อุ๊งอิ๊ง เคาะงบฯ ล็อตแรก 1.15 แสนล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจ “ฟื้น”

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

18 มิถุนายน 2568

อุ๊งอิ๊ง เคาะงบฯ ล็อตแรก 1.15 แสนล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจ “ฟื้น”

วันนี้ (18 มิ.ย.68) นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังจากการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ (บอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจ) โดยมี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

นายพิชัยกล่วว่า ที่ประชุมบอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจ พิจารณาวงเงินงบประมาณ 1.57 แสนล้านบาท โดยมีมติอนุมัติงบกลาง 1.15 แสนล้านบาท ผ่านการดำเนินงานในหลายโครงการ เพื่อเพิ่มศักยภาพ ขีดความสามารถในการแข่งขัน ทั้งระยะสั้น และระยะยาว โดยเตรียมรายละเอียดโครงการต่างๆ นำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 24 มิ.ย.68

เบื้องต้นได้กำชับทุกหน่วยยงานเร่งทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง ทำงบผูกพันให้เสร็จภายในเดือน ก.ย.68 จากนั้นเริ่มใช้งบประมาณได้ต้นเดือน ต.ค.นี้

“จากงบฯ 1.15 แสนล้านบาท จะช่วยเรื่องการจ้างงานกว่า 6-7 ล้านคน เป็นสัดส่วนเงินค่าจ้างมากกว่า 3 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 30% อีกทั้งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ราว 0.4–0.5% ของจีดีพี และหากใช้งบเต็มกรอบ 1.57 ล้านบาท จะสามารถดันจีดีพีได้ถึง 0.5–0.6%”นายพิชัยกล่าว

โดยโครงการที่อนุมัติรอบนี้ แบ่งใช้จ่ายเป็นโครงการในการพัฒนาระบบน้ำและคมนาคม 70% ครอบคลุมการบริโภค ป้องกันน้ำท่วม-น้ำแล้ง และถนนเชื่อมเมืองหลัก-เมืองรอง โครงการท่องเที่ยว 10% และส่วนที่เหลือ 20% ใช้รองรับมาตรการภาษีจากสหรัฐฯ รวมถึงด้านการศึกษา และโครงการอื่นๆ

ขณะที่งบฯ เหลืออีกกว่า 42,000 ล้านบาท ยังไม่ผ่านการอนุมัติ เนื่องจากเป็นโครงการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นผู้เสนอ แต่พบปัญหาความซ้ำซ้อน และไม่ผ่านความเห็นชอบจากกระทรวงต้นสังกัด จึงต้องกลับไปปรับปรุงใหม่ เพื่อให้บอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจพิจารณาอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การอนุมัติโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้มุ่งเน้นโครงสร้างพื้นฐาน ท่องเที่ยว เกษตร แรงงาน ชุมชน รวมวงเงินทั้งสิ้น 115,375 ล้านบาท แบ่งเป็น

  • 1.ด้านโครงสร้างพื้นฐาน 85,000 ล้านบาท คิดเป็น 73.7% เป็นด้านพัฒนาระบบน้ำ 39,136 ล้านบาท คิดเป็น 33.9% แบ่งเป็นด้านคมนาคม 45,864 ล้านบาท หรือ 39.8%
  • 2.ด้านการท่องเที่ยว 10,053 ล้าบาท คิดเป็น 8.7%
  • 3.ด้านส่งออกและผลิตภาพ 11,122 ล้านบาท คิดเป็น 9.6% แบ่งออกเป็นด้านเกษตร 160 ล้านบาท คิดเป็น 0.1% ด้านแรงงาน 10,000 ล้านบาท คิดเป็น 8.7% ด้านดิจิทัล 962 ล้านบาท คิดเป็น 0.8%
  • 4.ด้านเศรษฐกิจชุมชนและอื่นๆ 9,201 ล้านบาท คิดเป็น 8.0% แบ่งเป็นกองทุนหมู่บ้าน 4,000 ล้านบาท คิดเป็น 3.5% การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน 1,560 ล้านบาท คิดเป็น 1.3% และทุนมนุษย์ด้านการศึกษา 3,641 ล้านบาท คิดเป็น 3.2%