“โรคไข้ดิน” ยอดติดเชื้อพุ่งแรง กรมวิทย์ฯ สั่งจับตาเข้มหลังพบผู้เสียชีวิต 

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

22 เมษายน 2569

“โรคไข้ดิน” ยอดติดเชื้อพุ่งแรง กรมวิทย์ฯ สั่งจับตาเข้มหลังพบผู้เสียชีวิต 

กรมวิทย์ฯ เผย โรคเมลลิออยโดสิส หรือโรคไข้ดิน มีแนวโน้มผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ตอนนี้ต้องเฝ้าระวังอย่างหนักเลยค่ะ  

วันนี้(22 เม.ย.69) เว็บไซต์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาเผยว่า สถานการณ์โรคเมลิออยโดสิส หรือโรคไข้ดิน จากข้อมูลทางห้องปฏิบัติการพบแนวโน้มผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น พร้อมให้บริการตรวจวินิจฉัยด้วยวิธีทางชีวโมเลกุล เพื่อสนับสนุนการวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที และการเฝ้าระวังสายพันธุ์ดื้อยาต้านจุลชีพ 

ซึ่งจากกรณีพบผู้เสียชีวิตจากโรคเมลิออยโดสิส กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมในการตรวจเชื้อก่อโรค โดยให้บริการตรวจวินิจฉัยแบบครบวงจร ประกอบด้วย การตรวจรวดเร็วทางซีรัมวิทยาเพื่อตรวจหาระดับแอนติบอดีในเลือด การเพาะเลี้ยงเชื้อ การตรวจสารพันธุกรรมด้วยวิธี real-time PCR การตรวจจีโนมเชื้อก่อโรค และการทดสอบความไวต่อยาต้านจุลชีพ โดยแพทย์จะใช้ผลตรวจร่วมกับอาการและประวัติของผู้ป่วยในการวินิจฉัยโรคและการรักษาผู้ป่วย  

ซึ่งในปีงบประมาณ 68 สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข ได้รับตัวอย่างผู้ป่วยสงสัยโรคเมลิออยโดสิส จำนวน 177 ตัวอย่าง พบการติดเชื้อ 38 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 21.5 โดยเป็นเพศชาย 110 ตัวอย่าง พบติดเชื้อ 23 ตัวอย่าง (ร้อยละ 20.9) และเพศหญิง 67 ตัวอย่าง พบติดเชื้อ 15 ตัวอย่าง (ร้อยละ 23.4) เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลย้อนหลัง 4 ปี (พ.ศ. 2564–2567) พบว่ามีจำนวนตัวอย่างส่งตรวจรวม 542 ตัวอย่าง และพบการติดเชื้อ 40 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 7.4 สะท้อนให้เห็นว่าอุบัติการณ์ของโรคเมลิออยโดสิสมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน  

นอกจากนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ยังมีศักยภาพในการตรวจวินิจฉัยด้วยวิธี real-time PCR จากสิ่งส่งตรวจโดยตรง เช่น เลือด serum plasma และขวด hemoculture ซึ่งช่วยเพิ่มความรวดเร็วและความแม่นยำในการยืนยันผลทางห้องปฏิบัติการ อีกทั้งมีการตรวจวิเคราะห์โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายในกรณีตรวจยืนยันเชื้อก่อโรคด้วยการวิเคราะห์จีโนม โดยเฉพาะในเชื้อที่อาจจำแนกผิดพลาดหรือสายพันธุ์ใกล้เคียงอื่นๆ และมีการเฝ้าระวังสายพันธุ์ดื้อยา ด้วยการทดสอบความไวต่อยาต้านจุลชีพและการศึกษายีนดื้อยา 

ย้ำว่า โรคเมลิออยโดสิส เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรีย Burkholderia pseudomallei ที่พบในดินและน้ำ โดยมักพบการระบาดในช่วงฤดูฝน และสามารถพบได้ในทุกภูมิภาคของประเทศไทย เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล การสูดดมฝุ่นดิน หรือการดื่มน้ำที่ปนเปื้อน อาการมีตั้งแต่ไข้สูง หายใจลำบาก แน่นหน้าอก ไปจนถึงมีแผลบวมแดงหรือฝีหนอง และหากเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด อาจทำให้เกิดภาวะติดเชื้อรุนแรงและเสียชีวิตได้ อย่างไรก็ตาม โรคนี้สามารถรักษาให้หายได้ หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างรวดเร็ว ดังนั้น ประชาชนที่มีความเสี่ยง หากมีอาการผิดปกติ เช่น มีไข้สูงต่อเนื่อง หรือมีประวัติสัมผัสดินและน้ำ ควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง และตรวจยืนยันสำหรับการรักษาระยะต่อเนื่องเพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำ 

ตอนนี้เชื่อว่าหลายคนคงวิตกกันไม่น้อยค่ะ เเต่ก็ไม่ต้องตกใจนะคะ ขอเเค่ให้ระวังเรื่องสุขภาพกันให้มากที่สุดเพราะตอนนี้โรคเยอะมากๆ เราอาจจะล้มป่วยเเบบที่ไม่รู้ตัวว่าตัวเองป่วยอะไรอยู่เลยก็ได้   

ที่มา: https://www.dmsc.moph.go.th/th/detailAll/3574/nw/25