ททท. โอด! บาทแข็งพ่นพิษ ต่างชาติเมิน-ไทยแห่เที่ยวนอก ทำรายได้วูบ 15-17%
วินทร์ กุมภเศรษฐ์
23 กันยายน 2568

น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ( ททท.) เปิดเผยถึงค่าเงินบาทแข็งค่า ว่า การแข็งค่าบาทกระทบแน่นอนต่อการตัดสินใจท่องเที่ยว โดยเฉพาะกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะส่งผลให้ต้นทุนในการเดินทาง ทั้งตั๋วเครื่องบิน ที่พัก ค่าอาหาร เป็นต้น ซึ่งตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.- 19 ก.ย. 2568 เงินบาทแข็งค่าขึ้นประมาณ 8% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ จากเมื่อต้นปีอัตราแลกเปลี่ยนเริ่มต้นที่ 34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ วันที่ 19 ก.ย. 2568 อัตราแลกเปลี่ยอยู่ที่ประมาณ 31.6 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

ขณะที่ค่าเงินหยวนอยู่ที่ 7.2963 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงประมาณ 2.65% จาก 1 ม.ค. 2568 ที่อัตราแลกเปลี่ยนเงินจีนอยู่ที่ 7.1028 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เงินเยนญี่ปุ่นขณะนี้อยู่ที่ 147.9490 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงประมาณ 6.22% จาก 1 ม.ค.2568 ที่อัตราแลกเปลี่ยนเงินญี่ปุ่นอยู่ที่ 157.7226 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ ส่วนค่าเงินดองเวียดนามขณะนี้อยู่ที่ 26,374 ดองต่อดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลง 3.38% จาก 1 ม.ค. 2568 ที่อัตราแลกเปลี่ยนเวียดนามอยู่ที่ 25,510 ดองต่อดอลลาร์สหรัฐฯ
สำหรับอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทที่แข็งค่าเงิน สวนทางกับประเทศคู่แข่งอย่างเช่นญี่ปุ่นอ่อนค่า 6.22% จีนอ่อนค่า 2.65%และเวียดนามอ่อนค่า 3.38% ส่งผลให้ ททท. ประเมินว่าผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน เพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติเมื่อแลกเงินเป็นเงินบาทจะได้จำนวนเงินน้อยลง ทำให้ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวไทยสูงขึ้นเช่น ราคาห้องพัก โรงแรม ร้านอาหาร และค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยวอาจดูแพงขึ้น
“ไทยจะสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 15-17% จากการที่ต่างชาติมองว่าการเดินทางเข้าไทยแพงกว่าประเทศคู่แข่ง ทั้งจีน เวียดนาม และญี่ปุ่น ทั้งค่าอยู่ ค่ากิน จากงบประมาณที่วางไว้ ทำให้มีการใช้จ่ายลดลง และบางคนก็หนีไปเที่ยวประเทศที่ค่าเงินถูกกว่าไทย แถมคนไทยที่พอจะมีเงินก็หนีไปเที่ยวต่างประเทศ ทั้งจีน ญี่ปุ่น และเวียดนาม” น.ส.ฐาปนีย์ กล่าว