“ไห่หนาน” เขตเศรษฐกิจพิเศษจีน ที่เติบโตจนไทยต้องจับตา
อีจัน
23 มิถุนายน 2566

การผลักดันให้ “ไห่หนาน” เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษอย่างต่อเนื่องและจริงจังของจีน ตลอด 35 ปี เพื่อสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ วันนี้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะดึงสายตาผู้ประกอบการและนักลงทุนให้หันมองได้อย่างไม่อาจกระพริบตา
ปฐมบทการขับเคลื่อน “ไห่หนาน” ใหแขตเศรษฐกิจพิเศษของจีน เริ่มขึ้นเมื่อปี 2531 จวบจนปีนี้ 2566 ก็ล่วงเลยมาถึง 35 ปีแล้ว
โดยมณฑลไห่หนาน หรือมณฑลไหหลำ ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของจีน ล้อมรอบด้วยทะเลจีนใต้ เดิมเคยเป็นส่วนหนึ่งของมณฑลกวางตุ้ง ต่อมาได้ยกระดับขึ้นเป็นมณฑล และที่สำคัญคือการประกาศเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ตั้งแต่เมื่อปี 2531 ถือเป็น “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” (Special Economic Zone) ของจีนที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่ที่สุด!
ไห่หนาน เป็นเมืองตากอากาศชั้นแนวหน้า เพราะรายล้อมด้วยท้องทะเลสีครามแห่งทะเลจีนใต้ มีอ่าวย่าหลง คนจีนจึงนิยมมาเที่ยวในช่วงวันหยุดพักผ่อน ดังนั้นรัฐบาลจีนจึงเร่งพัฒนาการท่องเที่ยวของไห่หนานให้สมกับที่ได้ ชื่อว่าเป็น “ฮาวายแห่งเอเชียตะวันออก”
ขณะที่พื้นที่ของ ไห่หนาน ก็ใหญ่โตเป็นอันดับ 2 ของจีน รองจากเกาะไต้หวัน มีพื้นที่ครอบคลุมมากถึง 35,354 ตร.กม. เป็นมณฑลที่มีประชากรอยู่ในลำดับที่ 28 ของประเทศ มีขนาดใหญ่กว่าฮ่องกงราว 30 เท่า ใหญ่กว่าสิงคโปร์ 45 เท่า และใหญ่ประมาณ 60 เท่าของเกาะภูเก็ต

ไห่หนาน มีนครไหโข่ว เป็นเมืองเอกและเป็นเมืองเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุด รวมทั้งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญของมณฑลไห่หนาน อุตสาหกรรมส่วนใหญ่ของนครไหโข่ว ได้แก่ การผลิตเวชภัณฑ์ เทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับการเกษตรเขตร้อน การผลิตยานยนต์ พลังงานใหม่ การวิจัยนวัตกรรมสร้างสรรค์และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
นอกจากนี้ยังมีเมืองซานย่า ซึ่งอยู่ทางตอนใต้สุดของเกาะ เป็นเมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงของไห่หนาน เป็นเมืองจุดหมายปลายทางแห่งการท่องเที่ยวทางทะเลที่สำคัญ ส่งผลให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการครองสัดส่วนมากถึง 65% ของ GDP ของเมือง
นายภูวนารถ ณ สงขลา นายกสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน เล่าว่า บทบาทของไห่หนานยุคใหม่ เริ่มต้นจากปี 2561 เมื่อประธานาธิบดี สี จิ้นผิง และคณะผู้บริหารระดับสูงของจีน ได้เดินทางไปเยือนเป็นครั้งแรก และให้นโยบายสำคัญในการมุ่งพัฒนาไห่หนาน ทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การลงทุนก่อสร้างโครงข่ายทางด่วนและรถไฟความเร็วสูงรอบเกาะเพื่อเชื่อมหัวเมืองสำคัญเข้าด้วยกัน
และนี่ทำให้ในปี 2561 ไห่หนาน อยู่ในสปอร์ตไลท์ เพราะมีการประกาศให้เป็นพื้นที่นำร่องพิเศษ “ท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน” (Hainan Free Trade Port) สะท้อนถึงเป้าหมายในการเปลี่ยนแปลงและยกระดับทางเศรษฐกิจของไห่หนานอย่างชัดเจน

