ส.ผู้ส่งออกข้าวร้อง! บาทแข็ง-ผันผวนหนัก ทุบรายได้เกษตรกรวูบ

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

11 กันยายน 2568

ส.ผู้ส่งออกข้าวร้อง! บาทแข็ง-ผันผวนหนัก ทุบรายได้เกษตรกรวูบ

วันนี้ (11 ก.ย.68) รายงานจากหอการค้าไทย เผยว่า นับตั้งแต่ต้นปี 2568 ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นกว่า 7% ขณะที่ประเทศผู้ส่งออกข้าวรายสำคัญ เช่น อินเดีย เวียดนาม และปากีสถาน ต่างมีค่าเงินอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้ความแตกต่างด้านอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างไทยกับคู่แข่งสูงมากถึง 10 กว่าเปอร์เซ็นต์

ข้อมูลอัตราแลกเปลี่ยน (ที่มา: xe.com)

บาทไทย (THB) : 34.33  → 31.68 /USD (+7.7% แข็งค่า)

รูปีอินเดีย (INR) : 85.57  → 88.19 /USD (–3.1% อ่อนค่า)

ดองเวียดนาม (VND) : 26,269 → 26,396 /USD (–3.6% อ่อนค่า)

รูปีปากีสถาน (PKR)  : 283.69 → 283.53 /USD (–1.8% อ่อนค่า)

ส่วนต่างค่าเงินเมื่อเทียบกับไทย

อินเดีย: 10.8%

เวียดนาม: 11.3%

ปากีสถาน: 9.5%

ตัวอย่างผลกระทบหากผู้ส่งออกไทย อินเดีย เวียดนาม และปากีสถาน ต่างขายข้าวขาว 5% ในราคา FOB (Free On Board) 350 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน เท่ากัน รายได้ที่แปลงเป็นเงินบาทจะแตกต่างกัน ดังนี้

ประเทศไทย ส่วนต่างค่าเงินเมื่อเทียบไทย  ไม่ได้รับผลกระทบ ทำให้มีรายได้ 11,025 บาท/ตัน มากกว่าไทย (บาท/ตัน)

ประเทศอินเดีย ส่วนต่างค่าเงินเมื่อเทียบไทย +10.8% ทำให้มีรายได้ 12,216 บาท/ตัน มากกว่าไทย 1,191 บาท/ตัน

ประเทศเวียดนาม ส่วนต่างค่าเงินเมื่อเทียบไทย +11.3%% ทำให้มีรายได้ 12,271 บาท/ตัน มากกว่าไทย 1,246 บาท/ตัน

ประเทศปากีสถาน ส่วนต่างค่าเงินเมื่อเทียบไทย +9.50% ทำให้มีรายได้ 12,072 บาท/ตัน มากกว่าไทย 1,047 บาท/ตัน

แสดงให้เห็นว่า แม้ขาย FOB เท่ากัน แต่ประเทศคู่แข่งได้รับเงินมากกว่าไทยถึง 1,000–1,250 บาท/ตัน ซึ่งหมายความว่า ชาวนาไทยได้รับรายได้น้อยกว่าชาวนาประเทศคู่แข่งทันทีจากผลของค่าเงินบาทแข็ง ไม่ใช่เพราะราคาข้าวต่ำกว่า แต่เป็นเพราะความเสียเปรียบด้านอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง

เมื่อคำสั่งซื้อลดลง ผลกระทบจะตกสู่เกษตรกรโดยตรง โดยเฉพาะในช่วงนาปีปลายปีนี้ที่ผลผลิตกำลังจะออก หากคำสั่งซื้อจากต่างประเทศชะลอตัว จะยิ่งซ้ำเติมให้ราคาข้าวในประเทศลดต่ำลงอย่างรุนแรง

สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยจึงขอให้ รัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เร่งดำเนินมาตรการอย่างเร่งด่วนและเป็นรูปธรรม เพื่อดูแลเสถียรภาพค่าเงินบาท ไม่เพียงแต่ป้องกันไม่ให้ค่าเงินบาทแข็งค่ามากเกินไปเท่านั้น แต่ยังควรดำเนินการให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงสู่ระดับที่สามารถแข่งขันได้ และคงความมั่นคงไม่ให้เกิดความผันผวนรุนแรง

“สถานการณ์นี้ถือเป็น วาระเร่งด่วน หากไม่มีการแก้ไขทันท่วงที ค่าเงินบาทที่แข็งและผันผวน จะเป็นอุปสรรคต่อความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยในตลาดโลก และสร้างผลกระทบเชิงลบต่อรายได้ของเกษตรกรไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”