กรุงเทพฯ สุดจัด แชมป์ 1.5 แสนร้าน  แห่ชิงเงินแอปเป๋าตัง 1.75 แสนล้านบาท

ร้านค้าทั่วไทย แห่ชิงเงินแอปเป๋าตัง 1.75 แสนล้านบาท กรุงเทพฯ สุดจัด ครองแชมป์ 1.5 แสนร้าน 3 วัน ปชช. ลงทะเบียนแล้ว 25 ล้านราย

วันนี้ (28 พ.ค. 69) นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ว่า ข้อมูลอัปเดตล่าสุด ณ วันที่ 27 พ.ค. 2569 ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ พบว่า มีผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วรวมทั้งสิ้น 25,066,471 คน โดยแบ่งเป็น เป็นผู้หญิงจำนวน 14.1 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 56% และผู้ชายจำนวน 10.9 ล้านคน คิดเป็น 44%

ส่วนการลงทะเบียนฝั่งผู้ประกอบการ พบว่า มีทั้งร้านค้าเดิมและร้านค้าที่ลงทะเบียนใหม่เข้าร่วมโครงการแล้วรวมจำนวน 1,010,166 ราย โดยประเภทกิจการที่เข้าร่วมสูงสุด ได้แก่ หมวดร้านอาหารและเครื่องดื่ม จำนวน 569,471 ราย ตามมาด้วยร้านค้าทั่วไปและอื่นๆ 267,693 ราย, ร้านธงฟ้า 160,552 ราย และร้าน OTOP อีกจำนวน 10,541 ราย

นายลวรณ กล่าวด้วยว่า โครงการดังกล่าวยังครอบคลุมไปถึงกลุ่มกิจการขนส่งสาธารณะ ซึ่งมีผู้ให้บริการลงทะเบียนแล้ว 1,842 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มรถแท็กซี่ 1,500 ราย และรถจักรยานยนต์สาธารณะ 289 ราย รวมไปถึงกิจการขนส่งมวลชนสาธารณะอีกจำนวน 67 ราย ซึ่งประกอบด้วยรถโดยสารประจำทาง 58 ราย, รถไฟฟ้าในเขตเมือง 5 ราย,รถไฟ 2 ราย และเรือโดยสาร 2 ราย

ทั้งนี้เมื่อจำแนกร้านค้าตามพื้นพบว่า 10 จังหวัดที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการมากสุด ได้แก่ 

อันดับ 1 กรุงเทพมหานคร ครองแชมป์จังหวัดที่มีจำนวนร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมสูงสุดที่ 151,211 ราย คิดเป็น 15% 

อันดับ 2 จังหวัดชลบุรี จำนวน 48,100 ราย คิดเป็น 5%

อันดับ 3 จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 40,081 ราย คิดเป็น 4%

อันดับ 4 จังหวัดนนทบุรี จำนวน 36,632 ราย คิดเป็น 4%

อันดับ 5 จังหวัดปทุมธานี จำนวน 35,804 ราย คิดเป็น 4%

อันดับ 6 จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 33,538 ราย คิดเป็น 3%

อันดับ 7 จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 31,773 ราย คิดเป็น 3%

อันดับ 8 จังหวัดสงขลา จำนวน 28,883 ราย คิดเป็น 3%

อันดับ 9 จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 24,108 ราย คิดเป็น 2%

อันดับ 10 จังหวัดนครปฐม จำนวน 20,711 ราย คิดเป็น 2%

นอกจากนี้ หากแยกข้อมูลเป็นรายภูมิภาคจะพบว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นภูมิภาคที่มีร้านค้าเข้าร่วมมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ จำนวน 197,014 ราย คิดเป็น 19% ตามมาด้วยกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งสิ้นกว่า 298,986 ราย