ทรัมป์ พลิกโลกการค้า ใครหือเจอตบด้วยภาษี “ไทย” เร่งปิดดีลสู้เกมใหม่

KKP ชี้ “ทรัมป์” หวังพลิกโลกการค้า ใช้อำนาจ “ผู้ซื้อรายใหญ่” ใครหือเจอตบด้วย “ภาษี” พร้อมบล็อก “จีน” ตัดวงจร “สินค้าสวมสิทธิ” กระเด็นออกสหรัฐฯ ห่วง “ไทย” เร่งปิดดีลคว้าตั๋วสู้เกมการค้าใหม่ ดิ้นหนีประเทศทางผ่าน “จีน”

วันนี้ (29 ก.ค.68) ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย กรรมการผู้จัดการ และหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) เปิดเผยถึงกรณีการเก็บภาษีของสหรัฐฯ โดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เรียกเก็บจากไทยส่งออกสินค้าเข้าสหรัฐฯ อยู่ที่ 36% ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาก่อนจะถึงวันที่มีผลบังคับใช้คือ 1 ส.ค.68

ระบุว่า Trump Trade Deal : โลกกำลังเข้าสู่ระเบียบการค้าใหม่ที่สหรัฐเป็นคนเขียน ใกล้ deadline วันที่ 1 สิงหาคม แผนของ Trump เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นไปทุกที

กลยุทธ์ของทรัมป์ ที่หลายคนเคยคิดว่าเป็นแค่ “ขู่” หรือ “เกทับ” — อย่างการประกาศขึ้นภาษีล่วงหน้า ก่อนเริ่มเจรจา หรือมีคนปรามาศไว้ว่าเป็น TACO-Trump always chickens out

วันนี้เริ่มเห็นแล้วว่า มันเริ่มได้ผล และกำลังเปลี่ยนโครงสร้างภาษี การค้า และการลงทุนของโลกอย่างเป็นรูปธรรม

และแสดงให้เห็นว่าขึ้นภาษียังไงให้คนรู้สึกเป็นข่าวดี ก็ขู่ไปแรงๆ และยอมลดให้ แค่ปรับ frame of reference จาก 0% เป็น 36% ก็ทำให้ภาษีที่ระดับ 15-20% ดูกลายเป็นต่ำไปเลย

จาก “ขู่ขึ้นภาษี” สู่การสร้างกติกาใหม่

ทรัมป์พูดถึง reciprocal tariff ที่เหมือนเรื่องความเท่าเทียม แต่จริง ๆ คือการ ขยับฐานภาษีนำเข้าของสหรัฐให้สูงขึ้นแบบมีชั้นเชิง ที่สำคัญคือ ทำได้โดย ไม่ต้องผ่านรัฐสภา ไม่ต้องพึ่ง WTO แค่ “วางกรอบภาษี” แล้วให้ประเทศต่าง ๆ มาขอยกเว้นทีละราย และประเทศใหญ่ ๆ ขอเข้าดีลกันหมดแล้ว

ตอนนี้ 4 จาก 5 ประเทศคู่ค้ารายใหญ่ของสหรัฐ เข้ามาทำดีลเรียบร้อย ได้แก่

  • แคนาดา–เม็กซิโก : headline ภาษีอาจดูแรง (30–35%) แต่สินค้าหลักได้ยกเว้นผ่าน USMCA → effective tariff แค่ 4–7%
  • ญี่ปุ่น : เจรจาได้อัตราภาษีนำเข้า 15% โดยไม่เสียอะไรมากนัก ส่งรถเข้าอเมริกาได้ต่อ ไม่มีภาษีพิเศษ
  • ยุโรป : เพิ่งปิดดีลสด ๆ ได้ยกเว้นภาษีในสินค้าหลัก เช่น semiconductors, ยา, เครื่องบิน และโดนภาษีนำเข้าที่ 15% แต่ผู้นำประเทศต่างๆโวยว่าไปยอมสหรัฐทำไม

เหลือเพียง จีน ที่ยังเจรจาไม่เสร็จ แต่ก็ยังมีเวลา “ถึงกลางเดือนหน้า” เพื่อเจรจารอบสุดท้าย ซึ่ง 5 ประเทศนี้รวมกันครอบคลุมกว่า 60% ของการค้าสหรัฐ นั่นแปลว่า โครงสร้างใหม่ของโลกการค้า เกือบถูกล็อกไว้เรียบร้อยแล้ว

