‘ศิริกัญญา’ เอะใจ! หรือว่า เงินดิจิทัล 10,000 บาท จะถึงทางตัน?

อีจัน ป๊อป

อีจัน ป๊อป

24 ตุลาคม 2566

‘ศิริกัญญา’ เอะใจ! หรือว่า เงินดิจิทัล 10,000 บาท จะถึงทางตัน?

ตามที่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ออกมายืนยันวานนี้ (23 ต.ค.66) ว่า โครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ไม่ได้ดึงต้นแบบมาจากประเทศญี่ปุ่น แต่ได้ศึกษาและเปรียบเทียบแบบจำลองการแจกคูปองของประเทศญี่ปุ่นและไต้หวัน

ที่มีต้นแบบในปี 1999 ซึ่งมีลักษณะคล้ายกัน โดยมีการแจกคูปอง เพื่อศึกษาข้อดีและข้อเสียของแบบจำลองดังกล่าว ด้วยบริบทเมื่อปี 1999 และปัจจุบันแตกต่างกัน ขณะเดียวกัน ประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นก็แตกต่างกันอยู่ ดังนั้น จึงไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้โดยตรง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

‘จุลพันธ์’ ยัน โมเดลแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ไม่ได้เลียนแบบญี่ปุ่นศิริกัญญา เจอแล้ว! ต้นกำเนิดแจก เงินดิจิทัล 10,000 บาท มาจาก ‘ญี่ปุ่น’

ซึ่งถัดมา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ทวีตข้อความ Sirikanya Tansakun ระบุว่า

[หรือว่า digital wallet จะถึงทางตัน…?]

ธ.ออมสินที่ยืนหนึ่งเป็นแหล่งที่มาของงบที่จะใช้สำหรับ ดิจิทัล วอลเล็ท 5.6 แสนล้าน อาจจะใช้ไม่ได้เสียแล้ว

ไม่ใช่แค่ว่าออมสินมีสภาพคล่องไม่พอ แต่เป็นเรื่องข้อจำกัดของกฎหมายที่ไม่อนุญาตให้ออมสินปล่อยกู้ให้รัฐบาลได้

ตามมาตรา 7 ของพรบ.ออมสิน กำหนดวัตถุประสงค์เอาไว้ว่าให้ทำกิจการใดบ้าง ซึ่งก็เหมือนกับธนาคารพาณิชย์ รับฝากเงิน ปล่อยกู้ ซื้อขายพันธบัตร ลงทุน ไม่มีข้อไหนที่ให้รัฐบาลกู้เงินได้ แต่หากจะทำกิจการอื่น ต้องตราเป็นพรฎ.

ซึ่งเมื่อไปดูในพรฎ. กำหนดกิจการพึงเป็นงานธนาคาร ระบุกิจการไว้ 13 ข้อ ลงรายละเอียด ไปจนถึงธุรกิจเงินตราต่างประเทศ การออกบัตรเครดิต ที่ปรึกษาการเงิน แต่ก็ไม่มีข้อไหนเลยที่เข้าข่ายจะตีความว่านำเงินให้รัฐบาลกู้ยืมได้ ถ้าไม่เชื่อลองถามกฤษฎีกาดูก็ได้ค่ะ

ความหวังที่จะใช้เงินออมสินมาเป็นแหล่งเงินของโครงการดิจิทัล วอลเล็ทก็คงต้องจบลงแค่นี้ ยกเว้นแต่ว่าจะมีการแก้กฎหมาย ซึ่งไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้เสียทีเดียว แต่ก็ไม่ควรทำ

สมัยประยุทธ์ทำรัฐประหารใหม่ๆ ก็เคยออกคำสั่งคสช. แก้พรบ.กสทช. ว่าด้วยวัตถุประสงค์ กองทุนวิจัยและพัฒนา ของกสทช. ให้เพิ่มว่ากองทุนสามารถให้กระทรวงการคลังกู้ยืมเงินได้ ซึ่งต่อมากระทรวงการคลังก็มากู้ไปจริงๆ 14,300 ล้านบาท (ที่ตลกก็คือ มีการออกคำสั่งคสช.อีกฉบับเพื่อแก้พรบ.กลับไปเป็นเหมือนเดิม พร้อมยกหนี้หมื่นล้านนี้ให้กระทรวงการคลังด้วย)

