คตร. จี้โรงกลั่นรีดกำไรส่วนเกิน ส่งกองทุนน้ำมันอุ้มราคาน้ำมันช่วยประชาชน
วินทร์ กุมภเศรษฐ์
4 เมษายน 2569

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) ครั้งที่ 2 ประชุมยาวนานกว่า 4 ชม. โดยเริ่มประชุมตั้งแต่เวลา 16.00 -20.20 น. ว่า ที่ประชุมมีมติให้โรงกลั่นน้ำมัน จำนวน 6 แห่ง นำส่งกำไรส่วนเกินในช่วงเดือนมี.ค. 2569 มาช่วยอุดหนุนแบ่งเบาความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมสั่งการให้กระทรวงพลังงาน ไปสรุปตัวเลขต้นทุนที่แท้จริงอีกครั้ง แล้วนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรกหลังเข้าเฝ้าถวายสัตย์ในวันที่ 6 เม.ย. 2569

“เราได้มีกำหนดศึกษาใน 15 วัน ได้รับคำสั่งแล้ว ทำงานทันที เพื่อให้ได้ข้อสรุปภายใน 15 วัน ซึ่งเพียง 2 วันเราได้ข้อสรุปแล้ว เพื่อให้ผลการศึกษาของเราไปช่วยเหลือประชาชนได้เร็วที่สุด พร้อมเสนอครม.นัดแรกในวันที่ 6 เม.ย. 2569 ”
สำหรับวันนี้ (3 เม.ย. 69) ได้เชิญโรงกลั่นน้ำมันมาหารืออีกครั้ง เพื่อนำข้อมูลต้นทุนที่แท้จริงมาคำนวณ เบื้องต้นช่วงเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นช่วงสงครามตะวันออกกลาง ค่าการกลั่นสูงถึง 14 บาทต่อลิตร เนื่องจากโรงกลั่น ยังไม่ได้นำต้นทุน War Premium หรือค่าประกันภัย ค่าขนส่ง ที่สูงขึ้นในช่วงสงคราม มาคำนวณด้วย แต่หากนำมาคำนวณรวมกับต้นทุนน้ำมันแล้ว จะทำให้ค่าการกลั่นอยู่ที่ 7.30 บาทต่อลิตร ซึ่งก็ยังสูงกว่าเหตุการณ์ปกติ ดังนั้นจึงทำให้โรงกลั่นมีกำไรมากขึ้น โดยใช้อำนาจ ครม. เหมือนเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2565

“การเสนอให้โรงกลั่นนำส่งกำไรส่วนเกิน ถือว่าทำได้ตามอำนาจของ ครม. ซึ่งรวดเร็ว โดยไม่ต้องแก้กฎหมายใดๆ ซึ่งรัฐบาลต้องการช่วยเหลือแบ่งเบาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็วที่สุด และขณะนี้ยังไม่รู้สงครามจะสิ้นสุดเมื่อใด มีสิ่งใดที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้ ก็จะทำ”
นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า เมื่อโรงกลั่นมีกำไรมากขึ้นจึงขอให้กระทรวงพลังงาน ไปเจรจาขอความร่วมมือกับโรงกลั่นน้ำมัน ส่งกำไรส่วนเกินเข้าให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อนำไปอุดหนุนราคาน้ำมันให้ประชาชน โดยใช้อำนาจของ ครม. เช่นเดียวกับมติ ครม. เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2565 ส่วนราคาขายปลีกจะปรับลดลงเท่าใดนั้น กระทรวงพลังงานจะกลับไปทำรายละเอียดเพื่อนำเสนอ ครม. พิจารณาอนุมัติต่อไป