 มีนาคม 2564

ครั้งแรกในไทย กรมหม่อนไหม ค้นพบ ไหมมันรังเหลือง ที่สระแก้ว

ข่าวดีสำหรับผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมค่ะเพราะตอนนี้ทาง กรมหม่อนไหม ค้นพบไหมพันธุ์ใหม่ที่ชื่อว่า “ไหมมันสำปะหลังสระแก้ว” เป็นไหมกินใบมันสำปะหลังรังเหลือง ซึ่งค้นพบเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่จังหวัด สระแก้ว ลักษณะเด่นคือรังมีสีเหลือง ขนาดใหญ่ เลี้ยงง่าย เร่งพัฒนาเพื่อถ่ายทอดส่งต่อให้ เกษตรกร เลี้ยงสร้างรายได้ภายในปลายปี 2564 นี้

นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า กรมหม่อนไหมได้มอบหมายให้หน่วยส่งเสริมหม่อนไหมสระแก้ว ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหมหัตถกรรม ไหมอุตสาหกรรม ไหมอีรี่ ไหมดาหลาและแมลงทับ ล่าสุดได้พบไหมพันธุ์ใหม่ เรียกว่า “ไหมมันสำปะหลังสระแก้ว (CASA SILK)” เป็นไหมกินใบมันสำปะหลัง แต่มีลักษณะที่แตกต่างจากไหมกินใบสำปะหลังทั่วไปที่มีสีขาวขุ่น นั่นคือไหมมันสำปะหลังสระแก้วนี้ รังมีสีเหลืองค่อนข้างเข้ม มีขนาดใหญ่ ยาวเรียว เส้นใยจะสานกันหลวมปลายข้างหนึ่งค่อนข้างแหลม ปลายอีกข้างหนึ่งมีรูเปิดเล็ก ๆ เพื่อให้ผีเสื้อออกจากรัง ผู้เลี้ยงสามารถดึงเส้นใยจากรังด้วยวิธีปั่น (Spun) แบบเดียวกับการปั่นฝ้าย ไม่ได้ใช้วิธีสาวแบบไหมกินใบหม่อน ดังนั้นจึงไม่ต้องต้มรังตอนที่ยังมีดักแด้ไหมอยู่ในรัง เพียงแค่ตัดเปลือกรัง หรือรอให้ผีเสื้อออกมาก่อน ก็สามารถนำรังไปต้มเพื่อละลายสารเหนียวที่เคลือบเส้นไหมออกแล้วนำไปปั่นได้เลย สามารถนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์สินค้าฮาลาลได้

ด้วยไหมมันสำปะหลังสระแก้วมีสีรังสีเหลืองเข้มที่แตกต่างจากรังไหมที่กินใบมันสำปะหลังปกติทั่วไปที่มีสีขาวขุ่น และมีขนาดใหญ่กว่าไหมที่เลี้ยงด้วยใบหม่อน แต่มีโปรตีนใกล้เคียงกัน จึงอาจมีความแตกต่างของสารสำคัญ อาทิ กรดอะมิโน ลูทีน เป็นต้น ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และเวชสำอางได้ อีกทั้งในปัจจุบันกระแสความนิยมโปรตีนจากแมลงกำลังได้รับความนิยม จึงนำมาผลิตเป็นโปรตีนจากแมลง ตามแนวเกษตรสีเขียว (Green Agriculture) หรือเกษตรยั่งยืนที่มีกระบวนการผลิตที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและสุขภาพ

สำหรับการเลี้ยงไหมมันสำปะหลังสระแก้วนั้น เกษตรกรสามารถเลี้ยงด้วยใบมันสำปะหลังเป็นอาหาร เลี้ยงง่าย มีความแข็งแรงทนทานต่อสภาพอากาศร้อน เหมาะสำหรับเกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลังเป็นอาชีพหลักอยู่แล้ว สามารถเก็บใบมันสำปะหลังมาเลี้ยงไหมมันสระแก้วเป็นอาชีพเสริมได้ ซึ่งการเก็บใบมันสำปะหลังนั้น หากเก็บไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์ของต้น ยังคงสามารถเพิ่มผลผลิตของมันสำปะหลังได้ ไหมมันสระแก้วมีวงจรชีวิต 45-60 วัน เลี้ยงได้ 4 – 5 รุ่นต่อปี เกษตรกรสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายรังและดักแด้ ประมาณ 6,000 บาทต่อรุ่น นอกเหนือจากการปลูกมันสำปะหลัง ซึ่งปัจจุบันมีตลาดซึ่งมีความต้องการรับซื้อรังไหม จำนวน 30 ตัน/เดือน แต่เกษตรกรผลิตได้ 10 ตัน/ปี จึงควรส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงเพื่อเป็นอาชีพเสริมหรือเป็นอาชีพหลักมากขึ้น

“กรมหม่อนไหมจะจัดตั้งศูนย์อนุรักษ์ไหมป่าเพื่อการใช้ประโยชน์เฉลิมพระเกียรติ 90 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่เกษตรกร กรมหม่อนไหมได้เร่งศึกษาวิจัยและพัฒนาพันธุ์ไหมมันสำปะหลังสระแก้ว ซึ่งคาดว่าจะถ่ายทอดโดยผลิตและแจกจ่ายให้เกษตรกรนำไปเลี้ยงเพื่อสร้างรายได้ในปลายปีนี้” อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าว

ครั้งแรกในไทย กรมหม่อนไหม ค้นพบ ไหมมันรังเหลือง ที่สระแก้ว