จากภาษีเฉลี่ย 2% → เกือบ 15% แบบไม่มีใครขัด

อัตราภาษีนำเข้าสหรัฐ ขยับจาก 2% ไปแถวๆ 15% โดยไม่ต้องผ่านสภา ไม่ต้องเปลี่ยนกฎหมาย ทรัมป์ทำได้โดย “ประกาศก่อน แล้วบีบให้ประเทศต่าง ๆ มาเจรจาเอง” โดยใช้สถานะของความเป็นผู้ซื้อสุทธิที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในการเรียกค่าคุ้มครอง และขอดูเครื่องราชบรรณาการ ใครหือก็ตบด้วยภาษีระดับสูงๆ

สหรัฐได้ทั้งอำนาจ และได้ทั้งเงิน

จากโครงสร้างภาษีใหม่นี้ สหรัฐจะมีรายได้ภาษีเพิ่มขึ้นมากกว่า $250,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งเพียงพอจะช่วย ชดเชยรายได้ที่เสียไปจากการลดภาษีในประเทศ พูดง่าย ๆ คือ…ลดภาษีในประเทศแล้วไปเก็บจากประเทศอื่นแทน

WTO เงียบ โลกใหม่กำลังเป็นรูปเป็นร่าง

ไม่มีเสียงค้านจาก WTO ไม่มีโต๊ะเจรจากลาง ไม่มีข้อพิพาทอย่างเป็นทางการ ประเทศมหาอำนาจเป็นคนตั้งกติกาเอง แล้วให้คนอื่นวิ่งเข้ามา “ขอเข้าร่วม”

Global Economy -1? ไม่มีใครเอาด้วย

นายกฯ สิงคโปร์เสนอว่า โลกควรรวมตัวกันสร้าง เศรษฐกิจ -1 ที่ไม่มีสหรัฐ เพื่อคานอำนาจ แต่ในความเป็นจริง… ทุกประเทศใหญ่รีบตัดช่องน้อยแต่พอตัว เข้าดีลกับสหรัฐไปหมดแล้ว ไม่ใช่เพราะชอบ แต่เพราะ ไม่อยากเสี่ยงเสียตลาด

เป้าต่อไป “บล็อกจีนใน supply chain เอเชีย”

สหรัฐเริ่มพูดถึง “transshipment” หรือการที่จีนใช้ประเทศที่สามเป็นทางผ่านเข้าสหรัฐ ยังไม่มีนิยามชัดเจน แต่เตรียมเจอเกณฑ์ใหม่ เช่น

  • ต้องมี regional value content แต่ประเทศไหนอยู่ในการคำนวนบ้าง? และอัตราเท่าไร?
  • จำกัด สัดส่วนชิ้นส่วนจีน ในสินค้าส่งออกไปสหรัฐ

ถ้าออกมาจริง — การลงทุนของจีนในอาเซียน รวมถึงไทย อาจต้องชะงัก

แล้วไทยอยู่ตรงไหน? ในขณะที่เรา “ยังไม่ได้ดีล” โอกาสที่เราจะต้องเสียภาษีสูงก็ยังมี ความไม่แน่นอนจะทำให้นักลงทุนจะเริ่มลังเลก็ได้ ถ้า supply chain ไทยยังผูกกับจีนมาก — เราอาจถูกมองว่าเป็น transshipment ที่น่าห่วงคือประเทศอย่างญี่ปุ่นอาจไม่มาลงทุนบ้านเราเพิ่ม เพราะผลิตในญี่ปุ่นยังเสียภาษีน้อยกว่าเราเลย

สรุปแล้ว Trump Trade Deal อาจจะไม่ใช่แค่ข้อตกลง แต่มัน คือ ยุทธศาสตร์พลิกโครงสร้างโลกการค้า

ทรัมป์ใช้การ “ขู่ก่อน เจรจาทีหลัง” สร้างกติกาใหม่ ขึ้นภาษีเฉลี่ยจาก 2% ไป 15% แบบที่ทำให้ทุกคนรู้สึกโชคดี, เก็บรายได้ได้เพิ่มปีละ $250B, และ “ล็อก” ระบบเศรษฐกิจโลกไว้ในมือ

ใครไม่รีบเข้าร่วมตอนนี้… อาจไม่มีที่นั่งในเกมใหม่