นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงแนวทางปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าสำหรับครัวเรือนว่า รัฐบาลตั้งเป้าลดต้นทุนค่าไฟฟ้าอย่างถาวร ผ่าน 3 มาตรการหลัก ได้แก่
– การทบทวนสัญญาซื้อไฟฟ้าแบบ Adder กำลังการผลิตรวมราว 4,000 เมกะวัตต์ ซึ่งหากสามารถยกเลิกหรือปรับเงื่อนไขได้ จะช่วยลดค่าไฟลงได้ประมาณ 10 สตางค์ต่อหน่วย
– การรณรงค์ให้หน่วยงานภาครัฐและพื้นที่สาธารณะใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ระบบไฟถนน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนได้อีกประมาณ 10 สตางค์ต่อหน่วย
– การแก้ปัญหาค่าไฟฟ้าผันแปร (FT) ที่ปรับเพิ่มตามต้นทุนก๊าซธรรมชาตินำเข้า ซึ่งปัจจุบันมีราคาสูงขึ้น ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าโดยรวมปรับตัวสูงขึ้น
ทั้งนี้ หากดำเนินการครบทั้ง 3 แนวทาง จะช่วยลดค่าไฟได้รวมประมาณ 30–40 สตางค์ต่อหน่วย
สำหรับมาตรการระยะสั้น รัฐบาลเตรียมปรับโครงสร้างค่าไฟสำหรับภาคครัวเรือน โดยกำหนดอัตราแบบขั้นบันได ครอบคลุมผู้ใช้ไฟฟ้าประมาณ 23 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ แบ่งเป็น
การใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วยแรก คิดราคาไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ลดลงประมาณ 20%
การใช้ไฟฟ้า 201–400 หน่วย ยังคงได้รับสิทธิ์ 200 หน่วยแรกในราคาถูก และส่วนที่เกินคิดอัตราเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยรวมลดลงราว 10%
การใช้ไฟฟ้าเกิน 400 หน่วย ส่วนที่เกินจะคิดอีกอัตราหนึ่ง แต่ภาพรวมยังเฉลี่ยแล้วลดลง
ขณะนี้ประชาชนยังสับสนว่า สำหรับผู้ใช้ 400 หน่วยขึ้นไป ต้องจ่าย 5 บาททั้งหมด นายเอกนัฏ ยืนยันว่าไม่ใช่ ค่าเฉลี่ยค่าไฟในปัจจุบัน ราคา 3.88 บาท คิดคำนวณเหมือนภาษีขั้นบันได ซึ่งในการปรับโครงสร้าง เมื่อใช้เกิน 200 หน่วย ก็จะได้ประโยชน์จากการใช้ไฟ” นายเอกนัฏ กล่าว
นายเอกนัฏ ระบุว่า มาตรการดังกล่าวจะช่วยให้ประชาชนทุกกลุ่มได้รับค่าไฟที่ถูกลง หรืออย่างน้อยไม่สูงกว่าค่าเฉลี่ยเดิม
นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานเตรียมเสนอแพ็กเกจพลังงานเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อผลักดันเป็นวาระแห่งชาติ ครอบคลุมทั้งการปรับอัตราค่าไฟ การส่งเสริมโซลาร์รูฟท็อปโดยลดขั้นตอนและเพิ่มช่องทางสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ รวมถึงการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เช่น จักรยานไฟฟ้าและจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศ
พร้อมกันนี้ จะเร่งเจรจาปรับแก้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวบางส่วนที่มีต้นทุนสูง เพื่อลดภาระค่าไฟในระยะยาว และลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาตินำเข้า โดยหันมาใช้พลังงานแสงอาทิตย์มากขึ้น
ทั้งนี้ หลังเสนอ ครม. แล้ว จะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และเปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชน คาดว่าจะเริ่มใช้โครงสร้างค่าไฟใหม่ได้ในรอบบิลเดือนมิถุนายนนี้.
