“ไชยชนก” ท้าเช็กงบฯ AI 1.6 พันล้าน ชี้พบช่องโหว่พร้อมให้ตรวจ

บริสุทธิ์ใจ! “ไชยชนก” ท้า “สส. พรรคประชาชน” เช็กงบฯ 1.6 พันล้าน แจก AI ฟรี 5 ล้านคน ชี้พบช่องโหว่พร้อมให้ตรวจสอบ ลั่นหากคิดโกงจะทำราคาถูกขนาดนี้ทำไม ยันทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน

วันนี้ (28 พ.ค.69) การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่รัฐสภาฯ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ตอบกระทู้สด นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กรณีการดำเนินโครงการ TH-AI Passport วงเงิน 1.6 พันล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กองทุนดีอี) เพื่อแจกสิทธิ์ใช้งาน AI ระดับโปรให้คนไทยฟรี 5 ล้านคน

นายไชยชนกกล่าวปฏิเสธกระแสข่าวที่ระบุว่า กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างใช้เวลาเพียง 34 วัน โดยยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมีการประกาศเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 17 พ.ย. 68 จากนั้นได้มีการเปิดทำประชาพิจารณ์ TOR ระหว่างวันที่ 15-22 ธ.ค.68 โดยเอกสารการจัดซื้อจัดจ้าง (TOR) มีความยาวทั้งหมด 33 หน้า ซึ่งส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประชาสัมพันธ์มีถึง 2 หน้าเต็ม

“แต่สิ่งที่นายภาวุธนำมาพูดเป็นเพียงแค่ 2 หมวดเท่านั้น ส่วนกรอบเวลา 34 วันที่ถูกกล่าวถึง แท้จริงแล้วเป็นเพียงขั้นตอนของการยื่นข้อเสนอโครงการ ดังนั้น กระบวนการทั้งหมดจึงถูกต้องตามกฎหมายและใช้เวลารวมทั้งสิ้นถึง 5 เดือน”

สำหรับความเร่งด่วนเรื่องนี้ มีความจำเป็นเร่งด่วนอย่างยิ่งและมีความสำคัญต่อประเทศ เพราะการทำงานตั้งแต่สมัยรัฐบาลอนุทิน 1 ที่พยายามผลักดันให้คนไทยเข้าถึงระบบ AI ระดับมืออาชีพ (AI Pro) เพื่อเพิ่มศักยภาพและทักษะด้าน AI (AI Literacy) ให้กับบุคลากรไทย

ซึ่งมองว่าระบบที่ทำอยู่นี้ยังช้าไปด้วยซ้ำ โดยเป้าหมายหลักของฝ่ายบริหารคือการยกระดับให้ประชาชนไม่ต่ำกว่า 5 ล้านคน ได้ใช้งาน AI ระดับโปรหรือสูงกว่า ฟรีเป็นเวลา 1 ปี ควบคู่ไปกับโมเดลการเรียนรู้สร้างรายได้ (Learn to Earn Model) สำหรับเหตุผลที่ไม่สามารถดึงบริษัทผู้พัฒนา AI ระดับโลกมาร่วมโครงการกับรัฐบาลไทยโดยตรงได้ เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านข้อกฎหมายและอธิปไตยทางข้อมูล

“เราพบว่าบริษัท AI เหล่านั้นไม่สามารถทำโครงการร่วมกับรัฐได้โดยตรง และหากฝืนทำ ก็จำเป็นต้องใช้แพลตฟอร์มของบริษัทนั้น ๆ เท่านั้น ส่งผลให้ข้อมูลของคนไทยถูกนำไปเก็บและประมวลผลที่ต่างประเทศ ซึ่งไม่สามารถนำกลับมาใช้พัฒนาการเรียนรู้หรือพัฒนาบุคลากรในประเทศได้ อีกทั้งยังทำให้เราไม่สามารถกำหนดทิศทาง ปกป้องข้อมูล และรักษาอธิปไตยไซเบอร์ของประเทศไทยได้เลย ซึ่งขัดกับหลักการของโครงการ”

ส่วนกระแสวิจารณ์ที่ว่าปัจจุบันมี AI ให้บริการฟรีอยู่แล้ว เหตุใดรัฐบาลต้องสิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดินไปกับการจัดซื้อครั้งนี้ นายไชยชนก กล่าวว่า “มี AI ฟรีอยู่แล้ว ทำไมต้องจ่ายเงิน หากอยากเป็นรัฐมนตรีดีอี ผมไม่คิดว่าต้องมาอธิบายคำว่า ‘ฟรี’ กับ ‘โปร’ ว่ามันมีศักยภาพและผลิตผล (Productivity) ที่แตกต่างกันขนาดไหน”

ส่วนที่มีคนมองว่ามีความไม่ชอบมาพากลเต็มไปหมดนั้น ในฐานะผู้กำหนดนโยบาย ผมดูที่ความสอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลและความคุ้มค่าของงบประมาณแผ่นดินหรือไม่ โครงการนี้คิดเป็นค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเพียง 27 บาทต่อหัวต่อเดือน แถมยังมีเลินนิ่งโมเดลพ่วงมาด้วย ซึ่งถือว่าถูกกว่าประเทศสิงคโปร์ถึงกว่า 20 เท่า

นายไชยชนกกล่าวว่า ประเด็นความโปร่งใสและตัวเต็งบริษัทที่จะเข้ามารับงานในครั้งนี้ โดยย้ำว่าหากใครพบช่องโหว่ก็พร้อมให้ดำเนินการตามกระบวนการตรวจสอบตรวจสอบอย่างเต็มที่

“หากผมคิดจะโกง ผมจะทำให้มันถูกและทั่วถึงกับประชาชนขนาดนี้ได้หรือไม่? ใครจะได้รับงานในโครงการดังกล่าวนี้ ไม่ใช่ประเด็น และไม่ใช่เรื่องของผม เพราะหน้าที่ของผมคือการมอบนโยบายให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด ใครประมูลผ่าน ใครรับงานไป ก็ต้องทำตามนโยบายที่วางไว้ให้ได้ หากทำไม่ได้ ผมก็ต้องจัดการ ดังนั้น ใครจะได้งานนี้ไป ผมไม่สน”