“REIC” ชี้ ตลาดอสังหาฯ ยังไม่ฟื้น! คนไม่กล้าซื้อ-ต้นทุนพุ่ง

น้ำฝน อีจัน

น้ำฝน อีจัน

2 มิถุนายน 2568

“REIC” ชี้ ตลาดอสังหาฯ ยังไม่ฟื้น! คนไม่กล้าซื้อ-ต้นทุนพุ่ง

(วันนี้ 2 มิ.ย.68) ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เผยภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลในช่วงไตรมาสแรกปี 2568 เริ่มแสดงสัญญาณ “ชะลอตัว” จากแรงกดดันด้านต้นทุนก่อสร้างที่เพิ่มสูงขึ้น และภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้แม้ราคาที่อยู่อาศัยโดยรวมยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่เริ่มเห็นการชะลอการเติบโต โดยเฉพาะในพื้นที่รอบนอกที่เริ่มมีการ “ลดราคา” เพื่อเร่งระบายสต็อก

บ้านแนวราบในปริมณฑลเริ่มลดราคา

ราคาบ้านจัดสรรใหม่ในภาพรวมยังคงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยดัชนีอยู่ที่ 131.8 จุด เพิ่มขึ้นเพียง 0.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่หากแยกตามประเภท พบว่า “บ้านเดี่ยว” ในกรุงเทพฯ ยังคงได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้ซื้อระดับกลางถึงบน ขณะที่ “ทาวน์เฮ้าส์” และบ้านในปริมณฑลเริ่มมีการปรับลดราคาลง โดยเฉพาะในกลุ่มราคาต่ำที่ต้องอาศัยโปรโมชั่นแรง เช่น ฟรีค่าใช้จ่ายวันโอน หรือส่วนลดเงินสด เพื่อจูงใจให้ผู้ซื้อรีบตัดสินใจ

คอนโดใหม่แพงขึ้นจากต้นทุนสะสม

คอนโดมิเนียมยังปรับราคาขึ้น โดยดัชนีราคาห้องชุดใหม่อยู่ที่ 160.4 จุด เพิ่มขึ้น 3.4% จากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากราคาที่ดินและค่าก่อสร้าง โดยเฉพาะในทำเลทองของกรุงเทพฯ เช่น สุขุมวิทตอนต้น และพื้นที่สมุทรปราการ ซึ่งเป็นโซนที่ยังมีดีมานด์ระดับกลาง ผู้ประกอบการจึงเลือกใช้วิธีแจกของแถม แทนการลดราคา เพื่อรักษาระดับราคาขาย

ค่าก่อสร้างพุ่งแรงกดดันราคาบ้านใหม่

ต้นทุนการก่อสร้างยังเป็นตัวแปรสำคัญ โดยดัชนีราคาค่าก่อสร้างบ้านมาตรฐานเพิ่มขึ้นเป็น 140.2 จุด (+2.0% YoY) โดยเฉพาะค่าระบบไฟฟ้าและสุขภัณฑ์ที่พุ่งขึ้นกว่า 10% แม้ราคาเหล็กจะปรับลดลง แต่ไม่สามารถชดเชยต้นทุนรวมที่สูงขึ้นได้ นอกจากนี้ การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเมื่อต้นปี ก็ยิ่งเพิ่มภาระต้นทุนให้ผู้ประกอบการ ส่งผลให้ราคาบ้านใหม่ยังมีแนวโน้มปรับขึ้นต่อ

ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการลดลง

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการอสังหาฯ ในไตรมาสแรก อยู่ที่ 42.0 จุด ต่ำกว่าค่ากลางที่ 50 อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรายเล็ก ที่ได้รับผลกระทบจากการเข้าถึงสินเชื่อที่ยังจำกัด รวมถึงความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจ ทำให้ตลาดยังคงอยู่ในภาวะทรงตัว

ความหวังครึ่งปีหลังอยู่ที่รัฐ

แม้เศรษฐกิจไตรมาสแรกของประเทศจะขยายตัว 3.1% จากแรงส่งของการส่งออก แต่การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนยังอ่อนแรง โดยเฉพาะภาคก่อสร้างที่หดตัวถึง -3.8% ทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยยังต้องพึ่งพามาตรการภาครัฐอย่างต่อเนื่อง โดยมีความหวังในช่วงครึ่งหลังของปีจากโครงการกระตุ้นต่างๆ เช่น “คุณสู้ เราช่วย” และการผ่อนเกณฑ์สินเชื่อ LTV ที่เริ่มมีผลบังคับใช้

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลในไตรมาสแรกยังอยู่ในภาวะ “ลุ้นฟื้น” แม้ราคาจะยังไม่ลดลงในภาพรวม แต่กำลังซื้อยังไม่กลับมาเต็มที่ โดยเฉพาะบ้านในปริมณฑลที่เริ่มปรับราคาลงชัดเจน รอดูมาตรการรัฐว่าจะช่วยพลิกสถานการณ์ได้มากน้อยเพียงใดในครึ่งหลังของปีนี้