ธปท. จับตาภาคผลิต โรงงานปิดพักชั่วคราว ฉุดเศรษฐกิจ Q3 “ซึม”
ต้นกุมภาฯ อีจัน
8 ตุลาคม 2568

วันนี้ (8 ต.ค.68) นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประเมินการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ทั้งปี 2568 อยู่ที่ 2.2%
นายสักกะภพกล่าวว่า โดยเป็นผลจากในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ เศรษฐกิจขยายตัวดีตามคาดที่ 3% ขณะที่แนวโน้มในช่วงครึ่งหลังปีนี้จะชะลอตัวลงพอสมควร โดยไตรมาสที่ 3 และไตรมาสที่ 4 จะขยายตัวต่ำกว่า 2% อีกทั้งเศรษฐกิจจะชะลอลงต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 1 และ 2 ของปี 2569 สาเหตุมาจากฐานที่ขยายตัวได้ในช่วงเดียวกันของปี 2568
ซึ่งในไตรมาสที่ 3/2568 จะเห็นการชะลอตัวลง โดยสาเหตุมาจากผลกระทบของนโยบายสหรัฐฯ ที่มีการเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากไทยที่ 19% ทำให้ภาคการส่งออกชะลอตัวลง จากที่การส่งออกได้เร่งตัวในช่วงไตรมาที่ 1 และ 2 ของปี 2568
อย่างไรก็ตาม การส่งออกตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2568 จะได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ แต่น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยคาดว่ามูลค่าการส่งออกทั้งปีอยู่ที่ 10% เนื่องจากช่วงครึ่งแรกปีนี้ มูลค่าส่งออกโต 15% รวมถึงตัวเลขล่าสุด ตั้งแต่ต้นปีถึงเดือน ส.ค. มูลค่าส่งออกอยู่ที่ 13% แต่ผลฐานสูงจากปี 2568 จะทำให้ต้นปี 2569 มูลค่าการส่งออกลดลงอยู่ที่ -1%
“เรายังเห็นการขยายตัวทั้งการส่งออกไปสหรัฐฯ และที่ไม่ใช่ไปสหรัฐฯ รวมถึงการส่งออกอิเล็กทรอนิกส์โตค่อนข้างดี ยังไงก็ต้องติดตามดูเรื่องแรงส่งของการส่งออก จากผลของมาตรการภาษีสหรัฐฯ จะเริ่มมีผลมากน้อยขนาดไหน”
ขณะเดียวกัน จะเห็นการชะลอตัวลงชัดเจนคือภาคการผลิต มีแนวโน้มลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า สาเหตุมาจากการหยุดผลิตชั่วคราวในโรงงานที่เป็นอุตสาหกรรมยานยนต์ หลังจากมีการควบรวมการผลิต เรื่องของการปิดโรงกลั่นปิโตรเลียม เครื่องดื่ม มีการหยุดการผลิตชั่วคราวจากการซ่อมบำรุงโรงงาน ส่งผลให้ในไตรมาสที่ 3 ภาคการผลิตจะลดต่ำลง
ขณะที่ภาคการท่องเที่ยว ในช่วงต้นปีเริ่มชะลอตัวลง แต่ขณะนี้เริ่มเห็นการกลับมาของนักท่องเที่ยวค่อยๆ ฟื้นตัว หลังจากช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวจีนเริ่มกลับเข้าไทย โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งปี 2568 อยู่ที่ 33 ล้านคน และปี 2569 อยู่ที่ 35 ล้านคน รวมถึงภาคการบริโภคและการลงทุน อย่างค่อนข้างทรงตัวและไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก
“ในไตรมาส 3 สิ่งที่จะเห็นสื่อเศรษฐกิจจะชะลอตัวลงจากเรื่องของภาคการผลิตเป็นสำคัญ”