ต่อมาเดือนมิถุนายน 2563 รัฐบาลจีนได้นำเสนอแผนแม่บทการพัฒนาไห่หนาน ว่าจะผลักดันให้มีการเปิดเสรีการค้าและการลงทุนพื้นฐานเต็มรูปแบบภายในปี 2568 และกำหนดการบรรลุเป้าหมายการเติบโตไว้ที่ปี 2578
เพื่อก้าวไปให้ถึงเป้าหมายตามที่ประกาศ รัฐบาลจีนจึงให้ความสำคัญในการพัฒนาทั้งด้านเกษตรกรรม ด้วยการเพิ่มระดับความมั่นคงด้านอาหาร และมุ่งสู่การเป็น “เกษตรกรรมแห่งโลกอนาคต” อาทิ เครดิตสีเขียวและและการเทรดการปลดปล่อยคาร์บอน
ทั้งยังเดินหน้าพัฒนาด้านอุตสาหกรรมไฮเทค และบริการสมัยใหม่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเป็นแหล่งพักตากอากาศของนักท่องเที่ยว การเป็นสวรรค์ของนักช้อปปิ้ง การมีศูนย์รักษาพยาบาลและสุขภาพ รวมไปถึงการเป็นศูนย์กลางการขนถ่ายสินค้าระหว่างประเทศ เพื่อรองรับการเป็น Free Trade Port หรือ เมืองท่าการค้าเสรี
การมุ่งมั่นพัฒนาไห่หนาน โดยใช้ Free Trade Port เป็นเครื่องมือสำคัญ ถือเป็นโมเดลที่ไม่แตกต่างกับการพัฒนาเศรษฐกิจฮ่องกง ทั้งยังมีการใช้มาตรการด้านอัตราภาษีที่ต่ำกว่าของสิงคโปร์และฮ่องกง เพื่อดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย จึงทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่า รัฐบาลจีนจะยกระดับไห่หนาน ขึ้นมาเคียงคู่กับฮ่องกงในระยะยาวอย่างแน่นอน

สำหรับเศรษฐกิจภาพรวมของไห่หนาน ช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2564 ข้อมูลระบุว่ามีมูลค่า GDP 450,806 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของ โดยที่มีมูลค่าการค้าต่างประเทศอยู่ที่ 101,350 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 60.4 จากปี 2563 มีนักท่องเที่ยว 74.86 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 32.5 ทำให้มีรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 128,180 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 74.2 จากช่วงเดียวกันของปี 2563
ส่วนของอุตสาหกรรมเกษตร ในปี 2564 ไห่หนานมีมูลค่าเพิ่มทางการเกษตร 91,574 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.5 โดยที่ไห่หนานยังคงเป็นฐานการผลิตมะพร้าวที่ใหญ่ที่สุดในจีน คิดเป็นร้อยละ 99 ของปริมาณผลิตทั้งหมดของจีน โดยมูลค่าผลผลิตมะพร้าวต่อปีประมาณ 300 ล้านหยวน
ภาพรวมเศรษฐกิจของมณฑลไห่หนานยังคงเติบโตต่อเนื่อง ทั้งการขยายตัวอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการจับจ่ายสินค้าปลอดภาษีของนักท่องเที่ยว ถือเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เศรษฐกิจของไห่หนานยังคงขยายตัวได้แม้ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19
ด้านความสัมพันธ์กับประเทศไทย ได้มีการทำ MOU ระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ไทย กับ กรมพาณิชย์ไห่หนาน เมื่อปี 2564 เพื่อสร้างความร่วมมือทางการค้าระหว่างกัน โดยตั้งเป้าหมายว่าจะสามารถเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันได้
ทั้งนี้ ภายใต้รูปแบบการพัฒนาใหม่ของจีน ท่าเรือการค้าเสรีไห่หนานจะกลายเป็น จุดสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในแผนพัฒนา “วงจรคู่” (dual circulation) ของจีน ดึงดูดและจัดสรรทรัพยากรจากทั่วโลก เป็นการเปิดโอกาสความร่วมมือระหว่างจีนและประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมประเทศไทยด้วย โดยมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับไห่หนาน ปี 2565 มีมูลค่า 18,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 91.9%

สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นิคมอุตสาหกรรมและเขตพัฒนาเศรษฐกิจต่างๆ ของไห่หนาน ในปี 2565 บรรดานิคมสำคัญของท่าเรือการค้าเสรีไห่หนานได้ลงทุนในสินทรัพย์ถาวรรวมกันถึง 1.26 แสนล้านหยวน (ราว 6.25 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.6 เมื่อเทียบปีต่อปี โดยมีรายได้จากการดำเนินงานรวมกันอยู่ที่ 1.82 ล้านล้านหยวน (ราว 9.03 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 31.6 เมื่อเทียบปีต่อปี
ดังนั้น แนวโน้มในการเติบโตอย่างชัดเจนของไห่หนาน จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ประกอบการไทยและนานาประเทศที่สนใจการลงทุนต้องจับตา