ภาคเอกชนตอบรับ ”รัฐบาลใหม่“ สดใส มั่นใจมีเอกภาพ-เสถียรภาพ ดันเชื่อมั่นพุ่ง

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

4 กันยายน 2567

ภาคเอกชนตอบรับ ”รัฐบาลใหม่“ สดใส มั่นใจมีเอกภาพ-เสถียรภาพ ดันเชื่อมั่นพุ่ง

วันนี้ (4 ก.ย.67) นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย กล่าวถึงกรณีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้วเสร็จในวันนี้ (4 ก.ย.67)

นายผยงกล่าวว่า เอกชนยินดีกับการตั้งคณะรัฐบาล (ครม.) ใหม่ ซึ่งการจัดตั้งครม.ได้เร็วเป็นเรื่องดี แม้ ครม.ที่มาจากหลายพรรค แต่มีเอกภาพ การทำงานเป็นทีม เชื่อมั่นว่าเอกชนจะทำงานร่วมกับรัฐบาล น่าจะเร่งขับเคลื่อนต้องให้โอกาสและมีความหวัง

ขณะเดียวกัน กกร. พร้อมสรุปข้อคิดเห็น และข้อเสนอของภาคเอกชน ทั้งจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย ทั้ง 3 ภาคเอกชนต่อรัฐบาลเพื่อพิจารณาเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า เพื่อทำเป็นสมุดปกขาวให้มีการดำเนินการต่อไป

“เรื่องสมุดปกขาวคาดว่าจะรวบรวมข้อเสนอต่างๆ ของทุกภาคเอกชนได้เสร็จภายในเดือนนี้ และการประชุมของ กกร.ครั้งหน้า (เดือนต.ค.67) น่าจะสรุปได้แล้วเสร็จ“นายผยงกล่าว

นายผยงกล่าว ปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข เช่น การส่งผ่านเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้เร็ว ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดก็ตาม แต่สามารถส่งผ่านที่กลุ่มเปราะบางได้เร็วจะเกิดความกระชุ่มกระชวยกลับไปที่ฐานรากจะสร้างบรรยากาศและอารมณ์เศรษฐกิจได้เร็ว

อย่างไรก็ตาม ด้านนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลต้องรอรัฐบาลแถลงนโยบายก่อน อย่างน้อยที่สุด รัฐบาลเปิดให้เอกชนเข้าพบ ซึ่งสร้างบรรยากาศและความเชื่อมั่นเริ่มดีขึ้น สะท้อนจากการเคลื่อนไหวในตลาดเงินตลาดทุนดีขึ้น เชื่อว่าในอนาคตจะมีขับเคลื่อนดีขึ้นด้วย

ขณะเดียวกัน การอัดฉีดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจนอกจากนโยบายทางการคลังแล้ว ในส่วนนโยบายการเงินจะมีการสนับสนุนสภาพคล่องอย่างไรนั้น

นายผยงกล่าวว่า นโยบายการเงินที่สนับสนุนเศรษฐกิจ ต้องมองถึงนโยบายทางการเงินไม่ควรมองนโยบายการเงินแบบโดดๆ นโยบายทางการเงินเป็นฟันเฟืองหนึ่งในระบบเศรษฐกิจ โดยสมาคมธนาคารไทยได้เสนอ 5 ข้อ เช่น การยกระดับการแข่งขัน การช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย (เอสเอ็มอี) การดูแลหนี้ครัวเรือน การดึงเศรษฐกิจนอกระบบให้มาอยู่ในระบบมากขึ้น เป็นเรื่องที่ต้องทำสอดคล้องกัน และทำอย่างไรอย่างหนึ่งไม่ได้

“อย่างไรก็ตาม เอกชนเห็นตรงกันว่าอยากเห็นเม็ดเงินสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว อาจจะเรียกเป็นอะไรก็ไม่ว่ากัน แล้วขนาดเม็ดเงินในการกระตุ้นนั้น อยากให้กระจายและทั่วถึงทุกพื้นที่”นายผยงกล่าว

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานคณะกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า พรรคร่วมรัฐบาลมีความเป็นเอกภาพ และมีเสียงส่วนใหญ่ในสภาฯ ก็มีเสียงเพียงพอแล้ว ดังนั้น ส่งนนี้จะต้องดูว่าใครจะมาเป็นหัวหน้าทีมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ เพราะส่วนนี้สำคัญที่สุด และอยากเสนอว่ารัฐบาลต้องมีการตั้งรองนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งเป็นหัวหน้าทีมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หรือเป็นคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ

“ตอนนี้เศรษฐกิจเป็นเครื่องยนต์ที่สำคัญที่สุด จำเป็นต้องมีรองนายกฯที่ชำนาญ และสามารถเป็นหัวหน้าทีม รวมถึงจะทำงานร่วมกับเอกชนใกล้ชิด เอกชนพร้อมร่วมมือกับรัฐบาล เพื่อผลักดันเศรษฐกิจร่วมกัน“นายสนั่นกล่าว

นายทวี ปิยะพัฒนา รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ครม.ชุดใหม่ เท่าที่เห็นและเทียบกับครม.ชุดที่แล้ว คิดว่าชุดนี้ใสกว่าชุดที่แล้ว และที่ผ่านมา สภาอุตฯ ได้พบกับนายกฯ ได้เสนอหลายเรื่อง โดยที่รัฐบาลเริ่มตอบสนองบ้างแล้ว