วันนี้ (28 พ.ค.69) การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่รัฐสภาฯ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งกระทู้สดต่อ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กรณีการดำเนินโครงการ TH-AI Passport วงเงิน 1.6 พันล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กองทุนดีอี) เพื่อแจกสิทธิ์ใช้งาน AI ระดับโปรให้คนไทยฟรี 5 ล้านคน
ตั้งข้อสังเกตว่า ตัวเลขผู้ใช้งาน 5 ล้านคน ไม่ได้มาจากความต้องการที่แท้จริงของประเทศ แต่เป็นการนำวงเงินงบประมาณ 1.5 พันล้านบาทมาตั้งหารเฉลี่ยเพื่อให้ได้ตัวเลขออกมา ที่สำคัญ โครงการนี้ถูกขอโดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ซึ่งมีบทบาทเป็นเลขาธิการของคณะกรรมการกองทุนดีอีด้วย จึงเข้าข่ายการใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่ชอบในลักษณะ “ตั้งเอง ชงเอง ตบเอง” หรือไม่
นอกจากนี้ วงเงิน 1.6 พันล้านบาท คิดเป็น 60-70% ของเงินกองทุนดีอีที่มีอยู่ทั้งหมดปีละประมาณ 2 พันล้านบาท และเป็นโครงการที่อนุมัติเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยใช้เวลาเปิดประกวดราคาจนถึงวันยื่นเอกสารเพียง 34 วัน (จากปกติ 3-6 เดือน) ส่อแววว่าอาจมีกลุ่มทุนที่รู้ข้อมูลล่วงหน้า
“โครงการนี้มีความประหลาดมากมาย เพราะนอกจากจะเป็นโครงการที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์กองทุนแล้ว ยังเป็นโครงการที่อนุมัติเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วย”
นอกจากนี้ได้เปิดเผยถึง “ความบังเอิญ” 4 ประการที่ส่อถึงการล็อกสเปกในเอกสาร TOR
- ราคากลางสุดเป๊ะ กลุ่มบริษัทที่เข้าประมูลเป็นกลุ่มเดียวกับที่เข้ามาวางราคากลางไว้ และราคาที่ชนะต่ำกว่าราคากลางเพียง 1.5%
- โฆษณาในร้านสะดวกซื้อ มีการระบุให้ลงโฆษณาในร้านสะดวกซื้อ ซึ่งหนึ่งในกิจการร่วมค้าที่ชนะการประมูล คือกลุ่มทุนที่เป็นเจ้าของสิทธิ์หน้าจอในร้านสะดวกซื้อรายนั้น
- แก๊งเดียวกันกวาดงานกระทรวงอื่น 3 บริษัทที่ทำราคากลางโครงการนี้ เป็นกลุ่มเดียวกับที่เข้าไปทำราคากลางให้กับระบบ Big Data ของกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวง อว. มูลค่ารวมหมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นกระทรวงที่อยู่ภายใต้การบริหารของพรรคภูมิใจไทยทั้งหมด
- เชื่อมโยงงานบุรีรัมย์ กลุ่มบริษัทที่ชนะการประมูลครั้งนี้ ยังเป็นกลุ่มที่ชนะการประมูลโครงการโมโตจีพี (MotoGP) ที่จังหวัดบุรีรัมย์อีกด้วย
“ความบังเอิญมันช่างเป๊ะพอดี คนที่ชนะโครงการเป็นโครงข่ายกินรวบหน้าเดิมๆ และเกี่ยวข้องกับพรรคท่านมาโดยตลอด ท่านปล่อยให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นในกระทรวงได้อย่างไร”
นายภาวุธ กล่าวว่า ปัจจุบันการแข่งขันด้าน AI มีสูงและมีของฟรีให้เลือกใช้มากมาย ประเทศไทยจึงไม่มีความจำเป็นต้องทุ่มเงิน 1.5 พันล้านบาทไปซื้อผ่านบริษัทตัวกลาง ซึ่งทำให้เสียผลประโยชน์และส่วนต่างโดยไม่จำเป็น หากเราใช้ไป 2 ล้านคนแล้วค่อยไปซื้อเพิ่มก็ได้ แล้วทำไมในการซื้อครั้งนี้ ต้องซื้อผ่านบริษัทตัวกลางด้วย ทำไมไม่ซื้อตรงไปที่บริษัทเลย เพราะจะสามารถต่อรองและได้สิทธิประโยชน์
ดังนั้น เพื่อความโปร่งใสและรักษาผลประโยชน์ของชาติ จึงขอเรียกร้องให้กระทรวงดีอี ชะลอการเปิดลงทะเบียนโครงการในเดือนมิถุนายนนี้ออกไปก่อน เพื่อส่งต่อให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และสำนักงาน ป.ป.ช. เข้ามาตรวจสอบกระบวนการประมูลอย่างละเอียด เพื่อป้องกันปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน
