“พิพัฒน์” ชี้ไทยมีน้ำมันสำรองพุ่ง 98 วัน เล็งซื้อน้ำมันดิบรัสเซียเพิ่ม

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

13 มีนาคม 2569

“พิพัฒน์” ชี้ไทยมีน้ำมันสำรองพุ่ง 98 วัน เล็งซื้อน้ำมันดิบรัสเซียเพิ่ม

วันที่ 13 มีนาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (สบก.) แถลงผลการประชุมติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะนี้ประเทศไทยได้ขยายปริมาณน้ำมันดิบสำรองเพิ่มขึ้นป็น 98 วันจาก 92 วัน ซึ่งถือว่ายังเพียงพอต่อการใช้ภายในประเทศ

ทั้งนี้ ไทยนำเข้าน้ำมันดิบจากอ่าวเปอร์เซียผ่านช่องแคบฮอร์มุซประมาณ 50% และอีก 50% มาจากนอกอ่าว โดยรัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานเร่งเจรจาจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม รวมถึงเตรียมเจรจาซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซีย หลังจากสหรัฐอเมริกาประกาศยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันของรัสเซีย เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานและป้องกันการขาดแคลนในอนาคต

นายพิพัฒน์ ระบุว่า ในด้านการดูแลราคาพลังงาน รัฐบาลจะยังคง ตรึงราคาน้ำมันดีเซลไปจนถึงวันที่ 16 มีนาคม 2569 ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หลังจากนั้นจะมีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดแนวทางการปรับราคาอีกครั้ง โดยเฉพาะราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการ รวมถึงราคาน้ำมันในระบบขายส่งที่จำหน่ายให้ภาคอุตสาหกรรม

สำหรับภาคอุตสาหกรรมที่ซื้อน้ำมันผ่านระบบค้าส่งจากบริษัทน้ำมัน เช่น บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) บางจาก คอร์ปอเรชั่น และคาลเท็กซ์ จะต้องมีการหารือแนวทางปรับราคากับลูกค้าภาคอุตสาหกรรม ทั้งภาคการผลิต การขนส่ง และภาคการเกษตร โดยกระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงพลังงาน จะร่วมกันพิจารณามาตรการในระยะต่อไป

นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียม ปรับเพิ่มสัดส่วนการผสมไบโอดีเซล จากปัจจุบันที่ใช้สูตร B7 เป็น B10 และอาจขยายไปถึง B20 สำหรับรถบรรทุกและรถกระบะ เพื่อช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันดิบและเสริมเสถียรภาพระบบขนส่ง

“จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นใกล้ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รัฐบาลจึงจำเป็นต้องปล่อยให้ราคาน้ำมันภายในประเทศปรับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามกลไกตลาด แต่ยืนยันว่าจะดูแลผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด” นายพิพัฒน์ กล่าว