เราก็ต้องมาวัดใจกันดูว่าจะถึงขั้นแก้กฎหมายเพื่อให้รัฐสามารถกู้เงินออมสินได้หรือไม่

**ถ้าไม่แก้กฎหมาย เหลือทางเลือกอะไรอยู่บ้าง**

เหลือแค่ใช้เงินงบประมาณ กับออกพรก.กู้เงินเหมือนช่วงโควิด

Update ข้อมูลงบ 67 ที่ปรับปรุงใหม่ ตามภาพที่ 2 ถึงจะขยายงบเป็น 3.48 ล้านล้าน แต่ก็ต้องจ่ายหนี้เพิ่ม ลงทุนเพิ่มตามไปด้วย เมื่อหักรายจ่ายที่ยังไงก็ต้องจ่าย ทั้งเงินเดือนสวัสดิการบุคลากรภาครัฐ งบใช้หนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย เงินชดใช้เงินคงคลัง งบท้องถิ่น และสวัสดิการตามกฎหมาย

งบที่เหลือมาจัดสรรใหม่ได้จริงเพิ่มมาเป็น 476,000 ล้าน ก็จริง แต่ขอย้ำว่านี่คือรายจ่ายประจำที่ต้องแชร์กับพรรคร่วมรัฐบาล 20 กระทรวง ถ้าใช้หมดนี่ก็หมายความว่า แต่ละกระทรวงได้เงินแค่พอจ่ายเงินเดือน กับงบลงทุน โครงการอื่นๆ ไม่ต้องทำกันแล้ว จะตั้งกองทุน soft power ก็ไม่ได้ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีเพิ่มงบไม่ได้ งบอุดหนุนบรรเทาภัยแล้งก็ไม่ได้ งบอุดหนุนดับไฟป่าแก้ PM 2.5 ก็ไม่ได้ โครงการฝึกอบรม upskill-reskill อะไรก็ทำไม่ได้ทั้งหมด ไม่ต้องพูดถึงค่าตอบแทนอสม. กำนันผู้ใหญ่บ้าน ก็หายหมดเช่นเดียวกัน ซึ่งเท่ากับว่าทางเลือกนี้ก็คงเป็นไปไม่ได้เหมือนเดิม

หรือ… จะให้ผู้ประกอบการเก็บเหรียญดิจิทัลไว้ ยังไม่ให้แลกคืน รออีกซักปี 2 ปี ให้มีงบประมาณพอ ก็อาจเป็นอีกทางเลือก แต่ก็เสี่ยงที่จะทำให้ไม่มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการ

ทางเลือกสุดท้าย คือออกเป็นพรก.เงินกู้แบบที่ทำช่วงโควิด ก็จะถือเป็นการฆ่าตัวตายทางการเมืองชัดๆ ซึ่งก็ทำไม่ได้อีกเพราะไม่ได้มีความจำเป็นเร่งด่วนตามรธน. น่าคิดนะคะ ว่าอาจจะถึงทางตันจริงๆ

อย่างไรก็ตาม สำหรับวันนี้ (24 ต.ค.66) มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน แต่ยังไม่พบข้อมูลว่าจะมีการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต

จึงต้องลุ้นกันต่อไปว่า การประชุมจะเกิดขึ้นเมื่อไร แล้วจะเริ่มแจกได้ทันตามกำหนดในเดือน ก.พ.67 หรือไม่ หรือจะต้องเลื่อนออกไปเป็นภายในไตรมาส 1/67 แทน

เงินดิจิทัล 10,000 บาท มีแววเลื่อนแจกจาก ก.พ.67 เป็นไตรมาส 1/67 ดี๊ด๊า! นายกฯเศรษฐา ลั่น เงินดิจิทัล 10,000 บาท เดือน ก.พ.67 ได้แน่