ทองขึ้น +1,100 รับทรัมป์กดดัน “สีจิ้นผิง” ขู่รีดภาษีจีน 155%

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

21 ตุลาคม 2568

ทองขึ้น +1,100 รับทรัมป์กดดัน “สีจิ้นผิง” ขู่รีดภาษีจีน 155%

วันนี้ (21 ต.ค.68) เวลา 09.00 น. รายงานจาก สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทองขึ้น 1,100 บาท ทำให้ทองคำแท่งรับซื้อที่บาทละ 67,000 บาทต่อบาททองคำ ขายออกบาทละ 67,100 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่ราคาทองคำรูปพรรณ รับซื้อบาท 65,657.96 บาท และขายออกบาทละ 67,900 บาท

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์แม่ทองสุก จำกัด (MTS Gold) เผยราคาทองคำปิดพุ่งขึ้นเกือบ 3% ในวันจันทร์ (20 ต.ค.) ได้แรงหนุนจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่คาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ ประกอบกับ แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองทั่วโลก 

ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังจับตาความคืบหน้าของ การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน โดยล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเตรียม ขึ้นภาษีสินค้าจีนเป็น 155% หากประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ไม่ยอมลงนามใน “ข้อตกลงการค้าที่เป็นธรรม”

ราคาทองคำตลาดโลกปิดปรับตัวขึ้น 88.72 เหรียญ หรือ 2.08% ที่ระดับ 4,355.8 เหรียญ ขณะที่เช้านี้อยู่ที่ระดับ 4,338.08 เหรียญ

กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 11.45 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,058.66 ตันภาพรวมเดือนตุลาคม ซื้อสุทธิ 45.78 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. – ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 186.14 ตัน

นักวิเคราะห์จาก CPM Group กล่าวว่า ความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันจันทร์ และคาดว่าราคาทองคำจะปรับตัวขึ้นอีกในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้าและหลายเดือนข้างหน้า และเขาไม่แปลกใจหากราคาทองคำจะดีดตัวขึ้นแตะดับ 4,500 ดอลลาร์/ออนซ์ในไม่ช้านี้

นักยุทธศาสตร์จาก UBS Global Wealth Management กล่าวว่า ราคาทองคำพุ่งขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมา โดยได้รับแรงหนุนจาก ความไม่แน่นอนทางการเมืองและการค้า, อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงลดลง, เงินดอลลาร์อ่อนค่า, หนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น, และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจผลักดันให้ราคาทองคำ ทะยานแตะระดับ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์