ลูกบ้านพ้อ ขอ ‘แอชตันอโศก’ รีบเคลียร์ใจ ไม่มา เจอฟ้องเรียก 5,000 ล้าน

อีจัน ป๊อป

อีจัน ป๊อป

4 สิงหาคม 2566

ลูกบ้านพ้อ ขอ ‘แอชตันอโศก’ รีบเคลียร์ใจ ไม่มา เจอฟ้องเรียก 5,000 ล้าน

ลูกบ้านโครงการ ‘แอชตันอโศก’ ยังใจตุ้มๆ ต่อมๆ หลังศาลปกครองสูงสุด มีคำวินิจฉัยออกมา เมื่อวันที่ 27 ก.ค.66 ที่ผ่านมาให้เพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างโครงการนี้ ให้เวลา 270 วันหลังคำตัดสิน ให้ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เจ้าของโครงการขยายทางเข้า-ออก

ให้มีความกว้างของถนน 12 เมตร และอยู่ติดกับถนนสาธารณะที่มีความกว้าง 18 เมตร ตามที่กฎหมายควบคุมอาคารและกฎหมายผังเมืองกำหนด ซึ่ง กรุงเทพมหานคร ระบุว่า หากสามารถปรับปรุงแก้ไขเปลี่ยนแปลงทางเข้า-ออกแล้วเสร็จ ก็สามารถยื่นขอใบแจ้งก่อสร้างได้ โดยไม่ต้องรื้อถอนอาคาร

ด้าน นายพิสุทธิ์ รักวงษ์ ตัวแทนกฎหมายนิติบุคคลโครงการ ‘แอชตันอโศก’ กล่าวภายหลังเข้าพบ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 3 ส.ค.66 ที่ผ่านมา ว่า ผู้ว่าฯกทม.บอกว่า จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือลูกบ้าน เพราะไม่อยากให้อยู่ด้วยความกลัว จากที่ตึกไม่มีอนุญาต

สำหรับข้อเรียกร้องจากลูกบ้านถึงบริษัท อนันดา คือ ขอให้แสดงความจริงใจในการเข้ามาร่วมประชุมกับตัวแทนนิติบุคคลภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ 3 ส.ค.นี้ ถ้าไม่มาจำเป็นต้องดำเนินการฟ้องร้อง โดยจะฟ้องแพ่ง บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้รับประโยชน์ของโครงการ และยินยอมใช้เครื่องหมายการค้าอนันดา และบริษัท มิตซุย ฟูโดซัง ในฐานะผู้ถือหุ้นที่กระทำการไม่สุจริต เอาเปรียบผู้บริโภค จะมีการเรียกค่าเสียหายกว่า 5,000 ล้านบาท

โดยคิดตามมูลค่าที่ลูกบ้านอยู่อาศัย คือ 580 ครัวเรือน ยังไม่รวมดอกเบี้ย ค่าตกแต่ง โดยการดำนินการฟ้องภายใน 1 ปีนับจากนี้ เพราะต้องใช้เวลารวบรวมเอกสาร และมีลูกบ้านอยู่ต่างประเทศด้วย จึงขอฝากถึงบริษัท อนันดา ให้แสดงความจริงใจ ความรับผิดชอบ และศรัทธาออกมาให้ลูกบ้านเห็น

เพราะหลังจากได้หนังสือชี้แจงฉบับล่าสุด (3 ส.ค.66) เจอข้อเท็จจริง ซึ่งสะท้อนความไม่จริงใจบางอย่าง เนื่องจาก บริษัท อนันดา ได้ยกข้อกฎหมายเรื่องการริดรอนสิทธิขึ้นต่อสู้ โดยระบุว่า ลูกบ้านรู้ดีถึงสถานะของคดีโดยตลอดอยู่แล้ว แต่กลับสมัครใจรับโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด เพื่อปฏิเสธความรับผิดชอบ และให้ความรับผิดตกอยู่ไปอยู่กับลูกบ้านทั้งหมด

ดังนั้น จึงขอให้บริษัท อนันดา ทำข้อตกลงยืนยันว่า ถ้าท้ายที่สุดต้องรื้อถอนอาคาร จะชดใช้เยียวยาลูกบ้าน รวมถึงขอเปลี่ยนโครงการ หรือไปอยู่โครงการอื่นๆ ของอนันดา หรือขอให้คืนเงิน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่ตัดสินใจซื้อแบรนด์นี้ แต่ที่ผ่านมา บริษัท อนันดา ไม่เซ็นยินยอม จนศาลมีคำพิพากษาดังกล่าว

“หากลูกบ้านรู้ว่าโครงการมีคดีความ คงไม่มีใครเสี่ยงซื้อห้องชุดที่มีมูลค่าสูง ตอนนี้ลูกบ้านอยู่กับความไม่แน่นอน หากในอนาคตบริษัท อนันดา ไม่สามารถหาทางเข้า-ออก เพื่อขอใบอนุญาตใหม่ได้ถูกต้อง ขอให้อนันดาเซ็นรับรองว่าจะไม่ทิ้งกันจริงๆ” นายพิสุทธิ์กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

สะเทือน! วงการอสังหาฯ ‘แอชตันอโศก’ เคสแรกของไทย ที่อาจโดนทุบทิ้ง!’กทม.’ ส่งทีมกฎหมาย ช่วย ‘แอชตันอโศก’ สุดพลัง มีลุ้นไม่ต้องทุบทิ้ง!

แท็ก

#EIA#Environmental Impact Assessment Report#กรมโยธาธิการและผังเมือง#กระทรวงมหาดไทย#กรุงเทพมหานคร#การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย#ชัชชาติ สิทธิพันธุ์#ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร#ทุบแอชตันอโศก#นายพิสุทธิ์ รักวงษ์ ตัวแทนกฎหมายนิติบุคคลโครงการ#บริษัท มิตซุย ฟูโดซัง#บริษัท อนันดา#บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด#ประวัติศาสตร์อสังหาริมทรัพย์#ผู้ร้องสอด#พิสุทธิ์ รักวงษ์#พื้นที่ตาบอด#มหากาพย์โครงการแอชตันอโศก#รถไฟฟ้าสถานีอโศก#รฟม.#ลูกบ้านคอนโด#ลูกบ้านแอชตันอโศก#วงการอสังหาริมทรัพย์#วงการอสังหาฯ#ศาลปกครองสูงสุด#อ.ชัชชาติ#อสังหาริมทรัพย์#อสังหาริมทรัพย์ไทย#เทอร์มินอล 21#เทอร์มินอล21#แอชตันอโศก