ตอบทุกข้อสงสัย “ดิจิทัลวอลเล็ต” รับสิทธิ์แจกเงินหมื่นทำอย่างไร?

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

31 กรกฎาคม 2567

ตอบทุกข้อสงสัย “ดิจิทัลวอลเล็ต” รับสิทธิ์แจกเงินหมื่นทำอย่างไร?

ใกล้เข้ามาแล้วกับโครงการ “ดิจิทัลวอลเล็ต” ที่จะเปิดให้ลงทะเบียนพรุ่งนี้ (1 ส.ค.67) ตั้งแต่เวลา 08.00 น. คาดว่าประชาชนได้รับประโยชน์ราว 50.7 ล้านคน ใช้งบประมาณ 4.5 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวมีความซับซ้อน และประชาชนอาจมีคำถามต่อการใช้เงิน ดังนั้น เพื่อตอบทุกข้อสงสัย จึงได้รวมความคืบหน้าล่าสุดที่รวบรวมข้อมูลจากรัฐบาล อีจันได้นำมาสรุปให้แบบละเอียดยิบแล้ว!

วันนี้ (31 ก.ค.67) สำหรับ “ดิจิทัลวอลเล็ต” สามารถลงเบียนเพื่อรับสิทธิ์ได้ผ่านแอปพลิเคชั่น “ทางรัฐ” โดยแบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ 1.สำหรับผู้มีมือถือให้ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 1 ส.ค.-15 ก.ย.67 และ 2.สำหรับผู้ไม่มีมือถือจะเปิดช่องทางใหม่ให้ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 16 ก.ย.-15 ต.ค.67 เบื้องต้นจะได้ใช้เงินจริงช่วงไตรมาส 4/67 แต่จากกระแสข่าวคาดว่าจะได้ใช้เงินเดือนธ.ค.67

ทั้งนี้ ในหัวค่ำวันนี้ (31 ก.ค.67) ระบบจะหยุดทำงานราว 2-3 ชั่วโมง เพื่อรีเซตระบบอีกครั้ง เตรียมความพร้อมสำหรับเปิดรับการลงทะเบียนในวันที่ 1 ส.ค.67

วิธีการดาวน์โหลดแอปทางรัฐ ผ่านระบบปฏิบัติการของสมาร์ตโฟน ดังนี้

1.สำหรับระบบปฏิบัติการไอโอเอส (iOS) ดาวน์โหลดแอปฯได้ที่ “App Store”

2.สำหรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) ดาวน์โหลดแอปฯได้ที่ “Google Play”

***หากมีข้อสงสัยสามารถคลิกอ่านรายละเอียดการลงทะเบียนเพิ่มเติมได้ที่ เว็บทางรัฐ (คลิก)

ขั้นตอนการลงทะเบียนและยืนยันตัวตนผ่านแอปฯทางรัฐ สำหรับประชาชน ดังนี้

  • การยืนยันตัวตนและลงทะเบียนสำหรับผู้มีสมาร์ทโฟน (มือถือ) กดลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ผ่านแอปฯทางรัฐ ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.-15 ก.ย.67
  • การยืนยันตัวตนและลงทะเบียนสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) เฉพาะผู้ที่มีมือถือต้องลงทะเบียนผ่านแอปฯทางรัฐ เพื่อรัฐสิทธิ์ด้วยเช่นกัน หากไม่ได้ยืนยันตัวตนผ่านแอปฯทางรัฐจะถือว่าสละสิทธิ์ หรือไม่ได้รับสิทธิ์ในโครงการนี้ โดยระยะเวลาการลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.-15 ก.ย.67
  • การลงทะเบียนกรณีที่ไม่มีสมาร์ทโฟน (มือถือ) เริ่มลงทะเบียนวันที่ 15 ก.ย.–15 ต.ค.67 ขณะนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างเตรียมช่องทางในการเข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งจะแจ้งวิธีการลงทะเบียนได้ในระยะต่อไป อีกทั้งการใช้จ่ายนั้นอยู่ระหว่างการพิจารณาให้ใช้สิทธิผ่านบัตรประจำตัวประชาชน แต่การใช้สิทธิซื้อสินค้าจากร้านค้าจะทำได้ในวงแคบกว่าการใช้สิทธิของประชาชนกลุ่มที่มีมือถือ

ดังนั้น การลงทะเบียนผ่านสมาร์ตโฟนจะสามารถใช้งานได้สะดวกกว่า จึงแนะนำให้พยายามลงทะเบียนผ่านทางสมาร์ตโฟนก่อนเป็นอันดับแรก

หากเกิดปัญหาการลงทะเบียนผ่านแอปฯทางรัฐ ขัดข้องติดต่อที่ไหนได้บ้าง?

สำหรับผู้มีสมาร์ทโฟน (มือถือ) เกิดปัญหาการลงทะเบียนผ่านแอปฯทางรัฐและต้องการคำปรึกษา หรือความช่วยเหลือ รัฐบาลได้กำหนดสถานที่เพื่อกำหนดเป็นจุดให้บริการ (วอล์คอิน) จำนวน 5,199 จุดทั่วประเทศ เพื่อให้บริการรับลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ดังนี้

1.ศูนย์ดิจิทัลชุมชน จำนวน 1,722 ศูนย์ทั่วประเทศ

2.ที่ทำการไปรษณีย์ จำนวน 1,200 แห่ง ทั่วประเทศ (ยกเว้น ไปรษณีย์อนุญาต (เอกชน) และร้านค้าให้บริการ)

3.ธนาคารออมสิน 1,047 แห่ง ทั่วประเทศ

4.ธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จำนวน 1,238 แห่งทั่วประเทศ

การใช้จ่ายในโครงการฯ- เงื่อนไขการใช้จ่าย มีรายละเอียด ดังนี้

  • การใช้จ่ายระหว่างประชาชนกับร้านค้า : ประชาชนจะสามารถใช้จ่ายได้กับร้านค้าขนาดเล็ก รวมถึงร้านสะดวกซื้อขนาดเล็ก โดยไม่รวมห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีก-ค้าส่งสินค้าขนาดใหญ่ระดับประเทศและระดับท้องถิ่น และในการซื้อสินค้า หากประชาชนมีที่อยู่ตามทะเบียนบ้านในอำเภอใด ก็ต้องซื้อสินค้าจากร้านค้าในอำเภอเดียวกันเท่านั้นและต้องซื้อขายแบบพบหน้า (Face to Face)

โดยคำว่าซื้อขายแบบพบหน้านี้ จะมีการตรวจสอบ 1.ที่อยู่ของร้านค้าตามที่ลงทะเบียนโครงการฯ 2.ที่อยู่ของประชาชนตามทะเบียนบ้านในขณะที่ลงทะเบียนโครงการฯ และ 3.พิกัดที่อยู่ของประชาชนในขณะที่ใช้จ่ายกับร้านค้าต้องอยู่ในเขตอำเภอเดียวกัน การชำระเงินจึงจะสมบูรณ์

กรณีประชาชนมีที่อยู่จริง ไม่ตรงกับที่อยู่ ณ ปัจจุบัน สามารถทำอย่างไรให้ใช้จ่ายเงินได้แบบไม่ต้องกลับไปตามทะเบียนบ้านจริง?

  • กรณีผู้ที่ชื่อที่อยู่ในทะเบียนบ้านกับที่อยู่จริง ณ ปัจจุบัน ไม่ตรงกัน กระทรวงการคลังเปิดโอกาสให้สามารถย้ายที่อยู่ในทะเบียนบ้านได้ โดยให้ย้ายทะเบียนบ้าน ที่อำเภอ หรือสำนักงานเขต ให้เสร็จสิ้นก่อนทำการลงทะเบียนสมัครดิจิทัลวอลเล็ต 1 วัน

เช่น หากวางแผนจะลงทะเบียนสมัครดิจิทัลวอลเล็ต ในวันที่ 1 ก.ย.67 ให้ย้ายทะเบียนบ้านให้เสร็จภายในวันที่ 31 ส.ค.67

สำหรับสินค้าที่ซื้อได้-ไม่สามารถซื้อได้ มีอะไรบ้าง?

  • สินค้าทุกประเภทสามารถเข้าร่วมได้
  • ยกเว้นรายการสินค้าไม่ร่วมรายการ (Negative List) ได้แก่ 1.สลากกินแบ่งรัฐบาล 2.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 3.ผลิตภัณฑ์ยาสูบ 4.กัญชา 5.กระท่อม 6.พืชกระท่อม 7.ผลิตภัณฑ์กัญชาและกระท่อม 8.บัตรกำนัล 9.บัตรเงินสด 10.ทองคำ 11.เพชร 12.พลอย 13.อัญมณี 14.น้ำมันเชื้อเพลิง 15.ก๊าซธรรมชาติ 16.เครื่องใช้ไฟฟ้า 17.อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และ 18.เครื่องมือสื่อสาร

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์อาจพิจารณาแก้ไขปรับปรุงรายการสินค้าไม่เข้าร่วมเพิ่มเติมได้ ทั้งนี้ การใช้จ่ายภายใต้โครงการฯ จะไม่รวมถึงบริการต่างๆ

คุณสมบัติประชาชนที่ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ ดังนี้

1.ประชากรที่มีที่อยู่ในทะเบียนบ้าน

2.สัญชาติไทย

3.มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ปิดรับลงทะเบียน (15 กันยายน 2567)

4.ไม่เป็นผู้มีรายได้เกิน 840,000 บาท สำหรับปีภาษี 2566

5.ไม่เป็นผู้ที่มีเงินฝากกับธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจรวมกันเกิน 500,000 บาท โดยตรวจสอบข้อมูลเงินฝาก 6 ประเภท ได้แก่ (1) เงินฝากกระแสรายวัน (2) เงินฝากออมทรัพย์ (3) เงินฝากประจำ (4) บัตรเงินฝาก (5) ใบรับเงินฝาก และ (6) ผลิตภัณฑ์เงินฝากในชื่อเรียกอื่นใดที่มี ลักษณะเดียวกับข้อ (1) – (5) ทั้งนี้ เงินฝากดังกล่าวให้หมายความถึงเฉพาะเงินฝากที่อยู่ในรูปสกุลเงินบาทเท่านั้น และไม่รวมถึงเงินฝากในบัญชีร่วม และเป็นเงินฝาก ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567

6.ไม่เป็นผู้ที่อยู่ระหว่างต้องโทษจำคุกในเรือนจำ

7.ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในมาตรการ/โครงการอื่น ๆ ของรัฐ

8.ไม่เป็นผู้ฝ่าฝืนเงื่อนไขของมาตรการ/โครงการอื่น ๆ ของรัฐ

ทั้งนี้ สำหรับประชาชนที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเตรียมการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งเป็นข้อมูลโดยตรงจากรัฐบาล ที่เชื่อถือได้ ในเว็บไซต์ www.digitalwallet.go.th (คลิก) หรือ www.กระเป๋าเงินดิจิทัล.รัฐบาล.ไทย (คลิก) และสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านศูนย์บริการข้อมูลโทรสายด่วน. Digital Wallet 1111 พร้อมให้บริการและคำแนะนำปรึกษาแก่ประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง