น้ำมันโลกพุ่งไม่พัก! ไทยยังไหว สำรอง 106 วัน แต่กองทุนติดลบ 4.8 หมื่นล้าน

ธรรมธรรม อีจัน

ธรรมธรรม อีจัน

2 เมษายน 2569

น้ำมันโลกพุ่งไม่พัก! ไทยยังไหว สำรอง 106 วัน แต่กองทุนติดลบ 4.8 หมื่นล้าน

วันที่ 2 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพลังงานได้สรุปสถานการณ์ด้านพลังงานทั้งในและต่างประเทศ โดยระบุว่า ปัจจัยหลักยังคงมาจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงความคืบหน้าการสู้รบกับอิหร่าน โดยระบุว่าสหรัฐฯ ใกล้บรรลุเป้าหมายทางทหาร ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกยังผันผวนในระดับสูง โดยน้ำมันดิบ WTI แตะ 103 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 131 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

สำหรับสถานการณ์ในประเทศ พบว่า ปริมาณน้ำมันสำรองของไทย ณ วันที่ 2 เมษายน 2569 อยู่ในระดับเพียงพอต่อความต้องการใช้ประมาณ 106 วัน แบ่งเป็นน้ำมันสำรองตามกฎหมาย 25 วัน น้ำมันสำรองเพื่อการค้า 18 วัน น้ำมันระหว่างขนส่ง 33 วัน และน้ำมันที่ยืนยันจัดหาแล้ว 30 วัน ขณะที่ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 ประเทศไทยสามารถผลิตน้ำมันดีเซลได้ 78.73 ล้านลิตร และมีการจำหน่ายอยู่ที่ 82.54 ล้านลิตร

ด้านราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ อ้างอิงจาก PTT Public Company Limited โดยราคาดีเซล (B7) อยู่ที่ 44.24 บาทต่อลิตร เบนซิน (E20) 38.25 บาท แก๊สโซฮอล 95 อยู่ที่ 43.25 บาท และแก๊สโซฮอล 91 อยู่ที่ 42.88 บาท ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในอาเซียน พบว่าราคาน้ำมันของไทยยังอยู่ในระดับต่ำกว่า โดยเฉพาะกลุ่มเบนซินที่ประเทศอื่นอยู่ในช่วง 52.22 – 86.16 บาทต่อลิตร และดีเซลอยู่ในช่วง 50.36 – 107.20 บาทต่อลิตร

ส่วนฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 2 เมษายน 2569 ยังคงติดลบ 48,217 ล้านบาท โดยมีภาระชดเชยราคาน้ำมันดีเซลเฉลี่ยวันละประมาณ 1,442 ล้านบาท

นอกจากนี้ Bangchak Corporation ได้เริ่มผลิตน้ำมันดีเซล B20 ล็อตแรกจำนวน 35,000 ลิตร เตรียมจำหน่ายผ่านคลัง และมีแผนเปิดจำหน่ายในสถานีบริการภายในเดือนเมษายนนี้ โดยน้ำมัน B20 เหมาะสำหรับรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซลขนาดใหญ่ เช่น รถบรรทุก รถโดยสาร และเครื่องจักรอุตสาหกรรม ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมการใช้พลังงานในประเทศ ลดการนำเข้า และเพิ่มมูลค่าให้ภาคการเกษตร สอดคล้องแนวทางความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ.