“อภิสิทธิ์” แนะ 5 แนวทาง ฟื้นท่องเที่ยวไทย ปลุกความมั่นใจ นทท.
วินทร์ กุมภเศรษฐ์
29 ตุลาคม 2568

วันนี้ (29 ตุลาคม 2568) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษในการประชุมสมาชิกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยปัจจุบันโตช้าเพราะเครื่องยนต์ท่องเที่ยวยังไม่กลับมาเต็มกำลัง โดยเศรษฐกิจไทยเติบโตเฉลี่ยเพียง 2% ต่อปี ต่ำที่สุดในภูมิภาคทั้งที่ในอดีตเคยโตได้ถึง 7–8% โดยภาคการท่องเที่ยวเป็นเครื่องจักรใหญ่ที่สุดของประเทศ
และพิสูจน์แล้วในช่วงโควิดว่า หากการท่องเที่ยวสะดุด เศรษฐกิจทั้งระบบก็ได้รับผลกระทบทันที แม้ไทยคาดว่าจะฟื้นตัวได้เร็วหลังโควิด แต่ตัวเลขนักท่องเที่ยวและรายได้ยังไม่กลับสู่ระดับก่อนเกิดวิกฤติที่เคยมีราว 40 ล้านคนต่อปี โดยปีนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติต่ำกว่าเป้าและอาจลดลงกว่าปีก่อน

ทั้งนี้ ปัญหาหลักที่สุดคือการหายไปของนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งก่อนโควิดเคยเดินทางมาไทยกว่า 10 ล้านคนต่อปี แต่ปัจจุบันยังไม่ฟื้นกลับมาเหมือนเดิม ขณะที่ประเทศอื่น เช่น ญี่ปุ่น เวียดนาม และมาเลเซีย กลับได้ประโยชน์จากนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มเดียวกัน สาเหตุสำคัญไม่ใช่เพราะนโยบายของจีน แต่เพราะคนจีนไม่รู้สึกปลอดภัย เมื่อมาไทย จากคลิปและข่าวในโซเชียลที่พูดถึงการลักพาตัว การค้าอวัยวะ และการเชื่อมโยงกับธุรกิจสีเทาในไทย

“ตราบใดที่รัฐบาลไทยยังไม่จัดการอย่างจริงจังกับปัญหาความปลอดภัยและกลุ่มธุรกิจผิดกฎหมาย จีนก็ยังไม่มั่นใจที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยระบบราชการและเจ้าหน้าที่ต้องบังคับใช้กฎหมายให้เด็ดขาด เพื่อฟื้นภาพลักษณ์ประเทศและสร้างความเชื่อมั่นให้กลับมาขณะเดียวกันค่าเงินบาทที่แข็งเกินจริงทำให้ไทยเสียความสามารถในการแข่งขันนักท่องเที่ยวรัสเซียและจีนจำนวนมากหันไปเที่ยวเวียดนามและมาเลเซียแทน” นายอภิสิทธิ์ ระบุ
ขณะเดียวกันยังได้เสนอแนวทางระยะยาว 5 ด้าน ได้แก่ การกระจายตลาด การส่งเสริมความยั่งยืน การพัฒนาบุคลากร การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการทำตลาดผ่านอินฟลูเอ็นเซอร์ เพื่อให้ไทยกลับมาเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวหลักของโลกอีกครั้ง