ว้าวุ่นเลยทีนี้! ‘กนง.’ ประกาศขึ้นดอกเบี้ยเป็น 2.5% มีผลทันที
อีจัน ป๊อป
28 กันยายน 2566

ภาวะอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น โดยวานนี้ (27 ก.ย.66) ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จาก 2.25% เป็น 2.50% ต่อปี โดยให้มีผลทันที
ทั้งนี้ นายปิติ ดิษยทัต เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า กนง. จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเพื่อรองรับความเสี่ยงเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า ที่อาจได้รับแรงส่งเพิ่มเติมจากนโยบายภาครัฐ และผลกระทบจากต้นทุนราคาอาหารที่อาจปรับขึ้นหากปรากฏการณ์เอลนีโญรุนแรงกว่าคาด
นอกจากนี้ กนง.ยังปรับลดคาดการณ์จีดีพีทั้งปีลดลงจาก 3.6% เหลือ 2.8% เนื่องจากการส่งออกและท่องเที่ยวฟื้นตัวช้ากว่าคาด การฟื้นตัวรายได้ยังช้าส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้เอสเอ็มอี และครัวเรือน กลุ่มเปราะบาง
ส่วนปัญหาค่าเงินบาทอ่อน เมื่อเทียบกับ สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐนั้น เป็นไปตามทิศทางนโยบายการเงิน สหรัฐฯ ประกอบกับนักลงทุนรอความชัดเจนของนโยบายรัฐที่มีผลต่อเศรษฐกิจ และเสถียรภาพทางการคลังในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ

ล่าสุด น.ส.กนกวรรณ เพชรพิสิฐโชติ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกรรมธนาคาร ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก บัญชี ttb ME save ที่เสนอดอกเบี้ยพร้อมโบนัสสูงสุด เป็น 2.20% ต่อปี โดยเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.66 นี้ เป็นต้นไป ซึ่งให้อัตราดอกเบี้ยสูงกว่าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ทั่วไปถึง 8.8 เท่า
สำหรับอัตราดอกเบี้ยใหม่นี้ บัญชี ttb ME save ที่มียอดเงินฝากน้อยกว่าหรือเท่ากับ 100,000 บาท รับดอกเบี้ยสูงสุดรวมโบนัส 2.20% ต่อปี และยอดเงินฝากในบัญชีมากกว่า 100,000 บาท แต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท รับดอกเบี้ยสูงสุดรวมโบนัส 1.60% ต่อปี ส่วนเงินฝากที่เกิน 1 ล้านบาทขึ้นไป รับดอกเบี้ยสูงสุดรวมโบนัส 1.20% ต่อปี

“เป็นเรื่องน่าเสียดายหากปล่อยเงินออมให้อยู่ในบัญชีออมทรัพย์ที่ได้ดอกเบี้ยเพียง 0.25% ต่อปี ซึ่งหากย้ายมาฝากเงินกับบัญชี ttb ME save ผู้ฝากจะได้รับเงินเพิ่มทุกวันด้วยอัตราดอกเบี้ยสูงสุดรวมโบนัส 2.20% ตั้งแต่บาทแรก
โดยไม่ได้กำหนดยอดฝากขั้นต่ำ ถอนเมื่อไหร่ก็ได้ และยังคงได้รับดอกเบี้ยสูงเหมือนเดิม เพียงออมต่อเนื่องโดยมียอดเงินฝากในบัญชีเพิ่มขึ้นในแต่ละเดือน และสามารถเช็คดอกเบี้ยที่ได้รับเพิ่มขึ้นทุกวันบนแอป ttb touch” น.ส.กนกวรรณ กล่าว