จริงเหรอ? หนุ่มอังกฤษ กินเยลลี่ 3 กก. ใน 3 วัน ป่วยหนักจนต้องแอดมิท
พอลลี่ อีจัน
10 ตุลาคม 2568

เคสนี้แปลก แล้วมันเกิดขึ้นได้จริงมั้ย?
เมื่อวันที่ 6 ต.ค.68 ที่ผ่านมา สื่อต่างประเทศ เผยเรื่องราวอุทาหรณ์ของ นาธาน ริมิงตันชายวัย 33 ปี คนขับรถบรรทุกจากยอร์กเชียร์ ที่ต้องแอดมิทฉุกเฉินหลังจากกินขนมเยลลี่จำนวนมากเข้าไป 3 กิโลกรัม หมดภายใน 3วัน เพราะความอยาก
เรื่องราวต่อจากนั้นก็คือ เขากินเยลลี่ทั้งหมดที่มีพลังงาน 10,461 กิโลแคลอรี ภายในเวลาเพียง 3 วัน และเริ่มมีอาการร่างกายผิดปกติอย่างรุนแรงด้วย ปวดท้องรุนแรง เหงื่อออก ความดันโลหิตสูงและเหงื่อเย็น (การขับเหงื่อที่เกิดขึ้นกะทันหัน) ซึ่งในตอนแรกแพทย์คาดว่าเขาอาจเป็นอาหารเป็นพิษแต่ผลตรวจเพิ่มเติมพบว่ามีระดับเจลาตินสูงผิดปกติในระบบทางเดินอาหาร จึงถูกวินิจฉัยว่าเป็น “โรคถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบเฉียบพลัน”

ทางแพทย์เองได้สั่งงดอาหารทางปากกับ นาธาน ริมิงตัน ทันทีและให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ และต้องพักรักษาตัวใน ห้อง ICU เป็นเวลา 6 วัน ด้วยอาการไข้สูงและอาการปวดท้องรุนแรง โชคดีที่เขาฟื้นตัวเต็มที่หลังการรักษา แต่ไม่สามารถกินเยลลี่ได้อีกนาน ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการบริโภคอาหารหวานหรือมีเจลาตินปริมาณมากในช่วงเวลาสั้น ๆ อาจเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินอาหารได้
ล่าสุด อีจัน ได้มีการสอบถามคุณหมอ นพ. รัชวิชญ์ เจริญกุล อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชั่นแนล เพิ่มเติมเกี่ยวกับเคสนี้และอาการโรคถุงผนังลำไส้อักเสบ คุณหมอระบุว่า…..

โรคที่ชายคนดังกล่าวเป็น คือ “โรคถุงผนังลำไส้อักเสบ (Diverticulitis)” ไม่ได้เกิดจากการกินเยลลี่โดยตรง ซึ่งสาเหตุหลักมาจาก ภาวะท้องผูกเรื้อรัง อายุที่มากขึ้น รวมถึง ความผิดปกติของผนังลำไส้ตั้งแต่กำเนิด
แพทย์เปรียบเทียบให้เข้าใจง่ายๆว่า
“ลำไส้มันเหมือนถนนเรียบ ๆ พออายุเยอะ ถนนมันก็ทรุด เป็นหลุมเป็นบ่อจนกลายเป็นถุงพูดง่ายๆ คือถนนที่มีหลุมบ่อเยอ ๆ”
เมื่อ “ถนนในลำไส้” มีหลุมบ่อมาก อุจจาระก็จะเข้าไปอุดตันในถุงนั้นได้ โดยเฉพาะในคนที่ท้องผูกบ่อย ๆ พออุจจาระค้างอยู่ ความดันในลำไส้ก็จะเพิ่มขึ้น ทำให้ถุงโป่งพองและผนังรอบ ๆ บางลง บางรายอาจมีเลือดออกหรือเกิดการอักเสบได้
ในกรณีที่อาการรุนแรงจนเสียชีวิต มักเกิดจากการอักเสบที่เป็นมาระยะหนึ่งแล้ว และมีการติดเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด ซึ่งถือว่าพบได้น้อยมาก เพราะส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะมาด้วยอาการปวดท้องก่อน และได้รับการผ่าตัดทันทีในรายที่อักเสบรุนแรง
สำหรับกรณีที่มีข่าวว่าเกิดหลังจากกินเยลลี่จำนวนมาก แพทย์ย้ำว่า “เจลาติน” ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของเยลลี่ ไม่สามารถสะสมหรือไปอุดตันในลำไส้ได้ จึงไม่ใช่สาเหตุของการเกิดถุงผนังโป่งพอง
อย่างไรก็ตาม การกินเจลาตินหรือขนมลักษณะเหนียว เช่น ขนมเทียน ขนมไหว้พระจันทร์ หรือโมจิญี่ปุ่น มีความเสี่ยงในกลุ่ม เด็กและผู้สูงอายุ เพราะอาจ ติดคอหรือกลืนลำบากจนขาดอากาศหายใจได้ ในส่วนของ เจลลี่ที่มีสีสันหลากหลาย แพทย์เตือนว่า บางยี่ห้ออาจมีการใช้สีสังเคราะห์ในปริมาณสูง โดยเฉพาะสีแดง ซึ่งในหลายประเทศมีการจำกัดการใช้ เนื่องจากอาจมีสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย หากบริโภคในปริมาณมากเป็นเวลานาน
ขณะเดียวกัน การกินเยลลี่หรือขนมหวานในปริมาณมากยังทำให้ได้รับ แคลอรีสูงเกินไป จนน้ำหนักเพิ่ม ในกรณีของชายที่กินเยลลี่มากถึง 3 กิโลกรัม แพทย์มองว่า อาจมี ภาวะกินไม่หยุด (Binge Eating Disorder) ซึ่งเป็นโรคทางจิตเวชที่ทำให้ไม่สามารถควบคุมการกินได้ เพราะโดยทั่วไป “คนปกติ” ไม่สามารถกินขนมได้ถึงขนาดนั้น
แพทย์แนะนำว่า การป้องกันโรคถุงผนังลำไส้อักเสบสามารถทำได้ง่าย ๆ โดย
-รับประทานอาหารที่มี ไฟเบอร์สูง เช่น ผักและผลไม้ให้ได้ประมาณ ¼ ของมื้ออาหาร
-ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร (ประมาณ 8 แก้ว)
-ขับถ่ายให้สม่ำเสมอ ไม่ปล่อยให้ ท้องผูกเกิน 2 วัน
-ฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลา โดยเฉพาะในตอนเช้า
ซึ่งคุณหมอได้ตอบชัดในเรื่องนี้แล้วค่ะ สำหรับเคสนี้เองก็เป็นอีก 1 อุทาหรณ์สำหรับคนที่กินไม่หยุดหรือกินมากจนเกินไปนะคะ เพราะอาหารบางอย่างที่กินมากไป ยิ่งเป็นของแปรรูปด้วยแล้วก็อาจส่งผลที่ไม่ดีต่อร่างกายได้ค่ะ
ที่มา:odditycentral