กบข. โชว์ผลตอบแทนปี 68 พุ่ง 5.18% เปิดช่องให้ข้าราชการเลือกแผนลงทุนได้มากขึ้น

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

30 มกราคม 2569

กบข. โชว์ผลตอบแทนปี 68 พุ่ง 5.18% เปิดช่องให้ข้าราชการเลือกแผนลงทุนได้มากขึ้น

วันนี้ (29 ม.ค. 69) นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ผลการตอบแทนการลงทุน ปี 2568 อยู่ที่ 5.18% ปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อน 3.91% จากความเข้าใจของสมาชิกในการเลือกแผนการลงทุนที่เหมาะสม โดยเฉพาะแผนสมดุลตามอายุสำหรับกลุ่มอายุน้อยกว่า 51 ปี ที่ทำผลตอบแทนได้สูงถึง 8.74% รวมถึงการปรับเพิ่มสัดส่วนการลงทุนใน ทองคำ เป็น 25% ยังได้รับความนิยมอย่างสูงจากสมาชิก และในช่วงที่ผ่านมาราคาทองมีอัตราผลตอบแทนสูง ปัจจัยมาจากราคาทองที่ปรับราคาสูงขึ้น ปัจุบัน กบข. มีแผนการลงทุนในสิทนทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ จำนวน 18 ประเภท

“ในปี 2568 ถือว่ามีความท้าทาย เพราะเผชิญทั้งการกีดกันทางการค้า สินทรัพทย์มีความผันผวนมากกว่าปี 2567 และในปีที่ผ่านมาได้เพิ่มทางเลือกให้สมาชิกมีแผนทางเลือกมาขึ้น กบข. ตั้งเป้าหมายให้สมาชิกมีเงินออมชนะเงินเฟ้อในอัตราเฉลี่ย 10 ปี จะต้องบวก 2-3% ซึ่งผลตอบแทนเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้จะต้องมาจากประเภทการลงทุนซึ่งมีอยู่ 18 ประเภท” นายทรงพล กล่าว

ประกาศผลตอบแทนการลงทุนปี 2568 อยู่ที่ 5.18% ปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อนที่ทำได้ 3.91% โดยปัจจัยหลักมาจากความเข้าใจของสมาชิกในการเลือกแผนการลงทุนที่เหมาะสม. โดยเฉพาะแผนสมดุลตามอายุสำหรับกลุ่มอายุน้อยกว่า 51 ปี ที่ทำผลตอบแทนได้สูงถึง 8.74% รวมถึงการปรับเพิ่มสัดส่วนการลงทุนใน ทองคำ เป็น 25% ยังได้รับความนิยมอย่างสูงจากสมาชิก

ปี 2567 ได้เปลี่ยนแผนการลงทุน 15% หรือเป็นจำนวน 18,000 ราย และปี 2568 มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 25% หรือ 300,000 รายื ทำให้สมาชิกที่ใช้แผนเดิมหรือแผนพื้นฐานทั่วไปมีอยู่จำนวน 75% ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด 1.2 ล้านบาท โดยในปีนี้ กบข.มีแผนที่จะเพิ่มแผนทางการเลือกให้สมาชิกมากขึ้น

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีแผนทางเลือก อาทิ แผนสมดุลตามอายุ (แผนหลักกรณีไม่เลือก), แผนหุ้นต่างประเทศ, แผนหุ้นไทย, แผนกองทุนอสังหาริมทรัพย์ไทย, แผนทองคำ (จำกัดไม่เกิน 25%), แผนตราสารหนี้ต่างประเทศ และอื่นๆ

“ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้สมาชิกมีเงินพอใช้หลังเกษียณคือการ “ออมเพิ่ม” โดยปัจจุบันสมาชิกสามารถออมเพิ่มได้สูงสุด 27% ซึ่งการออมเพิ่มเพียง 1% ตั้งแต่เริ่มทำงานจะส่งผลต่อความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว”

เลขาฯ กบข. กล่าวว่า ปี 2569 จะเป็นปีที่ท้าทายกว่าปี 2567  ทั้งความเสี่ยงจากสภาพอากาศสุดขั้ว เช่น น้ำท่วมและภัยแล้ง รวมถึงความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลกและสงครามภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา. กบข. จึงเน้นย้ำความสำคัญของการจัดสรรสินทรัพย์ (Asset Allocation) และการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อรักษาเป้าหมายการเอาชนะเงินเฟ้อให้ได้ในระยะยาว