วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 นาย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เปิดเผยแผนช่วยเหลือประชาชนผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ซึ่งเป็นการบูรณาการฐานข้อมูลครั้งใหญ่ เพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มความแม่นยำในการเข้าถึงสิทธิ โดยแบ่งกลุ่มเป้าหมายออกเป็น 2 กลุ่มหลัก
กลุ่มที่ 1 คือ กลุ่มเปราะบาง/รายได้น้อย จำนวน 13 ล้านคน เช่น ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับเงินช่วยเหลือโดยตรงโดยไม่ต้องร่วมจ่าย
กลุ่มที่ 2 คือผู้ที่กำลังซื้อประมาณ 30 ล้านคน จะเข้าร่วมในรูปแบบ “คนละครึ่งพลัส” ใช้จ่ายผ่านแอปฯ เป๋าตัง โดยรัฐช่วย 60% และประชาชนจ่าย 40% วงเงินรวม 4,000 บาท แบ่งใช้เดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน
สำหรับไทม์ไลน์สำคัญ โครงการเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาในวันที่ 19 พฤษภาคม และคาดว่าจะเริ่มเปิดให้ใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน
ขณะเดียวกัน จากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่กระทบต้นทุนพลังงาน รัฐบาลเตรียมออกพระราชกำหนดกู้เงินวงเงิน 400,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่
– 200,000 ล้านบาทแรก ใช้เยียวยาประชาชน เกษตรกร และ SME ที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงาน
– 200,000 ล้านบาทหลัง ใช้ลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงาน ลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซ ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนสูงถึง 7% ของ GDP
นายเอกนิติระบุว่า การกู้เงินครั้งนี้ไม่ใช่เพียงมาตรการระยะสั้น แต่เป็นการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อไม่ให้ประเทศไทยเผชิญวิกฤตพลังงานซ้ำ
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังยืนยันว่า ได้ประเมินความเสี่ยงอย่างรอบคอบ โดยคาดว่าหนี้สาธารณะต่อ GDP จะเพิ่มขึ้นสูงสุดที่ 69% ในปี 2570 ซึ่งยังต่ำกว่ากรอบวินัยการเงินการคลังที่กำหนดไว้ไม่เกิน 70% และมีแนวโน้มลดลง หากเศรษฐกิจเติบโตตามเป้าหมาย
