เตือนภัย! สาววัย 31 เกิดต่อมน้ำเหลืองโตปริศนา สาเหตุเกิดจากภูมิคุ้มกันผิดปกติ? 

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

22 เมษายน 2569

เตือนภัย! สาววัย 31 เกิดต่อมน้ำเหลืองโตปริศนา สาเหตุเกิดจากภูมิคุ้มกันผิดปกติ? 

เคสนี้เตือนภัยได้เลยค่ะ!  ระวังเรื่องของต่อมน้ำเหลืองโต 

วันนี้ (22 เม.ย.69)  หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC” เตือนภัยเเละยกเคสเกี่ยวกับเรื่องของสุขภาพที่เราต้องดูเเลอย่างใกล้ชิด  

ผู้ป่วยหญิงอายุ 31 ปี ปกติแข็งแรงดี เริ่มมีต่อมน้ำเหลืองโตที่บริเวณคอใต้คางด้านซ้าย 3 เดือน ต่อมน้ำเหลืองเวลากด เจ็บบ้าง ไม่มีไข้ ไม่เบื่ออาหาร น้ำหนักไม่ลด ไม่ปวดข้อ ไม่มีผื่น ไม่แพ้แดด ผมไม่ร่วง  เเต่มีแผลในปากเป็นๆหายๆ 6 เดือน ซึ่งเขาไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ 

พอตรวจร่างกาย ก็ปกติไม่มีไข้ ทุกอย่างปกติ  พอเจาะเลือด เม็ดเลือดขาวต่ำ 1,760 เกล็ดเลือดต่ำ 120,000  ค่าอักเสบของเลือดสูงเล็กน้อย ESR 32, hs-CRP 46 ANA บวก homogeneous pattern 1:1280  ส่ง ANA profile ผลเป็นลบทุกตัว ผลการตรวจเลือดออกมาก็ไม่พบการติดเชื้อ HIV  เอกซเรย์ปอดปกติ ยกเว้น ต่อมน้ำเหลืองที่คอข้างซ้ายโต เเละทีมเเพทย์ ตัดต่อมน้ำเหลืองส่งตรวจพยาธิวิทยา  เข้าได้กับโรคคิคูซิ-ฟูจิโมโต แต่แยกโรคพุ่มพวง SLE ไม่ได้ 

วินิจฉัย: โรคคิคูซิ-ฟูจิโมโต  แนะนำเฝ้าดูอาการ ต่อมน้ำเหลืองยุบเองภายใน 1 สัปดาห์ ผลเลือด ANA บวก 1:1280 ทำให้แยกโรคพุ่มพวง SLE ออกไม่ได้  สงสัยอาจเป็น 2 โรคเกิดขึ้นพร้อมกัน จึงให้ยา hydroxychloroquine 200 มก.วันละครั้งเพื่อรักษาโรค SLE  ติดตามการมองเห็นหลังการกินยา เพราะยาอาจทำให้จอประสาทตาบางคนเสื่อม 

โรคคิคูชิ-ฟูจิโมโต รายงานครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นในปีค.ศ. 1972 พบได้ไม่บ่อย  พบในคนเอเชีย รวมทั้งประเทศไทยมากกว่าชนชาติอื่น ส่วนใหญ่เจอในคนอายุน้อยกว่า 40 ปี  ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต บางคนมีไข้ สาเหตุเกิดจากภูมิคุ้มกันผิดปกติ อาจถูกกระตุ้นด้วยเชื้อไวรัสบางชนิด  วินิจฉัยด้วยการตัดต่อมน้ำเหลืองมาตรวจทางพยาธิวิทยา ส่วนใหญ่จะหายได้เองในเวลา 4 เดือน  สำหรับคนที่มีอาการรุนแรง รักษาได้ด้วยยาสเตียรอยด์ ผู้ป่วยรายนี้เป็นโรคคิคูชิ-ฟูจิโมโต  และอาจมี SLE ในเวลาเดียวกัน ติดตามใกล้ชิดต่อไป 

บอกเลยว่าอาการเเบบนี้ขึ้นได้เเบบที่ร่างกายปกติดีทุกอย่างเลย อันนี้เเหละภัยน่ากลัวที่สุดเลยค่ะ อย่าลืมเช็กกันด้วยนะคะ  

ที่มา: https://www.facebook.com/share/p/1GYVYZ4cS6/