“หมอพรหมินทร์” ย้ำ ไทยผ่านวิกฤติภาษีสหรัฐฯ ถึงเวลาปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ
วินทร์ กุมภเศรษฐ์
4 สิงหาคม 2568

น.พ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้ผ่านพ้นวิกฤติเรื่องของภาษีทรัมป์ซึ่งถือว่าเป็นวิกฤติที่ไม่ใช่ประเทศไทยเผชิญประเทศเดียวแต่เป็นวิกฤติของหลายประเทศทั่วโลก ขณะนี้ประเทศไทยได้ข้อยุติที่สำคัญและเป็นประโยชน์ยิ่งในการดำเนินของภาคธุรกิจต่อไป

“ภารกิจของรัฐบาลยังไม่จบ แม้ว่าไทยจะผ่านพ้นในส่วนที่เป็นวิกฤติไปแล้ว นั่นคือได้รับคำตอบที่ชัดเจนและคำตอบนี้ถือว่าประเทศไทยสามารถดำเนินการค้า เปิดตลาดได้กว้างขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดคือไทยได้อัตราภาษีที่ 19% ใกล้เคียงกับคู่แข่งในการส่งออก ดังนั้นไม่มีอะไรเสียเปรียบ ดูให้ดีเราอาจจะได้เปรียบบางประเทศแม้จะนิดหน่อย ตอนนี้ถือว่าเสมอกันแล้วในภูมิภาคนี้ ที่จะส่งออกไปในตลาดเดียวกัน ไม่ได้มีข้อได้เปรียบเสียเปรียบมากนัก” น.พ.พรหมินทร์ ระบุ
สำหรับสิ่งที่รัฐบาลจะเข้าไปดูแลต่อในตอนนี้คือการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ที่นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ได้แถลงไว้แล้วอย่างชัดเจนแล้ว นาทีนี้เป็นจัดที่จะพาประเทศไปข้างหน้าที่เราจะพาประเทศไปข้างหน้าต้องร่วมอกร่วมใจของประชาชนในประเทศที่ต้องรวมกันเป็นหนึ่งในการพาประเทศไปสู่สิ่งที่ดีกว่า
น.พ.พรหมินทร์ กล่าวว่า กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องภาษีกับสหรัฐฯ ได้ผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษแล้ว และได้มีมติได้มีการทำความเข้าใจเนื้อหาและกรอบในการเจรจา เมื่อถึงขั้นตอนทางกฎหมายก็ต้องผ่านรัฐบาลผ่านสภาฯ ก็จะมีการดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อตกลงการค้ากับสหรัฐมีผลทำให้ไทยต้องมีการแก้ไขกฎหมายหลายฉบับ โดยเฉพาะกฎกระทรวงอัตราภาษีศุลกากร รวมถึงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดโควตาสินค้านำเข้า และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานสุขอนามัย ซึ่งต้องมีการแก้ไขเพื่อเปิดตลาดให้สินค้านำเข้าจากสหรัฐ รวมถึงการเจรจาข้อตกลง FTA ต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา ซึ่งปกติรัฐสภาจะให้ความเห็นชอบ และมีความเห็นเพิ่มเติมสำหรับการทำงานของรัฐบาล ซึ่งในกรณีข้อตกลงการค้ากับสหรัฐถึงแม้มีรูปแบบการเจรจาต่างออกไปแต่เชื่อว่าจะผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา หลังครม. ได้เห็นชอบไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น