ธ.ก.ส. ลุยตั้ง AMC แก้หนี้เกษตรกร 8,000 ล้านบาท

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

6 พฤศจิกายน 2568

ธ.ก.ส. ลุยตั้ง AMC แก้หนี้เกษตรกร 8,000 ล้านบาท

วันนี้ (6 พฤศจิกายน 2568) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน โดยเป็นหนึ่งในนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล ภายใต้ 5 เสาหลัก ที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการ ภายใต้ระยะเวลาการบริหารประเทศ 4 เดือน ซึ่งปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยถูกมองว่าเป็นปัญหารากฐานของประเทศมานาน โดยปัจจุบันมีหนี้เสียในระบบสถาบันการเงิน และนอนแบงก์กว่า 4.7 ล้านบัญชี คิดเป็นวงเงิน 1.22 แสนล้านบาท

โดยภายในเดือนนี้จะเริ่มดำเนินการจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ขึ้นมาเอง ไม่ได้ใช้บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (SAM) เข้ามาบริหารจัดการ เนื่องจากหนี้เกษตรกรมีพฤติกรรมเฉพาะเจาะจง ทั้งนี้เพื่อจัดการหนี้ของเกษตรกรที่มีมูลค่าหนี้ต่ำกว่า 100,000 ล้านบาท ประมาณ 100,000 ราย คิดเป็นมูลค่าประมาณ 7,000–8,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการแก้ไขหนี้ครัวเรือนในเฟสที่สอง

สำหรับการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนเฟสแรก รัฐบาลใช้ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (SAM) ดึงหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของคนตัวเล็กตัวน้อยที่มีวงเงินต่ำกว่า 100,000 บาท ที่เป็นหนี้ไม่มีหลักประกันออกจากระบบธนาคารพาณิชย์ โดยมีเป้าหมาย 2 ล้านคน  มูลค่าหนี้รวม 60,000 ล้านบาท ครอบคลุมหนี้บัตรเครดิตจากธนาคารพาณิชย์, นอนแบงก์ที่เป็นบริษัทลูกของธนาคาร, และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFI)

“การบริหารหนี้เสียผ่าน AMC จะทำการปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับฐานะลูกหนี้ เช่น การลดต้น, ยืดอายุการผ่อน และหัวใจสำคัญคือการทำให้ลูกหนี้กลับมามีชีวิตใหม่และเข้าสู่ระบบสินเชื่อได้อีกครั้ง โดยจะมีการเปิดระบบเครดิตบูโร (NCB) เพื่อให้เข้าถึงสินเชื่อใหม่ได้” นายเอกนิติ ระบุ

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับความเสี่ยงสูงด้านการเงินเนื่องจากมี “ช่องโหว่” ให้กลุ่มมิจฉาชีพเข้ามาใช้ประโยชน์ เพราะจุดแข็งของประเทศคือ ระบบการเงินที่มั่นคงและมีเสถียรภาพ ค่าเงินบาทแข็งแกร่ง ทำให้เป็นที่ดึงดูดของอาชญากร

ขณะเดียวกัน สภาพภูมิประเทศที่มีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีระบบการเงินยังไม่พัฒนาเท่าประเทศไทย ทำให้เกิดการรั่วไหลสูง และรวมถึงนวัตกรรมทางการเงินสมัยใหม่ เช่น คริปโตเคอร์เรนซี ทำให้การติดตามเส้นทางการเงินเป็นเรื่องยากสำหรับเจ้าหน้าที่