สมาคมกุ้งไทย กระทุ้งรัฐช่วยเกษตรกรเลี้ยงกุ้งด่วนที่สุด

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

1 ธันวาคม 2568

สมาคมกุ้งไทย กระทุ้งรัฐช่วยเกษตรกรเลี้ยงกุ้งด่วนที่สุด

วันนี้ (1 ธ.ค. 68) นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ 3 จังหวัดประกอบด้วยสงขลา พัทลุง และปัตตานี คาดว่า ความเสียหายมีมากถึง 100% โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณทะเลสาบสงขลานั้น ตอนที่น้ำท่วมทั้งปริมาณและมวลน้ำมีมากอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ขนาดน้ำยังสูงท่วมมิดศาลพระภูมิดังนั้น ความเสียหายเกิดขึ้นอย่างแน่นอน 

เอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย 

“ปีนี้ มีปริมาณน้ำมีมากจริงๆ ทางผู้เลี้ยงกุ้งเอง ก็ไม่เตรียมรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยประมาณเบื้องต้น จากพื้นที่เพาะเลี้ยงกุ้งใน 3 จังหวัดตอนล่างของประเทศ มีสัดส่วนประมาณ 10-11% ของพื้นที่การเพาะเลี้ยงทั้งหมด ความเสียหายประมาณ 1,000 ล้านบาท แต่ยังไม่นับรวมความเสียหายของอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ เช่น เครื่องตีน้ำเครื่องปั่นไฟฟ้า ซึ่งในเร็วๆ นี้ ทางสมาคมฯ จะทำหนังสือเปิดผนึกถึงรัฐบาล เพื่อขอความช่วยเหลือ และอยากให้กระทรวงพลังงานจัดงบประมาณช่วยเหลือเรื่องค่าไฟฟ้า และการช่วยฟื้นฟูเกษตรกรในการซื้ออุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ที่ใช้ในฟาร์ม” นายเอกพจน์ ระบุ

นายเอกพจน์ กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลลงมาดูแลเรื่องดังกล่าว อย่างจริงจัง พร้อมลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย และมีมาตราการฟื้นฟูกรณีเร่งด่วน ประกอบด้วย 1.การสนับสนุนปัจจัยการผลิตใหม่ เช่น เครื่องปั่นไฟฟ้า อาหารกุ้ง และลูกกุ้ง 2.การให้สินเชื่อดอกเบี้ย 0% ระยะเวลา 1–2 ปี เพื่อให้ผู้เลี้ยงมีโอกาสกลับมาตั้งตัว และ 3.การสนับสนุนการปรับเปลี่ยนระบบการผลิตสู่ low carbon เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์  

“ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้เลี้ยงกุ้งประมาณ 30,000 ราย ทางสมาคมฯ มีความกังวลว่า หากไม่ได้รับการฟื้นฟูอย่างทันท่วงที อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อาหารทะเลและการส่งออกของไทยในระยะยาวได้” นายเอกพจน์ กล่าว

สำหรับ ผลผลิตกุ้งไทยปี 2568 มีปริมาณ 270,000 ตัน เท่ากับปีที่ผ่านมา หรือเติบโต 0% โดยปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการผลิตกุ้งไทยในปีนี้ มาจากสภาพอากาศที่แปรปรวนในช่วงต้นปีและปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงของเกษตรกร โดยเฉพาะคุณภาพน้ำและโรคระบาด โดยเฉพาะโรคขี้ขาว และโรคตัวแดงดวงขาว เกษตรกรจึงจับกุ้งเร็วกว่ากำหนด รวมถึงมหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้  

สำหรับภาพรวมการส่งออกกุ้ง 10 เดือนแรก (ม.ค.-ต.ค. 2568 ) ปรับตัวลดลง 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนทั้งปริมาณ และมูลค่า จากหลายปัจจัยทั้งภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวส่งผลต่อตลาดคู่ค้าสำคัญทั้งญี่ปุ่น จีน และสหรัฐ ซึ่งทั้ง 3 ประเทศมีสัดส่วนนำเข้ากุ้งจากไทย ประเทศละ 25% ดังนั้น จึงหวังว่า รัฐบาลจะสามารถดึงดูดนักท่อง เที่ยวชาวต่างชาติ เข้ามาท่องเที่ยวในไทยได้มากขึ้น หากแตะ 40 ล้านคน การบริโภคกุ้งก็จะดีขึ้นตามไปด้วย 

“ในปีนี้ ตลาดการบริโภคกุ้งในประเทศดีขึ้นมาก หลังจากรัฐบาลออกมาตรการคนละครึ่ง พลัส ทำให้ประชาชนมีตังในการซื้อกุ้งมาบริโภคได้มากขึ้น จากกิโลกรัมละ 240 บาท หากใช้คนละครึ่ง พลัส ก็เหลือกิโลกรัมละ 120 บาทถือว่า ถูกมากๆ ทำให้การบริโภคกุ้งในประเทศคิดเป็นประมาณ 15% ของผลผลิตกุ้งทั้งหมด” นายเอกพจน์ กล่าว

ส่วนสถานการณ์ผลผลิตกุ้งโลก ปี 2568 คาดว่าจะมีปริมาณ 5.22 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 4% โดยประเทศผู้ผลิตหลักเพิ่มขึ้นทุกประเทศ โดยเฉพาะเอกวาดอร์ ผลิต 1.4 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 4% ตามด้วย จีน ผลิตปีที่ผ่านมา โดยปีหน้า จะเป็นปีที่มีความสำคัญ เพราะถือเป็นจุดพลิกฟื้นอุตสาหกรรม มีปัจจัยที่เอื้อให้กุ้งไทยมีโอกาสทางการตลาด โดยเฉพาะอัตราภาษีตอบโต้ หรือ Reciprocal ในตลาดส่งออกหลักอย่างสหรัฐ ที่ปรับขึ้นอัตราภาษีการนำเข้าจากประเทศต่างๆ รวมถึงมาตรการภาษี AD, CVD ซึ่งทำให้อินเดียซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่ง แต่ต้องเสียภาษีรวมสูงถึง 50-60% เทียบกับไทยที่มีอัตราภาษีเพียง 19% ซึ่งจะทำให้ไทยมีความสามารถในการแข่งขันด้านราคามากขึ้น

สมาคมฯ ขอเสนอให้ภาครัฐเร่งผลักดันการแก้ปัญหาการผลิตกุ้ง ให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อเพิ่มผลผลิตกุ้งคุณภาพให้ได้ตามเป้า 400,000 ตัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้ห้องเย็นในการรับออเดอร์ เร่งเจรจาความตกลงการค้าเสรีกับประเทศนำเข้ากุ้ง ได้แก่ สหภาพยุโรป อังกฤษ และเกาหลีใต้ พร้อมทั้งยกระดับการฟาร์มกุ้งให้สามารถปรับตัวเข้าสู่การรับรองมาตรฐานสากลที่ตลาดต้องการ รวมถึงการดำเนินโครงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำคาร์บอนต่ำ เพื่อตอบโจทย์ตลาดโลกที่ให้ความสำคัญเรื่องการสร้างความยั่งยืนมากขึ้น